ฤดูกาลใหม่ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้เริ่มฟาดแข้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ บรรดาทีมในพรีเมียร์ลีกเองต่างก็เตรียมความพร้อมสำหรับลุยสู้ศึก ฤดูกาลใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมทีม หรือเรียกนักเตะเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อม รวมถึงลงเล่นเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่น เพื่อเรียกความฟิตให้กับนักเตะก่อนที่การแข่งขันจริงจะเปิดฉากขึ้น ขณะที่ทางด้าน ลิเวอร์พูล เองมีการเรียกนักเตะเก็บตัวฝึกซ้อมปรีซีซั่นที่ออสเตรีย ในช่วงเดือนที่ผ่านมา รวมถึงลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับ สตุ๊ตการ์ท และ เร้ด บูลส์ ซัลซ์บวร์ก ก่อนที่ล่าสุดเพิ่งลงทำศึกฟุตบอลประเพณีก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่ชิงโล่การกุศล คอมมูนิตี้ ชิลด์ กับ อาร์เซน่อล แต่ทว่าพ่ายแพ้จุดโทษให้กับ อาร์เซน่อล ไป 4-5 หลังเสมอในเวลา 1-1 พลาดคว้าแชมป์รายการนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 แม้ว่ารายการนี้อาจจะไม่ใช่รายการระดับเมเจอร์ที่ซีเรียสมากนัก แต่ทว่าจากรูปเกมของ ลิเวอร์พูล ในวันที่พบกับ อาร์เซน่อล มีหลายจุดที่ทำเอาแฟนบอลที่นั่งดูต้องกุมขมับและน่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อยทีเดียว มีอะไรบ้างที่น่าเป็นห่วง วันนี้ขอบสนามได้รวบรวมเอามาฝากไว้เรียบร้อย ติดตามกันได้เลย สิ่งที่น่าห่วงสำหรับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลใหม่ 1. จะไม่เสริมทีมจริงหรือ เป็นคำถามที่แฟนบอลหลายคนคงคิดเช่นเดียวกันว่า ลิเวอร์พูล จะไม่เสริมใครเพิ่มในทีมจริงหรือ? แม้จะเบาใจได้ที่ได้ คอสตาส ซิมิคาส เข้ามาเป็นสำรอง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ในตำแหน่งแบ็คซ้ายแล้ว แต่ตำแหน่งอื่น ๆ ล่ะ ยังคงเป็นคำถามที่แฟนบอลอยากรู้ แม้แฟนบอลจะเข้าใจได้ว่าการไม่เสริมทีมเป็นเพราะในช่วงนี้เจอกับ ปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้รายได้หด แต่ทว่าทุกทีมก็โดนกันหมด แม้แต่ทีมน้องใหม่ อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด หรือทีมกลางตารางอื่น ๆ ก็ไม่หยุดนิ่งที่จะเสริมทัพ มองหานักเตะเข้ามาเสริมแกร่งทีมตลอดเวลา แล้ว ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์จะไม่เสริมใครเข้ามาในทีมโดยอ้างปัญหาพิษเศรษฐกิจหรือแบ่งส่วนไปทำในเรื่องศูนย์ฝึกซ้อมใหม่ แต่ไม่แบ่งมาเสริมทีมเลยคงไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่นักเพราะได้เงินจากการคว้าแชมป์หลายรายการในรอบ 2 ปีที่ผ่านมามากมาย จริงอยู่ฤดูกาลที่ผ่านมาไม่เสริมทีม แต่ทว่าได้แชมป์พรีเมียร์ลีกมาครอง