เสร็จภารกิจในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยสำหรับพลพรรคทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็สมหวังซิวตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลหน้ามาครองได้สำเร็จ
ซึ่งตลอดเส้นทางกว่าจะถึงปลายทางมีเหตุการณ์หลากหลายมากมายที่เหล่าแข้ง “ปีศาจแดง” ต้องพบเจอ ว่าแล้ววันนี้ ขอบสนาม ของเราจะพาไปชมเรื่องที่เป็นที่สุดในด้านต่างๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด กันว่าใครควรได้ตำแหน่งอะไรกันบ้าง ไปติดตามชมกันได้เลย ...นักเตะยอดเยี่ยม : บรูโน่ แฟร์นานเดส
เริ่มต้นกันด้วยตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลนี้กันก่อนเลยแล้วกัน ซึ่งจะว่าไปรางวัลนี้ตัดสินใจเลือกยากพอสมควรเพราะมีนักเตะหลายคนที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ทั้งคู่ต่างซัดในเกมลีกไปได้คนละถึง 17 ประตู แต่ทว่าถ้าให้ตัดสินใจเลือกก็คงต้องชี้นิ้วไปที่ บรูโน่ แฟร์นานเดส จอมทัพจากแดนฝอยทอง ซึ่งถึงแม้เจ้าตัวจะเพิ่งเข้ามาสู่ทีมในช่วงเดือนมกราคม แต่ผลงานที่เขารังสรรค์ออกมานั้นต้องบอกว่ายอดเยี่ยมเป็นอย่างมากจากตัวเลขมีส่วนร่วมกับประตูของทีมในศึกพรีเมียร์ลีกมากถึง 15 ประตู (ยิง 8, แอสซิสต์ 7) จากการลงสนาม 17 นัด นอกจากนั้นเขายังเหมือนเป็นคนปลุกไฟในตัวนักเตะคนอื่นๆ ในทีมทั้งเรื่องฟอรมการเล่น และฮึกเหิมให้กลับมาไลล่าตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้ง เพราะฉะนั้นแล้วตำแหน่งนี้มันช่างเหมาะสมกับ บรูโน่ เสียเหลือเกิน
นักเตะยอดแย่ : อันเดรส เปไรร่า, เจสซี่ ลินการ์ด
เป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่เลือกยาก แบบยากชิบหาย! เพราะอะไรน่ะหรอ ก็เพราะมันมีตัวเลือกมาก 1 และผลงานของทั้งคู่แม่งก็ไม่ได้ต่างกันมากอะไรเลย ว่าแล้วก็จับใส่มาทั้ง 2 คนเลยแล้วกัน โดยคนแรกไปพูดถึง อันเดรส เปไรร่า กันก่อนเลยแล้วกัน มิดฟิลด์ชาวบราซิลที่แทบไม่ได้มีคลาสความเป็น "แซมบ้า" เลยสักนิดเดียว ซึ่งในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเจ้าตัวคือ 1 ในแข้งที่ได้รับโอกาสลงสนามบ่อยเหลือ แต่ก็ไม่ค่อยจะสร้างประโยขน์ให้ทีมมากเท่าไหร่ รวมแล้วโอกาสลงสนามทุกรายการในตอนนี้อยู่ที่ 39 นัด ซัดไป 2 ประตู มาต่อกันที่ เจสซี่ ลินการ์ด หนึ่งในลูกหม้อของทีมที่ช่วงนึง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่รู้ไปหลงเหลี่ยมเจ้าหมอนี้ได้ยังไง เพราะพี่แกตะบี้ตะบันส่งลงสนามเหลือเกิน จนกระทั่งเริ่มมาเจอแสงสว่างมีการดร็อปเป็นตัวสำรองบ้าง หรือช่วงหลังก็หลุดออกจากทีมไปเลยไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง แต่อย่างไรก็ตาม โซลชา ก็เลือกใช้ ลินการ์ด ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแบบเต็มอัตราศึกลงไปในช่วง 13 นาทีสุดท้ายของเกมสุดท้ายในศึกพรีเมียร์ลีก ก่อนที่เจ้าของฉายา "บีนส์ บีนส์" จะจัดการซัดปิดกล่องเป็นประตูแรกในลีกของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้ พร้อมพาทีมการันตีตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ ลินการ์ด จะซัดประตูให้ทีมได้ มันก็ไม่อาจลบล้างฟอร์มที่ย่ำแย่ในช่วงก่อนหน้านี้ออกไปได้ดาวรุ่งยอดเยี่ยม : เมสัน กรีนวู้ด
รางวัลนี้คงเลือกไม่ยากเพราะผลงานของเจ้าหนู "ไม้เขียว" นั้นโดดเด่นเกินห้ามใจจริงๆ ซึ่งต้องบอกการเริ่มต้นของ กรีนวู้ด ในฤดูกาลนี้ไม่ได้เป็นตัวหลัก หรือยึด 11 ผู้เล่นตัวจริงได้แต่อย่างใด แต่ทว่าเมื่อไหร่ที่เขาได้รับโอกาสที่มักจะคว้ามันได้อยู่เสมอ ก่อนที่ความพยายามของเขาจะมาสัมฤทธิ์ผลในช่วงหลังจากที่ฟุตบอลกลับมาเตะอีกครั้ง กรีนวู้ด สามารถยึดพื้นที่ตัวจริงได้สำเร็จ พร้อมโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งยิง ทั้งจ่าย รวมแล้วมีส่วนร่วมกับประตูนับตั้งแต่หลังยุคโควิดอยู่ที่ 6 ประตู (ยิง 5, แอสซิสต์ 1) จากการลงสนาม 9 นัด ซึ่งจากผลงานที่เจ้าตัวแสดงออกมานั้นได้รับคำชมจากเพื่อนร่วมทีม, กุนซือ และแฟนบอลเป็นอย่างมาก ว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของสโมสรได้ เพราะอายุที่ยังน้อย สามารถพัฒนาฝีเท้าไปได้อีกไกลโดยเฉพาะจังหวะการยิงประตูที่คมกริบของเขา ถ้าได้รับการขัดเกลาอีกนิดชีวิตเจ้าหมอนี้รุ่งอย่างแน่นอน
