ก่อนที่ฟุตบอลไทย ฤดูกาล 2020 จะกลับมารีสตาร์ทกันในสุดสัปดาห์นี้ เราไปทำความเข้าใจกับสิ่งที่ควรรู้ของบอลไทย ในฤดูกาลนี้ ว่ามีอะไรบ้าง จะได้ดูบอลสนุกมากขึ้น
สุดสัปดาห์นี้แล้วที่ฟุตบอลไทยจะกลับมารีสตาร์ท ลงแข่งขันต่อในเกมที่ 5 ของฤดูกาล 2020 โดยจะประเดิมด้วยฟุตบอลลีก อย่าง T1 และ T2 ขณะที่ฟุตบอลรายการอื่นๆ ก็จะค่อยๆ ตามมาในเดือน ต.ค.นี้
แต่ในช่วงที่บอลไทยต้องหยุดไปเนื่องจากพิษโควิด-19 ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปด้วย วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันใหม่ ว่าสิ่งที่เปลี่ยนไป และสิ่งที่ควรรู้ของบอลไทย ฤดูกาล 2020 นี้มีอะไรบ้าง เพื่ออรรถรสในการรับชมและรับเชียร์บอลไทยให้เข้าใจและสนุกมากขึ้น
สิ่งที่ควรรู้ก่อนบอลไทยกลับมารีสตาร์ทในฤดูกาล 2020
1.โปรแกรมแข่งขันที่เปลี่ยนไป
อย่างที่ทราบกันดีว่าฟุตบอลไทยของเรามีการปรับเปลี่ยนปฏิทินการแข่งขัน เป็นเตะแบบข้ามปีเหมือนกับฟุตบอลลีกใหญ่ในยุโรป ที่จะเริ่มกลางปี และไปจบอีกที่ปีถัดไป โดยโปรแกรมต่างๆ มีดังนี้
ฟุตบอลไทยลีก 1 (T1) กลับมาแข่งขันจั้งแต่วันที่ 12-13 ก.ย. 63 ปิดฤดูกาลวันที่ 3 เม.ย.64
ฟุตบอลไทยลีก 2 (T2) กลับมาแข่งขันจั้งแต่วันที่ 12-13 ก.ย. 63 ปิดฤดูกาลวันที่ 27 มี.ค. 64
(เพลย์ออฟ T2 แข่งขันวันที่ 4-25 เม.ย. 64)
ฟุตบอลไทยลีก 3 (T3) เริ่มกลับมาแข่งขันวันที่ 3 ต.ค. 63 ปิดฤดูกาล 28 ก.พ. 64
(รอบแชมเปี้ยนส์ลีก 6 มี.ค. – 25 เม.ย. 64)
ฟุตบอลช้างเอฟเอ คัพ เริ่มแข่งขันรอบแรกวันที่ 30 ก.ย.63 ชิงชนะเลิศวันที่ 10 เม.ย. 64
2.ไม่มีฟุตบอลลีก คัพ
เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 บวกกับการตัดโปรแกรมแข่งขัน ทำให้ฟุตบอลถ้วยอย่างโตโยต้า ลีก คัพ มีอันต้องยกเลิกจัดการแข่งขันในฤดูกาลนี้ไป และไม่แน่ด้วยว่าจะกลับมาแข่งขันในฤดูกาลหน้าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้สนับสนุนอย่างโตโยต้า ทำให้ในปีนี้จะเหลือบอลถ้วยรายการเดียวคือฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ
3.โควต้า เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021
เรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องคือโควต้าการไปเตะฟุตบอลเอเอฟซี ชปล. ของสโมสรจากไทยในซีซั่น 2021 ที่เราได้โควต้าเพิ่มเป็น 2+2 (2 ทีมเข้ารอบแบ่งกลุ่มอัตโนมัติ อีก 2 ทีมไปเพลย์ออฟ) เท่ากับเราจะได้ 4 ทีม ซึ่งแต่เดิม จะเอาแชมป์ไทยลีก และแชมป์เอฟเอ คัพ เข้ารอบแบ่งกลุ่ม ส่วนอันดับ 2-3 ในลีก ไปเพลย์ออฟ
แต่เนื่องจากการเปลี่ยนปฏิทินไปเตะแบบข้ามปีทำให้ใน ACL ซีซั่น 2021 เราจะใช้อันดับ 1-4 ในเลกแรก คือสิ้นเดือน ธ.ค.63 ไปเตะ ACL 2021 โดยแชมป์และรองแชมป์ เข้ารอบแบ่งกลุ่ม ส่วน 3-4 ไปเพลย์ออฟ ทำให้การแข่งขันใน 11 นัดต่อจากนี้ดุเดือดแน่นอน
