กลายเป็นข่าวช็อควงการไปเลยสำหรับการประะกาศแขวนสตั๊ดของ อังเดร ชูร์เล่ อดีตแนวรุกดีกรีแชมป์โลก เพราะไม่เคยมีข่าวออกมาเลยว่าเขาจะตัดสินใจเช่นนี้ แถมอายุก็เพิ่งจะ 29 ปีเท่านั้น ยังเล่นได้อีก 3 ปีเป็นอย่างต่ำ
แต่เอาเถอะไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่ทราบที่ทำให้ ชูร์เล่ ตัดสินใจยุติอาชีพค้าแข้งเร็วกว่ากำหนด แต่ก็ถือเป็นทางที่เจ้าตัวได้เลือกแล้ว ฉะนั้นวันนี้ขอบสนาม ขอมาไล่เรียงไทม์ไลน์ชีวิตค้าแข้งของ อังเดร ชูร์เล่ กันหน่อยว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งในบ้านเกิด
อังเดร์ ชูร์เล่ ลืมตาดูโลก เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 1990 ชื่นชอบฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กๆ และได้เข้าร่วมฝึกซ้อมในทีมเยาวชนของ ลัควิคชาเฟเนอร์ เอฟซี สโมสรเล็กๆ ในเมืองเกิด ตั้งแต่ 6 ขวบ จนกระทั่งอายุ 16 ไมน์ซ 05 เห็นแววดี เด็กคนนี้มันปั้นได้ก็เลยดึงตัวมาร่วมทีมตอนอายุ 16 ก่อนจะมอบโอกาสให้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2009 และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมทันที ปีแรกลงเล่นไปมากถึง 34 นัด ซัดได้ 5 ประตู ฤดูกาลถัดมา ก็ลงเล่นไปอีก 34 นัด แต่ซัดได้เยอะขึ้นกดไป 15 ประตู ฟอร์มการเล่นอันสะเด็ดสะเด่าไปเข้าตาทีมใหญ่ขึ้นมาอย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่ยอมควักเงิน 8 ล้านยูโร กระชากตัวเด็กหนุ่มหน้าใสวัย 20 ปีรายนี้เข้ามาร่วมทีมในปี 2011 ซึ่งเดิมทีก็คิดว่าคงเอามานั่งสำรองไว้เป็นอะไหล่ชั้นดี แต่เปล่าเลยเพราะมาปุ๊ปก็ยึดตำแหน่งตัวจริงปั๊ป แล้วก็ดันทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ฤดูกาลแรกลงเล่นไปถึง 40 นัดให้ทัพ "ห้างขายยา" กดไป 9 ประตู ฤดูกาลถัดมา ลงไป 43 นัด จัดไป 14 ประตู และกลายเป็นขาประจำของทีมชาติเยอรมันไปเป็นที่เรียบร้อยเล่นดีจน เชลซี ต้องขอซื้อ
การผจญภัยค้าแข้งในต่างแดนครั้งแรกในชีวิตของ ชูร์เล่ เริ่มต้นขึ้นในฤดูกาล 2013/14 เชลซี ยื่นข้อเสนอจำนวน 21 ล้านยูโร เพื่อเป็นสินสอดสู่ขอ แนวรุกทีมชาติเยอรมันไปร่วมทีม ซึ่งเม็ดเงินจำนวนนี้เป็นเม็ดเงินที่ "ห้างขายยา" ปฏิเสธไม่ลง บวกกับตัว ชูร์เล่ เองก็คิดว่าตัวเขาพร้อมแล้วที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ ในต่างแดน. .. แต่จนถึงตอนนี้หากย้อนเวลากลับไปได้ ชูร์เล่ อาจจะไม่ตัดสินใจเช่นนี้ เพราะการย้ายมาอยู่กับ เชลซี ทำให้โอกาสในการลงเล่นของเขาน้อยลง นั่นจึงทำให้ฝีเท้าที่กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เริ่มหยุดการพัฒนา 30 นัด 8 ประตูกับการลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลแรก มันก็ดูโอเคแหละหากดูจากจำนวนนัดที่ลงสนาม แต่ใน 30 นัดนั้นเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเพียงแค่ 15 เกมเท่านั้น ฤดูกาลถัดมายิ่งแล้วใหญ่ เพราะผ่านไปครึ่งทางได้ลงเล่น 14 นัด แต่เป็นตัวจริงแค่ 5 เกมเท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือเป็นแค่ตัวสำรองที่ทีมจะมีหรือไม่มีก็ได้ ไร้ซึ่งความสำคัญ ซึ่งพอเข้าสู่ช่วงตลาดหน้าหนาว เดือนมกราคม โวล์ฟสบวร์ก ก็ยื่นข้อเสนอ 32 ล้านยูโร เพื่อขอดึงตัว ชูร์เล่ กลับไปเล่นที่เยอรมัน เชลซี ไม่รอช้าตัดสินใจขายให้ทันที ซึ่งตัวของ ชูร์เล่ เองก็พร้อมย้ายกลับอยู่แล้ว เพราะต้องการโอกาสลลงเล่น โดยที่ต่อมาเจ้าตัวได้ออกมายอมรับว่า โยอาคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมัน เป็นคนแนะนำให้เขาย้ายออกจาก เชลซี เพื่อมาอยู่กับ โวล์ฟสบวร์กกลับมาครั้งนี้ไม่ดีเหมือนเดิม