พัฒนาการยอดเยี่ยม : เฟร็ด
ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงที่ เฟร็ด ย้ายมาร่วมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆ ดูเหมือนว่าชื่อเสียงของเขาจะโดนแฟนบอลพูดถึงไม่ใช่น้อย ซึ่งแน่นอนแหละว่ามันไม่ใช่เรื่องดี เพราะผลงานในสนามมันบ่งบอกว่าเป็นแบบนั้นไม่ว่าจะเป็นการจับบอลไม่อยู่กับตัว หรือจ่ายบอลเสียง่ายๆ ที่ดูยังไงก็ไม่ไหวในการคุมแดนกลางของทีม ก่อนที่วันเวลาล่วงเลยมาสู่ฤดูกาลที่ 2 ก็ยังดูเหมือน เฟร็ด ยังคงไม่อาจปรับตัวเองให้เข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้ แต่กับวลีที่ว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่นั่น" ยังคงใช้ได้ในชีวิตจริงเสมอ จนแล้ว เฟร็ด ก็สามารถลบคำวิจารณ์ของแฟนบอล ให้เปลี่ยนเป็นคำชื่นชมได้สำเร็จจากวิธีการง่ายๆ คือวิ่ง วิ่ง และวิ่ง ซึ่งมันสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้เป็นอย่างมาก คอยปัดกวาดแนวรุกของคู่แข่งได้อย่างดีเยี่ยม และเมื่อได้มาจับคู่กับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ก็เหมือนเป็นคู่มิดฟิลด์ที่สุดแสนจะลงตัว จะว่าไปในช่วงท้ายฤดูกาลก็น่าเสียดายเหมือนที่เขาต้องหลีกทางให้กับ มาติซ และ ป็อกบา แต่อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ เฟร็ด ก็ได้พัฒนาฝีเท้าก้าวข้ามเสียวิจารณ์ จนกลายเป็นหนึ่งในแข้งตัวหลักของทีมเรียบร้อยแล้วซื้อยอดเยี่ยม : บรูโน่ แฟร์นานเดส
ก่อนอื่นต้องบอกว่าการลงไปจับจ่ายตลาดนักเตะของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นั้นแทบจะประสบความสำเร็จหมดเลยก็ว่าได้ไล่ตั้งแต่ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ซึ่งถึงแม้จะถูกดึงตัวเข้ามาพร้อมกับการเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกแต่เขาก็สามารถจัดการกับปัญหาหลังบ้านที่ "ปีศาจแดง" เผชิญมาตลอดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ต่อมาอย่างในเคสของ อารอน วาน-บิสซาก้า ก็แก้ปัญหาแบ็คขวาขาดแคลนได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่า 55 ล้านยูโร ที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่าเลยทีเดียว ไล่มาถึง ดาเนียล เจมส์ แข้งโนเนมที่แฟนบอลไม่ได้คาดหวังว่าเข้ามาแล้วจะโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่เจ้าตัวแสดงออกมาในช่วงแรกถือเซอร์ไพร์สพอสมควรก่อนที่จะเริ่มดร็อปลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่าด้วยค่าตัว, อายุ, และความคาดหวัง สิ่งที่ เจมส์ แสดงออกมานั้นก็ถือว่าสอบผ่านได้แบบไม่ยาก จนกระทั่งจิ๊กซอว์ส่วนสำคัญมาถึงนั้นก็คือ บรูโน่ แฟร์นานเดส ต้องเรียกว่าเป็นการซื้อที่โคตรคุ้มค่าที่สุด และอาจเป็นการซื้อที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เลยก็ว่า ซึ่งจากผลงานที่เจ้าตัวโชว์ออกมาถ้าจะเรียกว่าเป็น "เดอะ แบก" ของทีมก็คงไม่ผิด การพลิกสถานการณ์ของทีมจากทีมอันดับ 7 ตามหลังพื้นที่ท็อปโฟร์ 6 คะแนน กลายมาเป็นจบอันดับ 3 ซิวตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกไปครอบครองได้สำเร็จ ซึ่งจากผลงานที่กล่าวมา บวกกับการที่แฟนบอลวางอคติลงก็ยอมรับเสียเถิดว่าดีลของ บรูโน่ แฟร์นานเดส นั้นเป็นการซื้อตัวที่คุ้มค่าที่สุดประจำฤดูกาลแล้ว










