ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กลับมาเข้าร่องเข้ารอยอีกครั้ง หลังยังโชว์ฟอร์มดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยการบุกเอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-1 เรียกว่าชั่วโมงนี้ ทีมจากลอนดอน กลายเป็นทีมของชอบ "หงส์แดง" ไปแล้ว
จริงๆก่อนเริ่มเกม เชื่อว่า สาวก "เดอะ ค็อป" มีรู้สึกหวั่นๆอยู่เหมือนกัน เพราะในรายชื่อไม่มีเซ็นเตอร์แบ็กตัวหลักอยู่เลย อีกทั้ง ซาดิโอ มาเน่ ก็ได้รับบาดเจ็บ ต้องส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงสนาม ซึ่งครึ่งแรกก็อึดอัดอยู่เหมือนกัน แต่ทว่าทุกประตูเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังทั้งหมด ฉะนั้นไปคุยกับช็อตจังหวะสำคัญของเกมนี้กันดีกว่า
- ครึ่งแรก หงส์แดง ยังเจาะไม่เข้า
ครึ่งแรกถือว่าเป็นอะไรที่อึดอัดพอสมควร สำหรับ ลิเวอร์พูล เพราะต่อให้จะขึ้นเกมรุก ซ้ายที ขวาที และ พยายามต่อบอลเจาะตรงกลาง เรียกว่ามาทุกมิติ แต่ทว่ายังไม่สามารถทลายแนวรับของ "ขุนค้อน" ได้เลย จังหวะแบบหวาดเสียวแทบไม่มีให้เห็น
มีแค่จังหวะหวาดเสียว เล็กๆน้อยๆ เท่านั้น ซึ่งตลอด 45 นาที ลิเวอร์พูล มียังตรงกรอบที่ต้องให้ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ออกแรกเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรกแล้ว จากฝีเท้าของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่ก็ไม่ได้ลุ้นอะไรมากนัก
ส่วนเกมรับ ลิเวอร์พูล ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ โดยเฉพาะ แนท ฟิลลิปส์ ที่เก็บลูกกลางอากาศได้ดี รวมถึงจังหวะเช็คออฟไซด์ แต่ก็มีช็อตเป่าปากที่รอดไปเหมือนกัน ซึ่ง 45 นาทีแรก ถึงแม้เกมรับจะดี แต่ทว่าเกมรุกถือเป็นสิ่งที่ คล็อปป์ ต้องแก้ไข
- เริ่มครึ่งหลัง หงส์แดง มาอย่างดุ
ไม่รู้ว่าพักครึ่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ ไปคุยอะไรกับลูกทีม เพราะลงมาเล่นช่วง 45 นาทีหลัง คึกคักกันเป็นพิเศษ พวกเขามีโอกาสหลายครั้ง ทั้งจาก เทรนท์-อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ / ดิว็อค โอริกี้ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่ก็ยังทำได้แค่หวาดเสียว
ขณะที่ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก็โต้มาแบบหวาดเสียว โดยมีจังหวะขึ้นนำอยู่เหมือนกัน เป็น มิคาอิล อันโตนิโอ ที่ได้หมุนตัวยิงในกรอบเขตโทษ บอลเฉียดเสาออกหลังไปนิดเดียวเท่านั้น
กระทั่งอีก 1 นาทีให้หลัง ที่ ลิเวอร์พูล เกือบจะเสียประตู พวกเขาก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ ในนาที 57 เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ รับบอลมาจาก เคอร์ติส โจนส์ จากนั้น "อียิปต์ คิง" โชว์สเต็ปโยกย้าย ใช้เอวโยกหลอก อาร่อน เครสเวลล์ 2-3 ยึก ก่อนจะแต่งบอลเข้าซ้าย ปั่นโค้งๆเสียบเสาไกล เรียกว่าเป็นท่าสูตร ที่กดติดเวลาพอดิบพอดี
- หงส์แดง โต้กลับเร็วแบบสายฟ้าแลบ
จังหวะโต้กลับเร็วแบบสายฟ้าแลบ สาวก "เดอะ ค็อป" ไม่ได้เห็นมาเนิ่นนานแล้ว เรียกว่าเป็นสูตร "โต้กลับเร็ว" จากเป็นฝ่ายป้องกันลูกเตะมุม ก่อนจะเป็นที่มาของการยิงขึ้นนำ 2-0