อย่างไรก็ตามการย้ายกลับมา บุนเดสลีกา ครั้งนี้ของ ชูร์เล่ ไม่ได้เปรี้ยงปร้างอย่างที่คิด เข้าข่ายความชั่วไม่มีความดีไม่ปรากฏ 1 ปีครึ่งกับการเป็นตัวสำรองที่ เชลซี ดูท่าทางจะบั่นทอนความมั่นใจของเขาลงไปเยอะ แม้จะได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องกับ โวล์ฟสบวร์ก แต่ก็อย่างที่บอกไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย ทว่าสุดท้ายทีมยักษ์ใหญ่ประจำลีกอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็ตัดสินใจดึงตัวเขาไปร่วมทีม และที่ "เสือเหลือง" นี่แหละที่เริ่มทำให้ชีวิตการค้าแข้งของเขา จมดิ่ง... ฤดูกาล 2016/17 ปีแรกของ ชูร์เล่ กับ ดอร์ทมุนด์ เขาได้ลงเล่นใน บุนเดสลีกา ไปแค่ 15 นัด โดยเป็นตัวจริงแค่ 8 เกมเท่านั้น ส่วนฤดูกาลถัดมาก็ได้ลง 18 นัด ตัวจริง 11 เกม และผลงานโดยรวมมันก็ไม่ได้ดีซะด้วย บวกกับ ดอร์ทมุนด์ เริ่มเสริมทัพด้วยนักเตะแนวรุกรายใหม่ๆ เข้ามาร่วมทีม นั่นจึงทำให้ไม่มีพื้นที่พอสำหรับ ชูร์เล่ อีกต่อไป ฤดูกาล 2018/19 ดอร์ทมุนด์ ปล่อย ชูร์เล่ ให้ ฟูแล่ม ยืมตัว ซึ่งถือเป็นโอกาสดีของเขาในการพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่สุดท้ายเขาก็สอบตกอีกครั้ง หลังไม่สามารถช่วยให้ ฟูแล่ม อยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุดได้ ซึ่งพอกลับไปที่ "เสือเหลือง" เขาก็กลายเป็นส่วนเกินแบบเต็มตัว ทำให้ฤดูกาลนี้ก็ถูกปล่อยให้ สปาตัค มอสโก ยืมตัวไปใช้งาน แต่ก็ได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก รัสเซีย ไปแค่ 13 นัดเท่านั้นความสำเร็จ
ปิดท้ายกันด้วยเรื่องของความสำเร็จ ชูร์เล่ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาได้ 1 สมัย, แชมป์ เดเอเบ โพคาล 2 สมัย แต่เชื่อเลยว่าเขาคงไม่ได้ภูมิใจกับมันสักเท่าไหร่หรอก เพราะอย่างแชมป์ พรีเมียร์ลีก เขาแทบไม่ได้มีส่วนร่วมกับ "สิงห์บลูส์" เลย แถมฤดูกาลนั้นก็อยู่แค่ครึ่งซีซั่นเองด้วย แต่แน่นอนว่าแชมป์ที่เขาจะต้องภูมิใจไปชั่วลูกชั่วหลานยันเหลนบวช คือแชมป์โลกกับทีมชาติเยอรมัน เมื่อปี 2014 แถมทำได้ตั้ง 3 ประตูในทัวร์นาเม้นท์นี้ด้วย ซึ่ง 2 ใน 3 นั้นมาจากแมตซ์สุดช็อกที่ "อินทรีเหล็ก" ถล่ม บราซิล คาบ้านไปขาดลอย 7-1 ประตูซะด้วยตัดสินใจยุติอาชีพค้าแข้ง
หลังหมดสัญญายืมตัวกับ สปาตัค มอสโก ชูร์เล่ ก็ตัดสินใจขอยกเลิกสัญญาที่เหลืออยู่อีก 1 ปีกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก่อนจะประกาศข่าวช็อควงการว่า เขาขอยุติอาชีพค้าแข้ง ด้วยวัยเพียงแค่ 29 ปี โดยให้เหตุผลว่า "ผมคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว มันไม่มีอะไรมากหรอก ผมแค่ไม่ต้องการเสียงปรบมืออีกต่อไปแล้ว ที่ผ่านมาผลงานเท่านั้นที่มีค่า ส่วนความไม่มั่นคงและความอ่อนแอจะต้องไม่มีปรากฏ" ขอให้นายโชคดีกับเส้นทางที่เลือกเดินนะ อังเดร ชูร์เล่ชิน ชินพัฒน์










