รูดม่านปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับตลาดซื้อ-ขาย นักเตะประจำซัมเมอร์ 2020 ซึ่งก็ถือว่ามีหลากหลายดีลที่น่าสนใจทั้งเรื่องของการย้ายทีม และมูลค่าของตัวนักเตะ

ซึ่งต้องบอกก่อนว่าตลาดครั้งนี้อาจต่างไปจากเดิมเพราะเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดมันเลยส่งผลให้บางสโมสรต้องรัดเข็มขัดหยุดการใช้จ่ายไม่มีการเสริมทัพแต่อย่างใด แต่บางสโมสรก็ยอมทุ่มแบบขาดตัวเพื่อนำเข้านักเตะ และสร้างผลงานเพื่อเป้าหมายของทีมในฤดูกาลนี้ ว่าแล้ววันนี้ ขอบสนาม ของเราจะพาไปดู 10 ดีลซื้อสุดแพงประจำตลาดซัมเมอร์ 2020 กันว่าแข้งคนราคาแรงสุดในยุคที่โควิด-19 ครองโลกแบบนี้ นาธาน อาเก้ (จาก บอร์นมัธ ไป แมนฯ ซิตี้) ค่าตัว : 45 ล้านยูโร อย่างที่เรารู้กันว่าปัญหาใหญ่ของ แมนฯ ซิตี้ ที่ทำให้พวกเขาพลาดแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วนั้นก็คือปัญหาหลังบ้าน โดยเฉพาะตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง ฉะนั้นแล้วในช่วงซัมเมอร์พวกเขาเลยเริ่มต้นตลาดนี้ด้วยการอุดรอยรั่วนั้นก็คือการดึง นาธาน อาเก้ เซ็นเตอร์ฮาร์ฟของ บอร์นมัธ มาเสริมทัพแบบรวดเร็วด้วยค่าตัว 45 ล้านยูโร  ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเดินหมากแรกที่ดูดีไม่ใช่น้อยเพราะที่ผ่านมาผลงานของ อาเก้ ก็ถือว่าคุมแนวรับของ บอร์นมัธ ได้อย่างโดดเด่น อีกทั้งยังมีรูปร่างสูงใหญ่ บวกกับเป็นกองหลังที่น่าจะเข้ากับสไตล์ฟุตบอลของ เป๊ป ได้เป็นอย่างดี ว่าแล้วก็น่าสนใจว่ากับการลงทุนซื้อแข้งในแนวรับครั้งนี้ของ เป๊ป กับ แมนฯ ซิตี้ นั้นมันจะประสบความสำเร็จหรือไม่ 10 ดีลค่าตัวแพงประจำตลาดซื้อ-ขาย ซัมเมอร์ 2020 ลีรอย ซาเน่ (จาก แมนฯ ซิตี้ ไป บาเยิร์น มิวนิค) ค่าตัว : 49 ล้านยูโร กลิ่นอายดีลนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีก่อนที่ทว่าก็ยังไม่ได้มีการเจรจาพูดคุยกันแจ่อย่างใด จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ 2020 นี้ ทาง บาเยิร์น มิวนิค มีความปราถนาอยากได้ปีกความเร็วสูงมาลากเลื้อยให้ทีม ส่วนฝั่ง ซาเน่ เองก็มีความประสงค์อยากจะเก็บกระเป๋ากลับบ้านเกิดทำให้ดีลนี้สุดท้ายมันก็ลุล่วงไปได้ด้วยดีที่ราคา 49 ล้านยูโร ซึ่งล่าสุด ซาเน่ นั้นได้โอกาสประเดิมสนามในสีเสื้อของ "เสือใต้" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และดูเหมือนไม่ต้องปรับตัวให้เข้ากับทีมอะไรมากนัก โดยนัดแรกเจ้าตัวก็จัดการซัดไป 1 ตุง บวกกับ 2 แอสซิสต์ ช่วยทีมถล่ม ชาลเก้ ไป 8-0 เรียกได้ว่าเข้าขากับเพื่อนใหม่ได้อย่างลงตัว และเมื่อเขาได้มาเล่นบทบาทตัวริมเส้นฝั่งขวา ทางซ้ายเป็น แซร์จ นาบรี้ มันจะชวนนึกไปถึง บาเยิร์น ยุคที่มีคู่หู ริเบรี่ กับ ร็อบเบน เสียเหลือเกิน โธมัส ปาร์เตย์ (จาก แอต.