ขณะที่ ACL 2022 ก็จะกลับไปใช้โควต้าเดิมคือ แชมป์ไทยลีก และแชมป์เอฟเอ คัพ ของ 2021 ได้ไปเล่นรอบแบ่งกลุ่ม ส่วนอันดับ 2-3 ในไทยลีก ก็ไปเพลย์ออฟ ไม่งงนะครับ
4.มี VAR เหมือนเดิม
สำหรับในศึกไทยลีก ฤดูกาล 2020 ใน 4 เกมแรกที่ผ่านมา เป็นการประเดิมนำเทคโนโลยีในการช่วยการตัดสินที่เรียกว่า VAR เข้ามาใช้แบบเต็มรูปแบบทุกคู่ทุกสนาม ที่ไม่ใช่นัดกลางสัปดาห์ ซึ่งหลังจากเกิดโควิด และ ส.บอล ก็ขาดงบดุล เกือบจะทำให้ไทยลีกปีนี้ต้องยกเลิก VAR ไปแล้ว แต่เดชะบุญสุดท้ายสมาคมฯ ก็ยืนยันว่าจะมี VAR ในเกมไทยลีกทุกคู่เหมือนเดิม สบายใจได้ ยกเว้นเกมกลางสัปดาห์ที่เตะพร้อมกัน 8 คู่ เพราะมีไม่พอ
5.ยกเลิกฟุตบอลสโมสรชิงแชมป์อาเซียน
แต่เดิมในปีนี้ทาง AFF ได้มีการเตรียมที่จะจัดฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอาเซียนขึ้นมา ซึ่งไทยเราจะได้สิทธิ์ 2 ทีม คือแชมป์ไทยลีก และแชมปืลีก คัพ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งก็คือ สิงห์ เชียงราย กับ พีที ประจวบ ตามลำดับ ได้เป็นตัวแทนลงแข่งขัน แต่เนื่องจากโควิด ทำให้รายการนี้ถูกยกเลิกไป และจะกลับมาใหม่ปีหน้า
6.T2 มีการเพลย์ออฟเลื่อนชั้น
ขณะที่ฟุตบอลไทยลีกสอง หรือดิวิชั่น 1 เดิม ในปีนี้ก็มีความพิเศษใหม่เพิ่มขึ้นมา นั่นคือการเพลย์ออฟหาทีมเลื่อนชั้นไปสู่ไทยลีก ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับฟุตบอลลีกแชมเปี้ยนส์ชิพ ของอังกฤษ นั่นเอง คือทีมอันดับ 1 และ 2 จะได้เลื่อชั่นอัตโนมัติ ส่วนอันดับ 3,4,5,6 จะได้สิทธิ์เพลย์ออฟ เพื่อพาหนึ่งทีมเป็นทีมที่สามที่ได้เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด ซึ่งบอกเลยไป้รอบเพลย์ออฟนี่แหละ หวดกันไฟแลบแน่นอน
7.T3-T4 รวมลีกเหลือแค่ลีกเดียว
หลังจากเกิดปัญหาช่วงโควิด บวกกับกระแสนิยมในฟุตบอล T3 และ T4 ที่ไม่เป็นไปตามความตั้งใจของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทำให้มีแนวคิดที่จะเอาสองลีกมารวมกัยให้เหลือลีกเดียวเหมือนในอดีต สุดท้ายฟุตบอลลีกล่างของไทยก็รวมกันเป็นลีกเดียว คือ T3 หรือ เนชั่นแนลลีก
โดยสรุปล่าสุดมีทั้งสิ้น 72 ทีม แบ่งเป็น 6 โซนตามภูมิภาคต่างๆ และจะเริ่มคิกออฟกันในเดือนตุลาคมนี้ ต่อด้วยรอบแชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อหาทีมเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 ในช่วงปีหน้าตามโปรแกรมด้านบนที่ได้บอกไปแล้ว
นี่ก็เป็นทั้งหมดของ 7 สิ่งที่ควรรู้ของฟุตบอลไทย ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากพิษโควิด-19 เพื่อเป็นดารเตรียมความพร้อมก่อนที่ฟุตบอลจะกลับมารีสตาร์ทอีกครั้ง