ย้อนกลับไปสัก 3 ปีที่แล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ คือกุนซือที่ถูกยกย่องให้เป็นเบอร์ต้นๆ ของโลก แต่เกือบ 2 ฤดูกาลที่เข้ามากุมบังเหียนทัพ "ปีศาจแดง" ดูเหมือนว่าชื่อเสียงแลราศีของเขาจะตกลงไปเรื่อยๆ

  แชมป์ยูโรปาลีก กับ ลีกคัพ เมื่อฤดูกาลที่แล้วไม่เพียงพอที่จะทำให้เสียงวิจารณ์ถึงตัวเขาลดลงได้ ยิ่งมาฤดูกาลนี้การกระเด็นตกรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยน้ำมือของ เซบีย่า บวกกับการยื่นแชมป์ให้เพื่อนบ้านอย่าง แมนฯ ซิตี้ ก็ทำให้เขายิ่งถูกวิจารณ์หนักขึ้นไปอีก   วันนี้ผมในฐานะแฟนผีคนนึงที่ยังต้องการเห็น น้ามู คุมทีมต่อไป ก็ขอเขียนวิจจารณ์ความผิดพลาดสัก 5 ข้อในฤดูกาลนี้ของ มูรินโญ่ หน่อย และหวังว่าปีหน้าจะปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่านี้ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยคอมเม้นท์มาได้เลยนะครับ แต่ขอย้ำว่านี่คือความคิดเห็นของผมที่อยากถ่ายทอดออกไปครับ     1.รถบัส   นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดของ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลนี้ หนักกว่าระบบการเล่น ก็คือสไตล์การเล่นนี่แหละ ดีเอ็นเอของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือบอลบุกมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เข้าใจว่าผู้จัดการทีมแต่ละคนก็มีสไตล์การทำทีมที่แตกต่างกันออกไป แต่ก็ต้องเข้าใจแฟนผีที่ยึดติดกับการบุกอย่างบ้าระห่ำสมัย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุมมานานเกือบ 30 ปี   ที่สำคัญคือในเมื่อผลลัพธ์มันออกมาไม่สวยงามแบบในซีซั่นนี้ ก็เพียงพอแล้วที่จะให้แฟนๆ ตำหนิตรงจุดนี้ได้ ยิ่งหากมองจากศักยภาพนักเตะแต่ละคนแล้วยิ่งไม่ควรเล่นบอลเน้นเกมรับด้วยประการทั้งปวง โอเคเจอทีมใหญ่อาจเล่นรับเน้นผลได้บ้าง เข้าใจได้ แต่การเจอทีมอย่าง เลสเตอร์, เบิร์นลี่ย์, นิวคาสเซิ่ล อะไรเทือกนี้มึงไม่บุกใส่เขาวะ?!   การเอาชนะ แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี, อาร์เซน่อล มันแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากคุณเอาแต้มไปเขวี้ยงทิ้งเล่นยามเจอทีมเล็กๆ เช่นนัดล่าสุดที่แพ้บ๊วยอย่าง เวสต์บรอมวิช คาบ้านนั่นหละ     2.ระบบการเล่น   ระบบการเล่นที่ มูรินโญ่ เลือกใช้บ่อยสุดในฤดูกาลนี้คือ 4-2-3-1 ซึ่งนักเตะหลายคนไม่ได้มีความเข้าใจในระบบนี้ อย่างเช่น ปอล ป็อกบา ที่ "น้ามู" ต้องการวางให้เป็นหัวใจในแดนกลางก็ถนัดเล่น 4-3-3 มากกว่า หรือ อเล็กซิส ซานเชซ ดาวเตะค่าเหนื่อยแพงสุดในทีมก็ถนัดเล่น 3-4-1-2 เหมือนสมัยอยู่ อาร์เซน่อล แต่ก็สามารถทำได้ดีเช่นกันยามเล่น 4-3-3 แต่ มูรินโญ่ แทบจะไม่เลือกใช้ระบบนี้เลย เหตุผลก็เพราะ 4-2-3-1 มันเน้นรับมากกว่าไงครับ   3.