ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนักแล้วสำหรับ ดาบิด เด เคอา นายทวารของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ในเกมล่าสุดที่ทีมพบกับ เอฟเวอร์ตัน เจ้าตัวแสดงความผิดพลาดออกมาอย่างเด่นชัด จนมีเสียงวิจารณ์มากมายถาโถมเข้ามาสู่ตัวเขา

โดยย้อนกลับไปในเกมล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเสมอกับทัพ "ทอฟฟี่" 3-3 ส่วนมากคนที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้น ดาบิด เด เคอา ที่ก่อนความผิดพลาดทำให้ 3 คะแนนของทีมหล่นหายไป อย่างประตูแรกที่เสียก็มาจากความผิดพลาดที่เจ้าตัวปัดจังหวะยิงของ โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน ไปเข้าทางของ อับดูลาย ดูกูเร่ ซ้ำจ่อๆ เข้าไป ทั้งที่น่าจะทำได้ดีกว่าทุบบอล หรือปัดออกไปให้พ้นเขตอันตรายแบบนั้น หรือประตูที่ 3 ที่เจ้าตัวไม่ยอมออกมาตัดบอลในจังหวะแรก ทำให้ คาลเวิร์ต-เลวิน เข้าถึงบอล ก่อนจิ้มบอลเข้าไปตุงตาข่าย ซึ่งจะว่าไปจังหวะแบบนี้นายทวารไม่ควรจะพลาดง่ายๆ แบบนั้น แล้วถ้ามองย้อนกลับไปในอดีตไม่ว่า ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล หรือ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ลูกลักษณะนี้มักกินได้หมด ใช้ความใหญ่ของร่างกาย กางตัวให้เกะกะการทำประตูมากที่สุด มันก็เพียงพอต่อการป้องกันประตูได้แล้ว ทำให้สถิติในเกมดังกล่าวมันบ่งบอกว่า เอฟเวอร์ตัน มีโอกาสยิงตรงกรอบทั้งหมด 3 ครั้ง เป็นประตูทั้งหมด ในรูปแบบที่ เด เคอา ไม่ได้งัดฝีมือเซฟได้เลยสักครั้งเดียว วิจารณ์สถานการณ์ของ เด เคอา ควรอยู่ต่อ หรือเปิดโอกาสให้คนอื่น ซึ่งจากผลงานพลาดซ้ำซ้อนทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเหล่ากูรูทั้งหลายอย่างเช่น เจมี่ เร้ดแนปป์ ก็ออกจวกยับใส่นายด่านจากสเปนว่าผิดพลาด ไม่มีการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าแต่อย่างใด  "ในฐานะผู้รักษาประตู เด เคอา ต้องรีบออกมาแล้วจัดการทุกอย่างให้ได้ เขาต้องประเมินสถานการณ์ในจังหวะนั้น" "ถ้าเขากล้าที่จะออกมา ผมจะไม่ตั้งข้อสงสัยเลยว่าเขาสามารถที่จะเอาชนะในจังหวะนั้น และสามารถป้องกันประตูได้อย่างแน่นอน แต่เขาไม่ยอมออกมา ประตูแรกก็เกิดจากความผิดพลาดของเขา และประตูสุดท้ายเขาก็ต้องรับผิดชอบไปด้วย" เช่นเดียวกับ แกรี่ เนวิลล์ ที่ออกมาด่ากราดใส่รุ่นน้องร่วมทีมรายนี้ว่า "สมัยนี้ผู้รักษาประตูเขาวิ่งออกมาจากเส้นกันเร็วมากนะ นี่ไม่ใช่คืนที่ดีของเขา เรื่องนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งพูดถึงมัน แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้มันสร้างความเขาเสียหายให้กับพวกเขา" ซึ่งถ้าถามว่าความผิดพลาดแบบนี้มันสามารถเกิดขึ้นกับผู้รักษาประตูได้ไหม? แน่นอนมันสามารถเกิดได้กับทุกคนไม่ว่าจะมีดีกรีขนาดไหนก็ย่อมมีค่ำคืนที่ฝันร่ายแบบนี้กันทั้งนั้น และมันก็ไม่เว้นแม้กับ ดาบิด เด เคอา ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่นับเฉพาะในซีซั่นนี้ผลงานของ เด เคอา ดูเหมือนจะกลับมาเข้าร่องเข้ารอยมากยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการกลับมาของ ดีน เฮนเดอร์สัน ที่มานั่งจี้ตูดกดดันประมาณว่าถ้าเขาพลาดเมื่อไหร่นายทวารหนุ่มผู้นี้ก็พร้อมที่จะเสียบแทนในทุกเวลา  ว่าแล้วในซีซั่นนี้ เด เคอา ก็งัดฟอร์มเก่งออกมาเซฟเจ๋งๆ อยู่หลายครั้ง พาทีมเก็บคะแนนสำคัญๆ มาก็เยอะ แต่ในจำนวนนั้นมันก็มีความผิดพลาดบ้างในบางคราว