5 เรื่องที่น่าสนใจ ทบทวนเป็นบทสรุปไว้ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายว่าได้อะไรจากรอบนี้มาประดับความทรงจำบ้าง ก่อนจะมีการจับสลากวันศุกร์นี้
รอบ 8 ทีมสุดท้ายศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จบลงไปเรียบร้อย ได้ 4 ทีมเข้าสู่รอบถัดไป พร้อมเหตุการณ์น่าจดจำให้ย้ำเตือนในความคิด แบบหลับตาก็เห็นภาพ แฟนบอลบางทีมได้เฮได้ฉลองรับปีใหม่ไทยกันล่วงหน้า แต่บางทีมก็อกหักผิดวังกันไป และก่อนจะถึงวันจับสลากในวันศุกร์นี้ มาทบทวนกันนดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
1. เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้เจนจบ รู้วิธีสยบ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
แฟนบอล ลิเวอร์พูล หลายคนอาจจะหวั่นๆ ตั้งแต่ตอนที่จับสลากรอบ 8 ทีมมาเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะฤดูกาลนี้ "เรือใบสีฟ้" แล่นฉิวยิ่งกว่าติดเทอร์โบ แต่ผลก็ออกมาอย่างที่เห็น ไม่เพียงแค่ชนะผ่านเข้ารอบ แต่ยังเป็นชนะแบบไปกลับ จบด้วยสกอร์ 5-1 และเป็นทีมเดียวที่ชนะรอบ 8 ทีมนี้ได้ทั้งสองนัด
ทุกอย่างบนโลกย่อมมีสิ่งที่แพ้ทางกัน เป๊ป ต่อให้เป็นกุนซือที่เก่งขนาดไหน แต่ดูเหมือน คล็อปป์ จะเป็นคนที่รู้วิธีกำราบมากที่สุด การเจอกันในซีซั่นนี้ 4 ครั้ง ลิเวอร์พูล ชนะถึง 3 เกม และตลอดการพบกันที่ผ่านมา 14 นัดในการเป็นกุนซือ คล็อปป์ ชนะถึง 8 เกม แพ้ 5 เกม เสมอ 1 เกม เป็นคนที่ชนะ เป๊ป ได้มากที่สุด ถ้า เป๊ป เป็น ซุน หงอ คง กุนซือ "หงส์แดง" ก็เป็น พระถัง ซัมจั๋ง ที่มีมงคลสวมหัวลิงไม่ให้ดื้อได้ประมาณนั้นเลย
2. "บาร์ซ่า" ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงหรือยัง?
หลายๆ คนก็เห็นว่า บาร์เซโลน่า ก็ทำผลงานในลีกฤดูกาลนี้ได้ดี น่าจะคว้าแชมป์ได้ไม่ยาก แต่ถ้าวัดฟอร์มกันเกมต่อเกม มันเหมือนมีอะไรติดขัด ไม่ไหลลื่นอยู่ตลอด ล่าสุดความพ่ายแพ้ต่อ โรม่า ที่กรุง โรม 3-0 ทำให้ทุกอย่างออกมาเด่นชัดขึ้น ส่วนหนึ่งอาจบอกว่า เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ มือไม่ถึงในฟุตบอลยุโรป ก็อาจใช่
แน่นอนอดีตกุนซือ บิลเบา คนนี้ ไม่ได้มีประสบการณ์มากกับรายการใหญ่กับทีมใหญ่ แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ถ้าวัดจากความได้เปรียบ แต่สุดท้ายก็ตกรอบ สิ่งที่น่าตกใจกว่าการตกรอบคือนับตั้งแต่ที่พวกเขาเป็นแชมป์เมื่อฤดูกาล 2014/15 นั้น "เจ้าบุญทุ่ม" ตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายมา 3 ฤดูกาลซ้อนแล้ว ภาพรวมคือการผิดพลาดของการบริหารหรือเปล่า
การเสริมทัพ การวางหมากเศรษฐกิจ การหากุนซือ ต่อสัญญานักเตะ หลายๆ อย่างประกอบกัน ตั้งแต่ประธานคนเก่า ซานโดร โรเซลล์ โดนคดีแล้วลาออกไป โจเซฟ มาเรีย บาร์โตเมว ขึ้นมารับหน้าที่แทน ปีแรกก็ดี ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่นั่นดูเหมือนการต่อยอดความสำเร็จมากกว่า เพราะตอนนี้ทุกอย่างดูจะวิ่งลงไปเรื่อยๆ จากที่มีทีมคอนสนับสนุน เมสซี่ ตอนนี้ เมสซี่ กลายเป็น "เดอะ แบก" ไปแล้ว สิ่งที่ควรเปลี่ยน อาจไม่ใช่กุนซือ แต่เป็นผู้บริหาร หรือเปล่า
