"ปลุกปีศาจ ต้องใช้ปีศาจ" นี่คือวลีเด็ดที่แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด หยิบยกมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ภายหลังทราบข่าวที่ว่าทีมรักของพวกเขาไปดึงอดีตนักเตะระดับตำนานของสโมสร ผู้ที่รู้ทุกซอกหลืบของโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นอย่างดีอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มาเป็นนายใหญ่คนใหม่ของทีม

ย้อนเวลากลับไปช่วงกลางเดือนธันวาคม 2018 แมนฯ ยูไนเต็ด มีอันต้องแยกทางกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ด้วยเหตุผลเรื่องของผลงานในสนาม และความสัมพันธ์กับลูกน้องบางราย ก่อนที่ไม่กี่วันหลังจากนั้นทีมจะไปเจรจาดึงตัว โซลชา มานั่งแท่นกุนซือแบบชั่วคราวขัดตาทัพระหว่างหาคนที่เหมาะสมเข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งถ้าจะพูดกันตามตรง โซลชา ไม่ได้มีดีกรีที่เก่งกาจอะไรเลยเต็มที่ก็แค่แชมป์ลีกของ นอร์เวย์ กับ โมลด์ เพียงเท่านั้น ส่วนผลงานกับ คาร์ดิฟฟ์ ก็ไม่ได้สวยงามพาทีมตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก อีกทั้งยังโดนไล่ออกในระยะเวลาคุมทีมเพียง 8 เดือน จดหมายถึงน้าโอเล่ : จากวันที่ย่ำแย่ สู่ค่ำคืนที่ผงาดรั้งจ่าฝูง แต่ใครจะรู้บางทีคนที่เหมาะสมอาจเข้ามาในเวลาที่เราไม่รู้ตัว เกมพรีเมียร์ลีก 12 แรกที่ โซลชา ประเดิมคุมทีมในพรีเมียร์ ลีกเขาออกสตาร์ทด้วยการไม่พลาดท่าแพ้ให้กับทีมไหนเลยไหนจะเกมพลิกนรกขึ้นมาจากความพ่ายแพ้ต่อ เปแอสเช ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ถ้าจะพูดจากใจจริงนั้นเป็นฮันนีมูนที่โคตรสวยงามเลยว่ะน้า  สถานการณ์ของทีมพลิกจากหลังตีนเป็นหน้ามือ บรรยากาศ, ความสัมพันธ์ระหว่างลูกน้อง กับเจ้านายมันช่างหอมหวานต่างกันคนละขั้วกับคนเก่ายิ่งนัก ไม่แปลกหรอกที่หลายคนอยากจะมอบสัญญาถาวรให้กับชายผู้กอบกู้รายนี้  อย่างไรก็ตามอย่างที่คนเรามักพูดกัน "ยามรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน" หลังจากที่น้าบรรจงเซ็นสัญญาคุมทีมแบบถาวรไม่รู้อะไรเข้ามาครอบงำ จากฟุตบอลที่สนุกบุกแหลกไล่โขยกคู่แข่งเป็นว่าเล่น กลับกลายเป็นฟุตบอลที่เน้นผลไม่ได้เอนเตอร์เทนเหมือนอย่างที่เคย จนผลการแข่งขันมันเลยออกมาไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจไม่ว่าจะเป็นแพ้ เอฟเวอร์ตัน 4-0, เสมอ ฮัดเดอร์ฟิลด์ 1-1 หรือปิดท้ายซีซั่นด้วยการเปิดบ้านแพ้ คาร์ดิฟฟ์ ทีมเก่าแม่งซะงั้น โอเคละ มองในแง่ดีว่าอย่างน้อยในช่วงนั้นมันก็ไม่มีอะไรให้ต้องลุ้น อีกทั้งน้าได้มีเวลาจัดการขุมกำลังของตัวเอง ลิสต์รายชื่อนักเตะที่อยากจะนำเข้ามาต่อเติมซ่อมแซมทีมกันในช่วงซัมเมอร์กันหน่อยละฤดูกาล 2019-20 เปิดฉากเมื่อไหร่ค่อยมาสู้กันใหม่ จดหมายถึงน้าโอเล่ : จากวันที่ย่ำแย่ สู่ค่ำคืนที่ผงาดรั้งจ่าฝูง ซึ่งเมื่อรูดม่านเปิดขึ้นความบันเทิงก็มาเยือนการเปิดบ้านตบ เชลซี 4-0 ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นง่ายๆ แต่ โซลชา ทำมันได้สำเร็จ แต่ทว่าก็อย่าเพิ่งดีใจจนออกนอกหน้าเพราะผลงานหลังจากนั้นมันลุ่มๆ ลอนๆ ไม่คงเส้นคงวา ชนะ 2 นัด ก็กลับมาแพ้ หรือเสมออีก ซึ่งมันวนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนขาเก้่าอี้ของน้าก็สั่นคลอนเหมือนกัน แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้แม้จะไม่สวยงามก็ตาม แน่นอนในช่วงเวลาดังกล่าวเสียงแฟนบอลแตกเป็น 2 ฝั่ง คือ Save กับ Out เอาจริงๆ มันก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคนแหละครับ ความเห็นส่วนตัวไม่ควรนำมาวิจารณ์กัน แต่มันก็ควรอยู่ในขอบเขต  โดยถ้าวัดจากผลงานในช่วงฤดูกาล 2019-20 ถ้าถามว่าล้มเหลวไหม? คงตอบคำถามนี้ไม่ได้เต็มปาก การผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลถ้วยได้ถึง 3 รายการ (ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ และยูโรปา ลีก) แต่ต้องเป็นฝ่ายอกหักไปหมด รวมไปถึงเบียดเข้าป้ายจบอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก กับเงินลงทุนที่เข้าขั้นมหาศาลมันน่าพอใจไหมกับผลงานที่ออกมา แต่อย่างไรก็ตามน้าก็ได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างหนึ่งว่าสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆ ออกมาได้อย่างสวยงาม และทุกครั้งยังคงอยู่ภายใต้ความสามัคคีกับลูกน้องไม่มีข่าวเสียหายออกมาแต่อย่างใด ซึ่งนี่แหละคือจุดดีอีกข้อที่เราเห็น แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การทำทีมของ โซลชา เขาไม่เคยตำหนิลูกทีมผ่านสื่อให้เห็น แม้หลังบ้านเราจะไม่รู้ว่าจะไปจัดการกันอย่างไร แต่นี่คือวิธีป้องกันลูกทีมที่ใช้ตัวเขาเองเป็นโล่กำบังใครมีปัญหาอะไร อยากวิจารณ์ฟอร์มคนไหน ไม่ต้องไปให้ถึงนักเตะน้าจะเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างเอง ตรงนี้แหละมันเลยซื้อใจลูกทีมได้แบบ 100% ให้มีสมาธิกับการฝึกซ้อม ไม่ต้องวอกแวกกับคำติด่าจากสื่อ หรือแฟนบอล ประเด็นตรงนี้น้าได้ใจทั้งคนในทีม และแฟนบอลส่วนใหญ่ไปแบบเต็มๆ โซลชา - บรูโน่ จนกระทั่งเข้าสู่ฤดูกาลปัจจุบันพร้อมความหวังว่าทีมจะเดินหน้าไปสู่จุดหมายที่ตั้งเอาไว้เพราะทรัพยากรในทีมตอนนี้มันค่อนข้างจัดหนักไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ปอล ป็อกบา, เอดินสัน คาวานี่ หรือ บรูโน แฟร์นานเดส  แต่ทว่าผลงานช่วงออกสตาร์ทเหมือนถูกดักตบที่กลางสี่แยก แฟนบอลได้แต่อุทานว่า "ทำไมแม่งห่วยขนาดนี้ว่ะ !" การแพ้ คริสตัล พาเลซ คาบ้าน ต่อด้วยชัยชนะแบบโชคเข้าข้างต่อ ไบร์ทตัน และการโดน สเปอร์ส บุกมาตบหน้าฉาดใหญ่ 1-6 ซึ่งนั้นคือช่วงเวลาที่โคตรเลวร้ายสำหรับทีม ส่วน โซลชา กลายเป็นกุนซือเต็ง 1 ที่จะโดนปลดออกจากตำแหน่ง เพราะสถานการณ์ของทีมมันเข้าขั้นโคม่าแบบสุดๆ แล้ว นอกจากนั้นด้วยบุคลิกต่างๆ น้าแกก็โดนวิจารณ์ไปไม่น้อยในเรื่องของอารมณ์ร่วมกับเกม หรือ Passion เพราะถ้าดูการถ่ายทอดสดทุกครั้งน้าจะต้องนั่งจับเจ้าอยู่บนเก้าอี้ข้างสนาม