แต่มันยังไม่ถึงขั้นทำให้ทีมเสียหายขนาดพ่ายแพ้ หรือเสียคะแนนไปดื้อๆ อย่างในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน ถ้าย้อนกลับไปมองดีๆ ส่วนหนึ่งจะมาร้องป่าวประกาศโทษ เด เคอา คนเดียวก็จะดูใจแคบเกินไป เพราะบางครั้งต้องยอมรับอีกหนึ่งจุดอ่อนที่ ยูไนเต็ด แก้ไม่หาย แก้ไม่ถูกที่คันนั้นก็คือตำแหน่งกองหลัง เห็นได้ชัดว่าบางครั้งความผิดพลาดมันสืบเนื่องมาจากคู่ปราการหลัง ไม่ว่าจะ แฮร์รี่ แม็คไกวร์, วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ หรือ เอริค ไบยี่ ที่ทำให้นายด่านสุดท้ายต้องมามีส่วนร่วมกับประตูที่เสียไปด้วย ฉะนั้นถ้าจะหาความผิดพลาดจากใครมันก็ต้องเหมารวมให้หมด เพราะทุกคนต่างสร้างข้อผิดพลาดไม่ต่างกัน และจากนั้นค่อยจำแนกไล่เรียงกันถึงความประมาณของแต่ละบุคคลว่าจุดบอดคือตรงไหน และต้องแก้อย่างไรให้ลบจุดอ่อนตรงนั้นไปให้ได้ วิจารณ์สถานการณ์ของ เด เคอา ควรอยู่ต่อ หรือเปิดโอกาสให้คนอื่น โดยในส่วนของ เด เคอา นั้น ถึงตรงนี้ในเรื่องฝีมือ หรือดีกรีที่ผ่านมาไม่มีใครถกเถียงว่าเขาคือจอมหนึบคนนึงของวงการลูกหนัง แต่กับสถานการณ์ปัจจุบัน ความผิดพลาดที่เขามักจะก่อขึ้นบ่อยครั้ง มันสามารถพลิกโฉมหน้าผลการแข่งขัน และความสำเร็จของทีมไปได้เช่นกัน ฉะนั้นถ้าเขายังอยากจะยืนเฝ้าเสาในฐานะตัวจริงก็คงต้องลดความผิดพลาด แก้ไขข้อบ่งพร่องของตัวเอง จริงอยู่ว่ามันมีหลายปัจจัยอื่นที่ต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า แต่อย่างน้อยการแก้ไขที่ตัวเองคือเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำให้โดยเร็วที่สุด เชื่อว่าถึงตรงนี้เหล่าสต๊าฟฟ์โค้ชของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มองเห็น และเกิดข้อเปรียบเทียบกับนายด่านตัวสำรองที่นั่งอยู่ข้างสนาม รวมไปถึงปัญหาว่าจะทำยังไงกับนายด่านแดนกระทิงรายนี้ดี เพราะอย่างที่เรียนไปตำแหน่งนายทวารคือด่านสุดท้ายของทีมที่เป็นตัวตัดสินว่าทีมจะเสียประตูหรือไม่ ไม่แปลกที่หลายสโมสรยอมทุ่มเงินในระดับหลายล้านปอนด์เพื่ออุดรอยรั่วตรงนี้อย่าง แมนฯ ซิตี้ ก็ยอมทุบคลังไปดึงตัว เอเดร์ซอน มาเฝ้าเสา เพราะ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่พอใจกับผลงานของ เคลาดิโอ บราโว่ แม้จะมีดีกรีในระดับหนึ่งก็ตาม หรือ ลิเวอร์พูล ที่ซื้อตัว อลิสซอน เบ็คเกอร์ จนกลายเป็นสถิติโลกอยู่ช่วงหนึ่ง เพราะ คล็อปป์ มองว่าถ้าทีมจะประสบความสำเร็จก็ควรมีมือดีที่ไว้ใจได้ในการเฝ้าหลังบ้านของพวกเขา ไม่เว้นแม้กระทั่ง เชลซี ที่มีนายด่านค่าตัวแพงที่สุดในโลกอยู่กับทีม แต่สุดท้ายในเมื่อมันคือจุดอ่อนที่ทำให้ทีมไม่สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ ก็ต้องมองหาคนใหม่เข้ามาแทนที่ เพราะทุกอย่างมันวัดกันที่ฝีมือ ต่อให้ดีกรีที่ผ่านมาคุณจะเลิศเลอมากขนาดไหน มันก็แค่เกียรติยศประดับบารมี ถ้าตอนนี้คุณผลงานห่วย คุณก็มีสิทธิ์โดนเขี่ยทิ้งได้เหมือนกัน เฉกเช่นเดียวกับ ดาบิด เด เคอา คำว่า “ตำนาน” ของสโมสรมันไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันว่าคุณจะได้ลงเล่น และได้รับการสนับสนุนตลอดไป และถ้าต่อจากนี้เขาไม่อาจพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถจัดการกับจุดอ่อน และแก้ไขปรับปรุงให้กลับมาอยู่ในผลงานที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งได้ เขาก็คงไม่ต่างจากนักเตะคนอื่นๆ ที่ทีมพร้อมที่จะลดบทบาท และดันคนอื่นขึ้นมาแทนที่เช่นเดียวกัน 

- เปา ขอบสนาม -

logoline