เริ่มต้นที่การจัดตัวกันก่อนเลยดีกว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด เจ้าถิ่น วันนี้เลือกที่จะส่งตัวสำรองแทบยกชุด เพราะมีเกมสำคัญที่จะบุกไปเยือน เบิร์นลี่ย์ ที่อาจส่งให้พวกเขาทะยานขึ้นเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก รออยู่ โดยไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูก็ใช้มือ 2 อย่าง ดีน เฮนเดอร์สัน เซ็นเตอร์ฮาล์ฟก็พัก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ใช้ เอริค ไบยี่ จับคู่กับ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ขนาบข้างด้วย แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ และ อเล็กซ์ เตลลิส กองกลางวาง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีม ยืนคู่กับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค และใช้ ฆวน มาต้า เป็นเพลย์เมกเกอร์ ตัวรุกด้านข้างมี เจสซี่ ลินการ์ด กับ ดาเนียล เจมส์ หัวหออกตัวเป้าใช้ เมสัน กรีนวู้ด

  ขณะที่ทางฝั่งผู้มาเยือน วัตฟอร์ด อันดับ 6 จาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ก็ถือว่าจัดชุดใหญ่ใส่เต็มอยู่เหมือนกันหวังล้มยักษ์หักปากกาเซียนเลยทีเดียว นักเตะที่เราพอจะคุ้นชื่อก็มีทั้ง วิลล์ ฮิวจ์ส, นาธาเนียล ชาโลบาห์, อิสไมล่า ซาร์ และ อังเดร เกรย์ เป็นต้น แน่นอนว่าแม้ "ปีศาจแดง" จะขนชุดสำรองลงเล่น แต่ดีกรีศักดิ์ศรีและชื่อชั้นนักเตะนั้นก็ยังเหนือกว่าทัพ "แตนอาละวาด" ซึ่งพอเริ่มเกมมา มันก็ยิ่งชุัดว่าเจ้าถิ่น แมนฯ ยู นั้นดูดีกว่า ผีแดง เดินเกมรุกบุกเข้าใส่ตั้งแต่นาทีแรก และได้ทักทายก่อนตั้งแต่นาทีที่ 4 จาก ดาเนียล เจมส์ แต่ก็ยังติดเซฟของ แบชแมนน์ นายด่าน วัตฟอร์ด ปัดออกหลังไป แต่สุดท้าย "แตนอาละวาด" ก็มาโดนยิงขึ้นนำจากจังหวะเตะมุมลูกนี้นี่แหละ อเล็กซ์ เตลลิส เปิดเตะมุมบอลย้อยโค้งมาเข้าทาง แม็คโทมิเนย์ ที่พุ่งโฉบมาโขกสะบัดเล่นทางบอลลอยไปชนเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ส่งให้ แมนฯ ยู ขึ้นนำก่อนตั้งแต่ไก่โห่ 1-0 ประตู หลังจากได้ประตูขึ้นนำ แมนฯ ยู ก็ยังเป็นฝ่ายที่ทำเกมได้ดีกว่า ครองบอลบุกเข้าใส่หวังจะเอาประตูที่ 2 เพื่อความสบายใจ ทว่าก็ยังทำไม่ได้ จนเล่นไปเล่นมาเข้าสู่ช่วง 20 นาทีสุดท้ายเกมของ ผีแดง ก็ดูจะช็อตไปซะงั้น กลายเป็นปล่อยให้ วัตฟอร์ด เป็นฝ่ายทำเกมรุกบุกเข้าใส่บ้าง แต่ยังโชคดีที่ "แตนอาละวาด" จบสกอร์กันไม่คมเอง ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรกลงไปด้วยสกอร์นี้ แต่ ผีแดง ก็ต้องสังเวย เอริค ไบยี่ อีกแล้ว เพราะในช่วงทดเจ็บดันไปปะทะเข้ากับ ดีน เฮนเดอร์สัน ได้รับการกระแทกที่ศรีษะเล่นต่อไม่ไหวส่ง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ กัปตันทีมตัวจริงลงมาเล่นแทน เข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง ไอที่คาดหวังว่าเกมมันจะสนุกเพราะสกอร์ก็ไม่ได้ห่างแค่ 1-0 แต่ ผีแดง เลือกที่จะเล่นเน้นแน่นอน ไม่บุกเข้าใส่ ส่วน วัตฟอร์ด ก็มีความพยายามแต่ยังอ่อนหัด สุดท้ายเกมแม่งก็เลยเนือยๆ น่าเบื่อ ประกอบกับตี 4 เข้าไปแล้ว กูง่วง ไอสัส!! เอาง่ายๆ คือครึ่งหลังทั้ง 2 ทีมแทบไม่มีโอกาสไหนที่ยิงจะแจ้งเลย ของ แมนฯ ยู จะมีก็แค่ตอนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ลงมาเป็นตัวสำรองโชว์สเต็ปล็อคหลอกให้หวือหวาหลุดไปในเขตโทษก่อนจะยิงเล่นทาง แต่ขอโทษเบาเป็นเยี่ยวแมว ไอสัส โกลล์วัตฟอร์ดพุ่งล้มรับได้สบายมือ คือเอาเป็นว่าครึ่งหลังแม่งควรค่าแก่การนอนมากกว่าเสียเวลามานั่งดู สุดท้ายท้ายสุดลูกโขกของ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ตั้งแต่นาทีที่ 5 ก็กลายเป็นประตูัชัย ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ วัตฟอร์ด ไปได้ 1-0 ประูตู ผ่านเข้าสู่รอบ 4 ของศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ ได้สำเร็จ แต่เชื่อเลยว่าถ้าคุณเป็นแฟนผีที่นั่งดูเกมนี้ คุณจะต้องหงุดหงิดแน่นอน แม้ว่าทีมรักคุณจะผ่านเข้ารอบก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นหงุดหงิดที่ ดาเนียล เจมส์ แม่งเล่นส้นตีนอะไรก็ไม่รู้ มีแต่ความเร็วนอกนั้นไม่มีเชี่ยไรเลย, เจสซี่ ลินการ์ด อุตส่าห์ได้โอกาสก็ยังคงไม่คว้าไว้ ไอ้ห่ามึงไม่ใช่ดาวรุ่งแล้วนะ, เมสัน กรีนวู้ด นี่ก็นับวันยิ่งเล่นยิ่งแย่ เกมนี้พอไม่มีพวกรุ่นพี่ฝีเท้าดีช่วยประคองก็ไปไม่เป็น, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค ขยันวิ่งไล่แต่ก็ยังปรับตัวไม่ได้ สุดท้าย เอริค ไบยี่ ก็ดันมาเจ็บอีก บักห่าเอ้ยย ที่น่าสงสารก็คือ โอเดียน อิกาโล่ ที่ โซลชา พูดเปรยๆ ไว้ว่าจะได้ลงเล่นเจอทีมเก่า กลับเป็นได้แค่ตัวสำรองไม่ได้ใช้งาน ทั้งที่โควต้าก็ยังเหลือ อดลงเจอทีมเก่าซะงั้น และอาจจะไม่ได้ลงอีกเลยก็ได้ในฤดูกาลนี้ เรียกได้ว่าความสุขเดียวที่แฟนผีได้รับจากการอดหลับอดนอนรอดู คือได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป นอกนั้น บัดซบ !!  

ชิน ชินพัฒน์

logoline