ซึ่งเรื่องที่โชคดีในฤดูกาลที่ผ่านมาคือนักเตะตัวหลักไม่ค่อยประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ หรือเมื่อเจ็บนักเตะสำรองก็ยังพอมีทดแทนตัวจริงได้ แต่ฤดูกาลนี้ทุกทีมต่างไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาเสริมทัพทีมโดยเฉพาะบรรดาบิ๊ก 6 ที่เสริมทีมได้น่ากลัวทีเดียว ดังนั้น ลิเวอร์พูล อาจไม่โชคดีแบบฤดูกาลที่ผ่านมาก็เป็นได้ [caption id="attachment_24177" align="aligncenter" width="1000"] ติอาโก้ อัลคันทาร่า CHRISTOF STACHE / AFP[/caption] 2. กลางสร้างสรรค์เกมไม่ได้ จากเกมกับ อาร์เซน่อล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า ลิเวอร์พูล ขาดกลางสร้างสรรค์เกม เมื่อไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มาบัญชาเกมแดนกลาง ทำให้ 3 ประสานแดนกลางที่ คล็อปป์ ส่งลงมาในเกมนั้นอย่าง จอร์จินโญ่ ไวจ์นันดุม, เจมส์ มิลเนอร์ และ ฟาบินโญ่ มีสไตล์การเล่นที่คล้ายกันจนเกินไป ทำอะไรมากไม่ได้ พอเปลี่ยน นาบี เกอิต้า รวมถึง เคอร์ติส โจนส์ ลงมา ทำให้กลางหวือหวาได้บ้าง แต่ต้องยอมรับตรง ๆ ว่า เกอิต้า เองก็ยังเล่นได้ไม่สุดทั้งรุกและรับ เหมือนกั๊กตัวเอง นอกจากนี้ผลจากการที่แดนกลางเชื่อมเกมไม่ได้ แถมเก็บบอลไม่ค่อยอยู่ ก็ยิ่งเป็นจุดอ่อน ไม่ใช่เพียงแต่แค่เรื่องเกมรุกเท่านั้นการรับมือเกมสวนกลับเองก็เป็นปัญหา เกมพบกับ อาร์เซน่อล ที่ผ่านมาแดนกลางปล่อยให้งานหนักตกไปอยู่กับแนวรับในการรับมือกับเกมสวนกลับ เรียกได้ว่าโดนสวนเมื่อไหร่ทะลุถึงหลังบ้านจนน่าหวาดเสียวตลอด คำตอบของแดนกลางที่คู่ควรจะเข้ามาเสริมทีมก็หนีไม่พ้น ติอาโก้ อัลคันทาร่า กับค่าตัวที่ บาเยิร์น มิวนิค ตั้งไว้ 23 ล้านปอนด์ กับผลงานที่ ติอาโก้ ได้สร้างไว้กับ บาเยิร์น มิวนิค สาวก ลิเวอร์พูล หลายคนได้แต่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าให้เงินเขาไปเถอะ ติอาโก้ ถือเป็นหนึ่งในกองกลางสารพัดประโยชน์ เพราะสามารถเล่นได้ทั้ง มิดฟิลด์ตัวกลาง, มิดฟิลด์ตัวรับ และ มิดฟิลด์ตัวรุก หลายครั้งจะยืนต่ำ แต่ก็สามารถขยับมายืนเป็นมิดฟิลด์เบอร์ 8 ได้เช่นกัน ติอาโก้ มีทักษะการครองบอลและการจ่ายบอลที่เฉียบคม มีความเร็ว ช่วยเติมเต็มเกมรุกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยเฉพาะการฉีกออกมาทางด้านกว้าง แล้วจ่ายทะลุช่อง คิลเลอร์ พาส ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายในเกมรุกได้มากขึ้น ซึ่งเขาทำให้เห็นบ่อยครั้งในการเล่นกับ บาเยิร์น มิวนิค ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมเขาจึงเป็นนักเตะที่ ลิเวอร์พูล ควรคว้าตัวมาร่วมทีม เพราะความหลากหลาย สามารถมาเสริมความแข็งแกร่งขึ้นได้ เวลาจำเป็นที่จะต้องหมุนเวียนนักเตะ จากโปรแกรมการแข่งขันสุดถี่ในฤดูกาลหน้า แล้วยิ่งจากนัดพบ อาร์เซน่อล แล้ว แฟนหงส์แดงคงร้องบอกว่า ติอาโก้ ต้องมาแล้วล่ะ สิ่งที่น่าห่วงสำหรับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลใหม่ 3. แบ็คขวาที่ยังต้องการประสบการณ์ เนโก้ วิลเลี่ยมส์ แบ็คขวาที่ถูกวางเป็นสำรองของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ สอบตกอย่างแรงในเกม คอมมูนิตี้ิ ชิลด์ พบกับ อาร์เซน่อล รวมถึงเกมอุ่นเครื่องพบ ซัลซ์บวร์ก ก่อนหน้านี้ จริง ๆ ตำแหน่ง แบ็คขวา ลิเวอร์พูล ยังคงมีทางเลือกอีกหลายทาง อาจจะไม่ต้องเสริมในตำแหน่งนี้ แต่ก็คงต้องให้เวลา เนโก้ อีกสักหน่อยในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เนื่องด้วยความตั้งใจจนเกินไปของ เนโก้ ทำให้กลายเป็นว่าเขาเล่นไม่เป็นตัวของตัวเอง วันพบ อาร์เซน่อล ก็โดนพาทัวร์สนุกทีเดียว หากมองย้อนกลับไป เทรนต์ เองก็เป็นแบบนี้สมัยได้โอกาสลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ ลิเวอร์พูล แรก ๆ คงต้องให้เวลา เนโก้ อีกสักหน่อย ปรับทัศนคติอีกสักนิด ลิเวอร์พูล น่าจะได้แบ็คขวาสำรองที่ไม่ต้องจ่ายเพิ่มและไว้ใจได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามที่สำคัญคือ เนโก้ เองห้ามหยุดพัฒนาตัวเองเด็ดขาด เพราะไม่งั้นแล้วอาจไม่มีโอกาสให้เขาได้ลงสนาม แต่เชื่อว่าเด็กคนนี้มีของพอที่จะก้าวเป็นนักเตะคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ในอนาคต เพียงแค่ต้องให้เวลาและโอกาสในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์เท่านั้น สิ่งที่น่าห่วงสำหรับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลใหม่ 4. คู่หู ฟาน ไดค์ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เป็นตัวหลัก ลิเวอร์พูล ที่ไม่พลาดลงสนามเลยสักวินาทีเดียวในฤดูกาลนี้ ลงครบ 38 นัดเต็ม กินเวลาประมาณ 3,420 นาที ฉะนั้นไม่แปลกที่พี่เบิ้มแกจะออกอาการล้าชัดเจน เพราะต่อให้มีดีกรีหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลก แต่เขาก็คือมนุษย์ มีความรู้สึก เหมือนผู้คนทั่วไป ตั้งแต่กลับมา รีสตาร์ท ฟาน ไดค์ ลงเล่น 7 นัด ภายในเวลาแค่ 3 สัปดาห์ คิดดูแล้วว่ากันว่าจะล้าขนาดไหน จะให้พักก็ทำไม่ได้ เพราะคู่ขาอย่าง โจเอล มาติป ก็เจ็บยาว อีกทั้งตอนนี้ เดยัน ลอฟเรน ก็ย้ายออกไปเรียบร้อย ส่วน โจ โกเมซ ก็โชว์ฟอร์มออกทะเลให้เห็นบ่อย ๆ แม้จะได้ นาธาเนี่ยล ฟิลลิปส์ กลับมาจากการเล่นแบบยืมตัวแต่ก็แน่นอนว่ายังไม่สามารถไว้ใจได้ หรือจะเอา ฟาบินโญ่ ไปเล่นเซ็นเตอร์จำเป็น มันก็ยังไม่ตอบโจทย์ระยะยาวหาก ฟาน ไดค์ เจ็บหรือต้องพักจริง ๆ ขึ้นมา เรียกว่ามีตัวไว้ใจได้คนเดียวนั่นก็คือพี่เบิ้มนั่นแหละ เผยจุดอ่อนขนาดนี้ คงต้องซื้อใครเข้ามาเสริม