พร้อมแท็ปเลตคู่ใจตัวนึง บางทีก็สงสัย “ทำไมน้ามึงไม่ดูเกมในสนามว่ะ ตรงนั้นไว้ดูจังหวะสำคัญๆ ก็พอมั้ง” ซึ่งมันน้อยครั้งมากที่จะเห็นน้าแกลงมาสั่งการ กระตุ้นลูกทีม หรือใส่อารมณ์แบบเต็มเหนี่ยว เข้าใจแหละว่าเป็นคาแร็คเตอร์ส่วนตัว แต่น้ามึงก็ควรจะออกแอ็คชั่นกระตุ้นลูกทีมบ้าง  แต่ทว่าหลังเกมที่โดนระเบิดถังขี้คาบ้านดูเหมือน โซลชา จะมองเห็นอะไรบางอย่าง เขาได้รวบรวมพลังใจกับลูกทีมกลับมาฮึดอีกครั้ง รวมไปถึงปรับเปลี่ยนตัวเองจากที่นั่งหยอยเหงา ก็ลุกออกมาเดินพล่านข้างสนามแทน ซึ่งจากเกมที่แพ้ สเปอร์ส ก่อนมาเจอจุดเปลี่ยนในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน แม้จะว่าจะมีเกมที่สะดุดแพ้ไปนัดนึงกับ อาร์เซน่อล แต่หลังจากนั้น 11 เกมพวกเขาไม่เคยพบเจอกับความพ่ายแพ้นั้นอีกเลย จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี  จดหมายถึงน้าโอเล่ : จากวันที่ย่ำแย่ สู่ค่ำคืนที่ผงาดรั้งจ่าฝูง ถ้าถามว่าในฐานะที่เป็นแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด มีอะไรอยากฝากบอกไปถึงน้าคนนั้นบางอ่ะหรอ ? คงอยากขอบคุณความพยายาม กับการพัฒนาตัวเอง และทีมพัฒนาทีมแหละมั้ง เพราะตัวอย่างบางคนอยู่ในตำแหน่งมาตั้งนานแต่แม่งก็ไม่ทำห่าอะไร ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรให้มันดีขึ้น คนจำพวกนี้ก็มีให้เห็นกันเยอะแยะ แต่กับ โซลชา แม้วันนี้เขาจะยังไม่ใช่กุนซือที่เป็นเบอร์ต้นของโลก แต่กับสถานการณ์ปัจจุบันมันเหลือเชื่อว่าเขาจะพาทีมมายืนอยู่ในจุดนี้ ลองย้อนกลับไปวันที่แพ้ สเปอร์ส คุณคิดหรอว่า 3 เดือนให้หลัง ยูไนเต็ด จะเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก โดยมี โซลชา ยังยืนเป็นกุนซือของทีมอยู่ ถ้าจะให้พูดตอนนี้มันตอบไม่ได้หรอกว่าเมื่อจบ 38 นัดแล้วชื่อของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะไปอยู่ตรงจุดไหนของตารางคะแนน แชมป์?, รองแชมป์?, ท็อปโฟร์?, หรือหลุดวงโคจร แน่นอนไม่มีใครสามารถบอกได้ แม้กระทั่งตัวของน้าคนนั้นเอง แม้จะยังไม่รู้ว่าห้วงเวลาแห่งความสุขนี้จะอยู่คู่แฟนผีไปอีกนานแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็ควรให้เครดิตน้าคนนั้น น้าคนที่ชื่อ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ฝ่าฝัน และแข็งแกร่งมากพอพาทีมรอดพ้นช่วงเวลาที่อันตราย  สุดท้ายถ้าในวันนั้นคุณเคยกระแทกแป้นพิมพ์ด่าน้าแบบเสียๆ หายๆ วันนี้ที่ทุกอย่างมันกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น คุณได้กลับไปชมเชยเขาบ้างหรือยัง? ไม่ต้องพิมพ์อะไรให้เยอะแยะหรอก แค่เสียงปรบมือเบาๆ ก็เพียงพอแล้ว ส่วนในฐานะแฟนบอลการขึ้นนำเป็นจ่าฝูงครั้งแรกในรอบ 3 ปี แถมยังคงวนเวียนกับพื้นที่ท็อปโฟร์ไม่เคยหลุดจากวงโคจร ถ้าคุณเลิกยึดติดกับความสำเร็จ 7 ปี ที่ไร้แชมป์ลีกมันก็ไม่ได้มากมายอะไร และมันก็สวยงามพอที่จะเปล่งเสียงตะโกนออกมาด้วยความสะใจกับอันดับที่โชว์อยู่บนตารางคะแนน  

- เปา ขอบสนาม -

logoline