มาดริด ไป อาร์เซน่อล) ค่าตัว : 50 ล้านยูโร ที่จริงดีลนี้มันมีข่าวมาตั้งแต่ช่วงเริ่มแรกเปิดตลาดแล้วว่าทาง อาร์เซน่อล สนใจคว้าตัวมาจริงๆ แต่ข่าวก็ดูเงียบหายไปจนกระทั่งฤดูกาลใหม่รูดม่านเปิดขึ้นก็ยังดูไม่ได้มีการเคลื่อนไหวอะไรแต่อย่างใด จนกระทั่งเข้าสู่ 24 ชั่วโมงสุดท้ายของตลาด ทาง "ไอ้ปืนใหญ่" ได้ติดต่อไปหา แอต.มาดริด เพื่อเจรจาคว้าตัวมิดฟิลด์รายนี้ ก่อนที่สุด อาร์เซน่อล จัดการยอมจ่ายค่าฉีกสัญญามูลค่า 50 ล้านยูโร เป็นอันทุกอย่างจบข่าว ปาร์เตย์ กลายเป็นแข้งรายใหม่คนสุดท้ายของทีมในช่วงซัมเมอร์นี้  ซึ่งจะว่าไปด้วยบทบาทของ ปาร์เตย์ น่าจะตอบโจทย์กับฟุตบอลของ อาร์เตต้า ไม่ใช่น้อย แต่ทว่าสุดท้ายผลงานจะเป็นตัวให้คำตอบเราเอง ถึงตรงนี้เชื่อว่าแฟนบอล "ไอ้ปืนใหญ่" คงอยากชมฟอร์มของแข้งรายใหม่แบบใจจะขาดแล้ว เบน ชิลเวลล์ (จาก เลสเตอร์ ซิตี้ ไป เชลซี) ค่าตัว : 50 ล้านยูโร อีกหนึ่งปัญหาของ เชลซี ในขวบปีแรกของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด นั้นก็คือตำแหน่งแบ็คซ้ายที่ยังหาคนที่ใช่ และเหมาะมกับแผนงานของเจ้าตัวไม่ได้ ฉะนั้นแล้วชื่อของ ชิลเวลล์ จึงกลายเป็นเป้าหมายหมายเลข 1 ในพื้นที่ดังกล่าวในการที่ทีมต้องการจะนำตัวเข้ามาอุกรอยรั่วดังกล่าว ซึ่งจะว่าไปเงินจำนวน 50 ล้านยูโร ที่ลงทุนไปมันก็เริ่มออกดอกออกผลมาให้เห็นแล้ว 1 ประตู 2 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 3 นัด ถือว่าเป็นตัวเลขที่สวยงามไม่น้อย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่ต้องปรับตัวอะไรมาก ต่อจากนี้ก็ลุ้นกันยาวๆ ว่าจะยืนระยะกับทีม และรักษามาตรฐานแบบที่เคยทำไว้ในสีเสื้อของ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ดีขนาดไหน ติโม แวร์เนอร์ (จาก ไลป์ซิก ไป เชลซี) ค่าตัว : 53 ล้านยูโร การย้ายสโมสรของหัวหอกชาวเยอรมันผู้นี้เสร็จสิ้นตั้งแต่ฤดูกาล 2019-20 ยังไม่ถูกรูดม่านปิดไป โดยเป็นทาง เชลซี ที่ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญาดึงมาล่าตาข่ายในถิ่นสแตมฟอร์ด บริจด์ ซึ่งจากผลงานที่ผ่านมาในสีเสื้อของ ไลป์ซิก ทางด้าน แวร์เนอร์ แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาคือหนึ่งในเพชรฆาตรล่าประตูมากขนาดไหน 95 