ช็อตนี้ เป็นช็อตที่ หงส์แดง โหม่งสกัดจากลูกเตะมุมของ เวสต์แฮม ก่อนจะเป็น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดขวางสนามจากทางขวา เปลี่ยนแกนไปให้กับ เซอร์ดาน ชากิรี่ วิ่งสปีดหน้ากระดานมาพร้อมกับเพื่อนๆอีก 3 คน
ชากิรี่ ตัดสินใจแบบไม่ต้องจับ ใช้แค่สายตามองเพื่อน ก่อนจะโยนไปให้กับ โม ซาลาห์ อย่างแม่นยำ ซึ่ง ซาลาห์ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จับบอลลงอย่างสวยงาม และ ยิงชิบแบบเบาๆข้ามตัว ลูคัส ฟาเบียนสกี้ เข้าไป ลูกแบบนี้แหละครับ คือทีเด็ด หงส์แดง ที่เคยเห็นจากซีซั่นก่อนๆ ซึ่งจังหวะนี้มาทำให้เห็นอีกครั้ง
- 3-0 ตอกฝาโรง
เกมรุก หงส์แดง ที่เคยฝืดเคือง ถูกกดปุ่ม Delete ออกไปจากความทรงจำแล้ว หลังจากกลับมายิงใส่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พอมานัดนี้แนวรุก ลิเวอร์พูล ก็มาบวกประตูที่ 3 ได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นจังหวะการเข้าทำแค่ไม่กี่จังหวะ โดยเป็นการทำชิ่งตามช่องแล้วจบสกอร์
เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ เทรนท์ มีส่วนร่วมกับเกมรุกของ ลิเวอร์พูล เมื่อต่อบอลสั้นๆ ชิ่งให้กับ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ก่อนจะเล่น "วัน-ทู" กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ซึ่งตอกส้นไปให้ และเป็นดาวเตะย่างไก่ ที่ป้อนไปให้กับ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ที่ยืนโล่งๆ ตวัดยิงตามน้ำ เข้าไป เป็นสกอร์นำ 3-0 แบบสบายหายห่วง เพราะตอนนั้นเหลืออีกเพียงแค่ 5 นาที เท่านั้น
ต่อให้เกมนี้จะไม่มี ซาดิโอ มาเน่ แต่ฟอร์มเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ก็ดูจะเบาใจไปได้บ้าง เพราะว่า 2 นัดที่ผ่านมา ลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ กดไป 6 ประตู ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ของตาราง อีกครั้ง แข่ง 21 นัด 40 คะแนน
- หงส์แดง จบแบบไม่เพอร์เฟ็คท์
การบุกไปชนะ เวสต์แฮม พร้อมขยับขึ้นอันดับ 3 มันจะเป็นอะไรที่เพอร์เฟ็คท์มากกว่านี้ ถ้าหากพวกเขาสามารถบุกออกมาจากรัง ขุนค้อน ด้วยการเก็บคลีนชีต แต่ทว่าหลังจากนำ 3-0 ได้ไม่นาน หงส์แดง ก็มาโดนประตูตีไข่แตก จากจังหวะเตะมุม
จริงๆแล้ว ถือว่าวันนี้ ลิเวอร์พูล รับมือกับลูกครอสจาก เวสต์แฮม ได้ดีมากๆ ต่อให้เซ็นเตอร์แบ็กชุดใหญ่ทั้ง 3 คน รวมถึง ฟาบินโญ่ จะได้รับบาดเจ็บทั้งหมด แต่การจับคู่ระหว่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ ถือว่าโชว์ผลงานยอดเยี่ยม ทว่าก็มีรอยด่างพร้อยจนได้
เมื่อบอลมันแฉลบหัว แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เล็กๆ ไปเข้าทาง เคร้ก ดอว์สัน โหม่งเข้าไปซุกตาข่าย ชนิดที่จังหวะนี้ อลิสซอน ไม่อาจป้องกัน เหมือนจะเป็นจุดประกายเล็กๆของนักเตะ เวสต์แฮม แต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เป็น ลิเวอร์พูล เอาชนะ เวสต์แฮม ไปได้ ในที่สุด 3-1
ฮาย ฮาวดี้