หลังจากร่วมงานมาได้เกือบครบ 2 ฤดูกาล ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่าง โชเซ่ มูรินโญ่ กับ ปอล ป็อกบา จะไม่ได้หวานชื่นรื่นรมย์เหมือนเก่าซะแล้ว
สื่อหลายสำนักต่างพากันรายงานไปในทิศทางเดียวกันในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาว่า น้ามู กับ อีป็อก มีปัญหากัน แต่ทั้งคู่ต่างก็ปฏิเสธมาตลอด อย่างไรก็ตามความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น และผมก็ไม่ใช่ โคนัน ฉะนั้นผมก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ที่พอจะทำให้ได้คือเรียบเรียงไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในเวลาร่วม 2 ปีนี้ ตอนไหนรัก ตอนไหนเกลียด ตอนไหนเริ่มแตกหักบ้าง พร้อมแล้วไปไล่ดูกันเลยครับ สิงหาคม 2016 ป็อกบา ย้ายกลับมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้งด้วยค่าตัว 89 ล้านปอนด์ ซึ่งแพงที่สุดในโลก ณ ตอนนั้น โดยมิดฟิลด์ตัวตัดผมได้ให้สัมภาษณ์ว่า "ผมแทบจะอดใจรอวันที่ได้ร่วมงานกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ไหวแล้ว" มกราคม 2017 มูรินโญ่ มอบปลอกแขนกัปตันทีมให้ ป็อกบา สวมเป็นหนแรก พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า "เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ มีความทะเยอทะยาน มีความคิดสร้างสรรค์เกม และมีความเป็นมืออาชีพสูง" กุมภาพันธ์ 2017 ปอล ป็อกบา เริ่มฟอร์มตก และโดนวิจารณ์ค่อนข้างเยอะ ร้อนถึง น้ามู ต้องออกมาปกป้องลูกรักว่า ค่าตัวที่เป็นสถิติโลกทำให้เขากดดัน และเชื่อว่าท้ายสุดจะแสดงให้เห็นว่ามันคุ้มค่าแน่นอน มีนาคม 2017 แมนฯ ยูไนเต็ด ตกรอบ เอฟเอ คัพ หลังแพ้ เชลซี ไป 1-0 ซึ่งคนที่โดนด่าว่าเล่นไม่ได้เรื่องมากที่สุดก็คือ ป็อกบา ซึ่ง มูรินโญ่ ก็ออกมาปกป้องเช่นเคยว่า "สำหรับผม ป็อกบา คือคนที่เล่นได้ดีที่สุดในสนามวันนี้" มิถุนายน 2017 หลังจากที่ "ปีศาจแดง" คว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก และ ลีกคัพ มาครองได้ 2 ถ้วย ป็อกบา ก็ได้ให้สัมภาษณ์ชื่มชมเจ้านายเป็นการใหญ่โดยบอกว่า "มูรินโญ่ คือ เดอะ สเปเชียล วัน จริงๆ เขาต้อนรับผมอย่างดีตั้งแต่วันแรกที่ผมย้ายมา เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างมาก เขาเชื่อมั่นในตัวผม และคอยออกมาปกป้องผมเสมอ นี่คือสิ่งที่นักเตะทุกคนต้องการจากผู้จัดการทีม" กันยายน 2017 หลังจากทำผลงานช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้อย่างดี ป็อกบา ก็มาได้รับบาดเจ็บที่แฮมสตริง ในเกมที่เจอกับ บาเซิ่ล ต้องพักยาว และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของรอยร้าวในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เพราะสื่อหลายสำนักต่างรายงานว่า มูรินโญ่ ไม่พอใจที่ กองกลางวัย 25 ปี ตัดสินใจบินไปรักษาตัวที่ ไมอามี่ สหรัฐฯ แทนที่จะอยู่ให้ทีมแพทย์ของสโมสรดูแลที่ แมนเชสเตอร์ พฤศจิกายน 2017 หายเจ็บกลับมาลงเล่นอีกครั้งและก็ทำผลงานได้ดีทีเดียว ยิงได้ 1 ลูก ช่วยให้ทีมเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ไป 4-1 กุมภาพันธ์ 2018 หลังจากหายเจ็บกลับมา ป็อกบา ก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเรื่อยๆ แต่ช่วงเดือนมกราคมมีบ้างที่ฟอร์มหลุด จนกระทั่งต้นเดือนกุมภาพันธ์ จุดที่เพิ่มรอยร้าวในความสัมพันธ์ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปพ่าย สเปอร์ส 2-0 นัดนั้น ป็อกบา ถูก น้ามู ถอดออกในนาทีที่ 63 ซึ่งเจ้าตัวก็แสดงอาการหัวร้อนให้เห็น พร้อมกับมีการถกเถียงกันเล็กน้อยที่ข้างสนามกับ มูรินโญ่ ด้วย แม้หลังจบเกม มูรินโญ่ จะยืนยันว่าการเปลี่ยน ป็อกบา ออกเป็นเรื่องของแท็คติก และความสัมพันธ์ยังคงดีเหมือนดิม ทว่าเกมถัดมาในการเปิดบ้านเอาชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ไป 2-0 แข้งทีมชาติฝรั่งเศสกลับมีชื่อเป็นแค่ตัวสำรอง เท่านั้นไม่พอต่อจากนั้นอีก 3 นัด เจ้าตัวก็ไม่ได้ลงเล่นครบ 90 นาทีเลย เจอ นิวคาสเซิ่ล โดนเปลี่ยนออก, เจอ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ในเอฟเอคัพ ไม่มีชื่อ และเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายเลกแรกที่บุกไปเสมอ เซบีย่า 0-0 ก็เป็นแค่ตัวสำรอง เท่ากับว่า 5 นัดแรกของเดือนกุมภาพันธ์ ป็อกบา ไม่ได้ลงเล่นเต็ม 90 นาทีเลย แม้แต่เกมเดียว ทีนี้กระแสแตกหักระหว่าง น้ามู กับ น้องป็อก ยิ่งลือกันสะพัด แม้ตัวกุนซือจะยืนยันหนักแน่นว่าไม่จริ๊งไม่จริงก็ตามที มีนาคม 2018 หลังจบศึก "แดงเดือด" ที่ "ปีศาจแดง" เปิดบ้านตบ ลิเวอร์พูล ไป 2-1 ป็อกบา ได้เข้าไปดึงแขน มูรินโญ่ ที่กำลังให้สัมภาษณ์กับสื่ออยู่ เพื่อมาแสดงความดีใจร่วมกัน ซึ่งสีหน้าของ น้ามู แม้ตอนนั้นจะยิ้มแย้ม แต่แหล่งข่าวบอกว่านี่ก็เป็นอีกจุดนึงที่ทำให้ความสัมพันธ์ยิ่งแย่ลงไปใหญ่ เพราะจริงๆ มูรินโญ่ รู้สึกไม่พอใจการกระทำของ ป็อกบา ที่เข้ามาแทรกระหว่างที่เขากำลังให้สัมภาษณ์เป็นเหมือนการไม่ใเห้เกียรติกัน นอกจากนี้ช่วงปลายเดือนก็มีข่าวว่า ทั้งคู่แทบจะไม่คุยกันเลย โดยช่วงฝึกซ้อมหากจะเป็น หลุยส์ ฟาเรีย ผู้ช่วยของ น้ามู ที่จะเข้าไปอธิบายแท็คติกต่างๆ ให้ ป็อกบา แทน เมษายน 2018 ก็คือเดือนนี้นี่แหละ อย่างที่เราทราบๆ กันดีว่าตอนนี้กระแสข่าวมันปั่นมั่วไปหมด มีทั้งบอกว่า มู หมดความอดทนเตรียมโละทิ้งสิ้นฤดูกาลนี้ มีทั้ง ป็อกบา ขอสู้ต่อ มีทั้ง มิโน่ ไรโอล่า เอเย่นต์ตัวแสบไปเร่ขายให้ เปแอสเช อีรุงตุงนังไปซะหมด แต่สุดท้ายข่าวมันก็คือข่าว บทสัมภาษณ์สุดท้ายของ มูรินโญ่ ยังคงยืนยันว่ารักกันดี ตราบใดที่อะไรยังไม่แน่ชัด เราก็ควรเชื่อคำพูดของเจ้าตัวเอาไว้ก่อน รักกันไว้เถิด!ชิน ชินพัฒน์