ประตู จาก 159 นัดในทุกรายการคือเครื่องการันตีชั้นยอด ซึ่งมันก็คงไม่แปลกที่ "เสี่ยหมี" จะยอมควักเงินก้อนโต มาแก้ปัญหาในแนวรุกให้กับ แฟร้งค์ แชมพาร์ด โดยถึงตรงนี้ถึงแม้ แวร์เนอร์ จะเพิ่งซัดไปเพียงประตูเดียว ซึ่งเกิดเกมศึกคาราบาว คัพ ส่วนในเกมลีกการได้ออกสตาร์เป็นตัวจริงทั้ง 4 นัด และอยู่ในสนามครบ 90 นาทีทั้งหมดจะยังไม่อาจเบิกสกอร์แรกได้ แต่ดูทิศทางแล้วมีแววดี ทรงบอลเข้ากับทีมได้มากพอควร ที่เหลือก็รอเพียงการปรับตัว และเรียนรู้กับฟุตบอลแดนผู้ดีให้มากขึ้นเท่านั้นเอง มิราเล็ม ปานิช (จาก ยูเวนตุส ไป บาร์เซโลน่า) ค่าตัว : 60 ล้านยูโร ดีลนี้ของ บาร์เซโลน่า เหมือนเป็นการอุดรอยรั่วหลังจากที่ต้องปล่อย อาร์ตูร์ ออกจากสโมสรไป ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็จัดการปิดดีลคว้าตัว มิราเล็ม ปานิช มิดฟิลด์วัย 30 ปี จาก ยูเวนตุส มาครองได้สำเร็จ ด้วยค่าตัวที่สูงเอาเรื่องที่ 60 ล้านยูโร พร้อมโบนัสที่อาจจะต้องจ่ายอีก 5 ล้านยูโร ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าดีลนี้ของ อาร์ตูร์ กับ ปานิช มันเกี่ยวข้องกันหรือไม่ คำตอบคือไม่เกี่ยวนะครับ เป็นการซื้อ-ขาย ที่แยกออกจากกัน  โดย ปานิช ได้โอกาสออกสตาร์ทกับทาง บาร์เซโลน่า ไปแล้วทั้งสิ้น 2 นัดในศึกลาลีกา สเปน ฤดูกาลนี้ แต่ทว่ายังไม่ได้ยึดเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริง ถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรองทั้ง 2 เกม และยังไม่ได้โชว์ศักยภาพออกมามากเท่าไหร่นัก 10 ดีลค่าตัวแพงประจำตลาดซื้อ-ขาย ซัมเมอร์ 2020 รูเบน ดิอาส (จาก เบนฟิก้า ไป แมนฯ ซิตี้) ค่าตัว : 68 ล้านยูโร หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกสตาร์ทในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้ไปได้ 2 นัด ทางด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็มองเห็นปัญหาในเรื่องของเกมรับโดยเฉพาะตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาร์ฟที่ยังคงหาความลงตัวไม่ได้ถึงแม้จะปิดดีลซื้อตัวของ นาธาน อาเก้ จาก บอร์นมัธ มาได้ ฉะนั้นแล้วพวกเขาเลยต้องทุ่มคลังเอาเงินจำนวน 68 ล้านยูโร เพื่อแต่งเติมเอา รูเบน ดิอาส เข้ามาอุดหลังบ้าน ขึ้นแท่นเป็นนักเตะกองหลังแพงที่สุดของทีม พ่วงด้วยแข้งค่าตัวแพงอันดับ 3 ของสโมสรเป็นรองเพียง เควิน เดอ บรอยน์ กับ โรดี้ เท่านั้น ส่วนในเรื่องของผลงานก็ให้ระยะเวลา และผลงานของเจ้าตัวเป็นคนเติมคำตอบก็แล้วกัน วิคเตอร์ โอซิมเฮน (จาก ลีลล์ ไป