เลือกปฏิบัติกับลูกทีม   ลุค ชอว์ และ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน คือ 2 แข้งที่พยายามทำดีแทบตายสุดท้าย มูรินโญ่ ก็ไม่เห็นค่า โดยเฉพาะ ชอว์ เจ็บไปเป็นปีๆ อุตส่าห์กลับมาเรียกความฟิต ลดหุ่น หวังพิชิตใจ มู แต่พอได้ลงเล่นทำพลาดนิดเดียว ก็โดนด่าออกสื่ออีกแล้ว ช่วงเบรคทีมชาติก็ไม่ไปพักร้อน ซุ่มฝึกซ้อมเพื่อหวังจะเอาชนะใจโค้ชให้ได้ แต่ดูแล้วก็ไม่ได้เป็นผลอะไร เข้าตำราเกลียดแล้วเกลียดเลย   หันกลับมาดูที่ลูกรักอย่าง แอชลี่ย์ ยัง, อันโตนิโอ วาเลนเซีย และ โรเมลู ลูกากู เป็นต้น โอเค 3 รายที่ว่านี้ก็ทำผลงานได้ดี แต่มันก็มีช่วงที่ฟอร์มตก พลาดหลายๆ นัดติดกัน แต่ มูรินโญ่ ก็ยังตะบี้ตะบันส่งลงไปแบบนั้นแหละ เรียกได้ว่าปฏิบัติกับลูกทีมไม่เท่าเทียมกันอย่างเห็นได้ชัด   4.การให้สัมภาษณ์   ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการให้สัมภาษณ์แบบกวนโอ้ย ยั่วโมโห และจิกแขวะอยู่แล้วสำหรับ "เดอะ สเปเชียล วัน" แต่บ่อยครั้งที่คำพูดจากปากมูที่พ่นผ่านสื่อไปนั้น ผมเกิดคำถามว่า "มึงจะพูดทำไมวะ?" หรือ "พูดเพื่อ?" อย่างเช่นการออกมาร่ายยาวเป็นสิบนาที เพื่อปกป้องตัวเองหลังร่วงตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก การสัมภาษณ์ครั้งนั้นก็มีคำที่ไม่ควรพูดอย่างเช่น ทีมอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายคือเรื่องธรรมดา รวมถึงการต่อว่า แขวะลูกทีมออกสื่อโดยไม่เผยชื่อ แต่รู้ได้ว่าใครอีกหลายครั้ง นี่คือสิ่งที่ มูรินโญ่ ควรจะต้องลดทิฐิและปรับปรุงตัวเองให้ได้   5.การซื้อตัว   โอเคหละ ผมไม่เถียงว่าการได้ โรเมลู ลูกากู เข้ามา รวมถึง อเล็กซิส ซานเชซ ช่วงเดือนมกราคม คือการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยม แต่การปล่อย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ออกไปแบบฟรีๆ กลางฤดูกาลนี่มันไม่ใช่เรื่องเลย โอเคล่ะระดับ "พระเจ้า" คงไม่อยากนั่งเป็นตัวสำรองของ ลูกากู แต่นั่นเท่ากับว่าทีมคุณเหลือกองหน้าตัวเป้าให้เลือกใช้เพียงแค่คนเดียวนะเว้ย!!   คำถามคือถ้ารู้อยู่แล้วว่ารั้ง ซลาตัน ไว้ไม่ได้ทำไมมกรามึงไม่ซื้อกองหน้ามาเป็นอะไหล่สักตัวสองตัว ไม่ต้องแพงมากก็ได้เอาแบบ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เหมือนที่ เชลซี ซื้อไปก็ยังดี อย่างนี้เท่ากับว่า ลูกากู หมดคู่แข่งเรียบร้อย เล่นห่วยยังไงกูก็ได้ลงตัวจริงอยู่ดี อ่อ ส่วนไอคำที่ น้ามู แกอ้างว่าทีมเรากองหน้าเยอะอยู่แล้วไม่ต้องซื้อ เพราะมีทั้ง อเล็กซิส, แรชฟอร์ด, มาร์กซิยาล โถ่เอ้ย พวกนี้มันใช่กองหน้าตัวเป้าที่เข้ากับสไตล์เราที่ไหนวะ!  

ท้ายสุดหวังว่าจะได้แชมป์ เอฟเอ คัพ มาปลอบใจนะ อย่าทะลึ่งบ้องโดน สเปอร์ส สอยร่วงซะล่ะ

ชิน ชินพัฒน์

logoline