3. บุฟฟ่อน ตบะแตกแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นมาก่อน
ก่อนเกม บุฟฟ่อน ให้สัมภาษณ์ให้แฟนบอลเสียววาบด้วยการบอกว่า ก็เป็นไปได้เหมือนกันที่ฤดูกาลนี้อาจเป็น แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลสุดท้ายของเขา แล้วก็ ตู้ม กลายเป็น โกโก้ ครั้นช์ ตกรอบ ไม่ใช่ฤดูกาลสุดท้าย แต่อาจเป็นเกมสุดท้ายเลยก็ได้ การร่วงตกรอบน่ะพอทน แต่ต้องตกรอบทั้งๆ ที่ทีมอุตส่าห์กลับมาได้ บุกมานำ 3-0 จากการแพ้ในนัดแรกมาด้วยสกอร์เดียวกัน มีโอกาสต่อเวลา แต่มาโดนจุดโทษตอนทดเจ็บที่ไม่ค่อยชัด
ว่าแล้วพี่แกก็หัวร้อนตบะแตกโวยวายใส่ผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ แล้วโดนใบแดงไล่ออกไปแบบงงๆ เป็นใบแดงแรกบนเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของผู้รักษาประตูที่เล่นในเวทีนี้มาอย่างยาวนานจนอายุ 40 อย่าง บุฟฟ่อน ซึ่งสุดท้ายแล้ว หากเขาแขวนถุงมือหลังจบซีซั่นนี้จริง มันก็เป็นการปิดฉากการเล่นฟุตบอลรายการใหญ่ยุโรปที่ไม่สวยเอาเสียเลย
4. เส้นทางสู่ ทริปเปิ้ลแชมป์ อีกครั้งกับทีมเดิมของ ปู่จุ๊ปป์
ตอนที่ฤดูกาลเพิ่งเริ่ม ใครจะคิดว่า จุ๊ปป์ ไฮย์เกส ที่เคยประกาศวางมือไปแล้ว จะยังมีอันต้องถูกอัญเชิญกลับมากุมบังเหียนทีม "เสือใต้" เป็นกรณีพิเศษ หลังจากที่ผลงานของ คาร์โล อันเชล็อตติ ออกมาไม่ค่อยแฮปปี้ นักเตะในทีมเริ่มต่อต้านแบบเงียบๆ ทำให้บอร์ดไปเจรจาดึงเขากลับมาอีกครั้งเพื่อคุมทีมแทน "อันเช่" ที่โดนปลด
เมื่อสุดสัปดาห์เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ลีกไปหมาดๆ ในฐานะกุนซือที่อาจจะอยู่ทำทีมแค่จบซีซั่นนี้ ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่ามากมายแล้ว แต่เขาเพิ่งพา "เสือใต้" เข้ารอบรองชนะเลิศมา แชมเปี้ยนส์ ลีก มาได้อีก นี่ยิ่งน่าสนุก เพราะคนสุดท้ายที่พา "พี่เสือ" เป็นทริปเปิ้ลแชมป์เมื่อฤดูกาล 2012/13 ก็คือ "ปู่จุ๊ปป์" นี่แหละ ก่อนที่จะวางมือไป เส้นทางในประเทศ ถ้าไม่ตกม้าตายกันเอง คงไม่มีใครหยุดพวกเขาได้ เพราะแม้แต่คู่ต่กรที่เป็นคู่มือมาตลอดอย่าง ดอร์ทมุนด์ ยังย่อยยับคาตีน แชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ไม่น่าพลาด ถ้าไม่เล่นดาดๆ กันเอง ดังนั้นก็เหลือแค่ถ้วยใหญ่
5. กฎ อเวย์ โกล ยัง โหดฮีตาลีบัน อยู่
หลายๆ ครั้งที่รอบน็อคเอาท์ในเวทียุโรปถูกตัดสินด้ยกฎยิงประตูทีมเยือน ฤดูกาลนี้ก็เช่นกัน และทีมที่รับเคราะห์คือ บาร์เซโลน่า การที่พวกเขาชนะที่ คัมป์ นู มา 4-1 ไม่มีประโยชน์ใดๆ เลยเมื่อมาแพ้ที่กรุงโรม 0-3 เพราะแม้ผลรวมสกอร์จะอยู่ที่ 4-4 แต่กฎ อเวย์โกล ก็ทำให้ "เจ้าบุญทุ่ม" ต้องกระเด็นตกรอบไปในที่สุด
บางคนบอกว่านี่คือกฎที่ไม่ค่อยยุติธรมนัก หากแต่ถ้ามองในอีกมุมมันคือสเน่ห์ ที่บังคับให้ทุกทีมต้องพยายามทุกนัดในบ้านตัวเองให้พร้อมแบบไม่ที่ห้ามมีข้อผิดพลาดใดๆ ทำผลงานให้ดีที่สุด มันก็เท่านั้น ความยุติธรรมเดียวที่มองว่ามี แต่ไม่ค่อยเกิดขึ่นคือการต่อเวลาพิเศษที่ยังคงมีกฎ อเวย์โกล อยู่ ซึ่งแอบไม่เป็นผลดีกับเจ้าบ้านเท่าไหร่
- เทพเฟี๊ยต -