นาโปลี) ค่าตัว : 70 ล้านยูโร ความฮือฮาของดีลนี้มันไม่ได้อยู่ที่การย้ายทีมของตัวนักเตะ แต่มันคือมูลค่าราคาที่ทาง นาโปลี ยินยอมจ่ายนั้นเอง โดยทางฝั่งทัพ "อาซูร่า" ยอมควักเงิน 70 ล้านยูโร เพื่อปิดดีลหัวหอกวัย 21 ปีรายนี้เข้าสู่ทีม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฤดูกาลเดียวทาง ลีลล์ เพิ่งคว้าตัวมาจาก ชาเลอร์รัว ทีมในลีกเบลเยี่ยมเพียง 22.4 ล้านยูโร เท่านั้น  ส่วนผลงานส่วนตัวของ โอซิมเฮน เมื่อซีซั่นที่ผ่านมาคือการกระหน่ำไป 18 ประตู จากการลงสนาม 38 นัด ซึ่งถ้าดูจากเม็ดเงินที่ลงทุนไป นาโปลี คงหวังประโยชน์จากดาวเตะผู้นี้ไว้มาก และอยากจะวางให้ โอซิมเฮน เป็นอนาคตของทีมในระยะยาว 10 ดีลค่าตัวแพงประจำตลาดซื้อ-ขาย ซัมเมอร์ 2020 อาร์ตูร์ (จาก บาร์เซโลน่า ไป ยูเวนตุส) ราคา : 72 ล้านยูโร หนึ่งในดีลที่ชวนสงสัยให้กับ บาร์เซโลน่า เป็นอย่างมาก เพราะจะว่าไป อาร์ตูร์ ก็คือหนึ่งในมิดฟิลด์อนาคตไกลที่ทางทัพ "อาซูลกราน่า" สามารถคาดหวัง และใช้งานในระยะยาวได้อย่างแน่นอน แต่ทว่าด้วยสถานการณ์ทางด้านการเงินมันทำให้ทาง บาร์เซโลน่า ต้องการเงินสดที่จะเข้ามาทำให้สภาพคล่องในบัญชีมันสามารถเดินต่อไปได้ ซึ่งเมื่อเรื่องไปเข้าหูของ ยูเวนตุส พวกเขาพร้อมที่จะจ่ายในราคาระดับ 72 ล้านยูโร ก่อนที่สุดท้ายดีลระหว่างทั้ง 2 สโมสรจะลุล่วงในระยะเวลาแบบรวดเร็ว อาร์ตูร์ กลายเป็นนักเตะของทัพ "ม้าลาย" ทั้งที่ตัวนักเตะเองก้ไม่ได้เต็มใจที่จะเก็บกระเป๋าย้ายออกจากถิ่นคัมป์ นู เสียเท่าไหร่ ไค ฮาเวิร์ตซ์ (จาก เลเวอร์คูเซ่น ไป เชลซี) ราคา : 80 ล้านยูโร หลังจากมีข่าวเชื่อมโยงกันมาแสนนานระหว่าง ฮาเวิร์ตซ์ กับ เชลซี บทสรุปสุดท้ายทั้งคู่ก็ได้ลงเอยกันเสียทีด้วยค่าตัวที่แพงเป็นสถิติสูงสุดประจำตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ด้วยมูลค่า 72 ล้านปอนด์ ซึ่งเรื่องราวกว่าจะเกิดดีลนี้ขึ้นเรียกได้ว่ายื้อกันเรื่องของตัวเลบอยู่นาน ทางฝั่ง เลเวอร์คูเซ่น ก็ยื้อเวลาต้องการเงินที่พวกเขาต้องการ แต่ส่วนฝั่ง เชลซี ที่นำมาโดย มาริน่า กรานอฟสกายา ก็สามารถเกลี่ยกล่อมจนได้ราคาที่พวกเขาต้องการ โดยถึงตอนนี้แข้งชาวเยอรมันลงสนามให้กับทัพ "สิงห์บลู" ไปแล้ว 5 นัด ซัดไป 3 ประตู ซึ่งเกิดขึ้นในเกมบอลถ้วยอย่างคาราบาว คัพ และเป็นการทำแฮตทริกได้อีกด้วย ส่วนผลงานส่วนตัวอาจจะยังไม่ได้ไฉไลมากนัก แต่นี้มันก็เพิ่งเริ่มต้นซีซั่นเวลายังอีกยาวไกลให้เรียกฟอร์มเก่งเหมือนครั้งวาดลวดลายในสีเสื้อของ เลเวอร์คูเซ่น

- เปา ขอบสนาม -

logoline