แค่เป็นอะไหล่สำรองคงไม่พอ ต้องทุ่มซื้อตัวหลักให้มันรู้แล้วรู้รอด อย่างน้อยถ้าพัก ฟาน ไดค์ จะได้มีตัวประคอง หากต้องใช้คนอื่นลงมาเล่นแทน คิดไปคิดมาว่าจะเอาใครดี ก็นึกไปถึง คาลิดู คูลิบาลี่ เซ็นเตอร์แบ็ก นาโปลี ที่หลายคนเชียร์ให้มาจับคู่กับ ฟาน ไดค์ แต่เรื่องค่าตัวอาจจะเป็นปัญหาสำคัญ และตอนนี้เองก็ดูเหมือนว่าทีมคู่แข่งของ ลิเวอร์พูล รุกคืบในการคว้าตัวแข้งรายนี้นำไปหลายก้าวแล้ว ถึงตรงนี้แฟน ลิเวอร์พูล คงคิดเหมือนกันว่าไม่ต้องเป็น คูลิบาลี่ ก็ได้ แต่ขอให้เสริมเข้ามาก็พอแล้ว สิ่งที่น่าห่วงสำหรับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลใหม่ 5. สามประสานที่โดนจับทางได้ ส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่ ลิเวอร์พูล ได้มา เกมรุกของทีมมีส่วนสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะสามประสานแดนหน้า อย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่ช่วยกันยิงประตูอย่างเป็นกอบเป็นกำ จนพาทีมคว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามในซีซั่นใหม่ที่จะถึงนี้ แน่นอนว่า ด้วยเกมการแข่งขันที่มากขึ้น อีกทั้งคู่แข่งตอนนี้ก็สามารถปรับตัว และหาทางรับมือจับทาง 3 ประสาน จนทำให้เกมรุกของ ลิเวอร์พูล ไปไม่เป็นได้กันแล้ว แม้ว่าทีมจะมีตัวสำรองในแนวรุกคนอื่นที่พัฒนาขึ้นมา อย่าง ทาคุมิ มินามิโนะ ดาวเตะญี่ปุ่น และ ริอาน บรูว์สเตอร์ ดาวรุ่งของทีมที่โดดเด่นขึ้นมา แต่ทั้ง 2 เองก็ยังต้องการเวลาพิสูจน์ตัวเอง ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มขนาดทีมและความหลากหลาย คล็อปป์ ควรจะหาผู้เล่นเข้ามาเสริมอีก ซึ่งก่อนหน้านี้ แฟน ลิเวอร์พูล เกือบได้เฮเมื่อ ติโม แวร์เนอร์ จะย้ายมาสวมเสื้อ ลิเวอร์พูล แต่สุดท้ายก็แห้วกลายเป็นอดีต ดังนั้นลองเล็งเป้าหมายใหม่สอย อิสไมล่า ซาร์ ปีกของ วัตฟอร์ด รวมทั้ง อดาม่า ตราโอเร่ แนวรุกร่างใหญ่ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลว ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงเรื่องน่าห่วงในมุมมองของแฟน ลิเวอร์พูล เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าอย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเชื่อว่า แฟนบอล ลิเวอร์พูล พร้อมให้การสนับสนุนทีมกันต่อไป แต่เมื่ออะไรไม่เป็นใจก็บ่นบ้างตามประสา ตอนนี้ก็ต้องมาลุ้นว่า FSG จะยอมจ่ายเงินเพื่อการเสริมทีมเพิ่มใหม่ เพราะจากนัดพบ อาร์เซน่อล เห็นได้ชัดเลยว่า หากต้องการป้องกันแชมป์ ทีมต้องการเพิ่มขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อต่อกรกับคู่แข่งอีก 19 ทีม ที่ไม่หยุดพัฒนาทีมเช่นเดียวกัน

- เปี๊ยกบางใหญ่ -

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมผ่านทางไลน์
logoline