หลังจากสาวก เดอะ ค็อป เงียบหายกันไปนาน ล่าสุดได้ออกมาเชิดหน้าชูตาอีกครั้ง เมื่อ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเช่าชั่วคราวที่ บูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ที่มาเล่น แทน แอนฟิลด์ ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบนี้ ด้วยการย้ำแค้นเอาชนะ ไลป์ซิก 2-0 กรุยทางเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เรียบร้อย หลังจากรวมผล 2 นัด เอาชนะยอดทีมจาก บุนเดสลีกา เยอรมัน ไปได้ 4-0 

จริงๆแล้วเกมนี้ ไม่น่ามีแค่ 2 ประตูด้วยซ้ำ เพราะโอกาสเข้าทำเพียบ โดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล แต่กระนั้นอย่างน้อยๆก็มีการปลดล็อคจาก ซาดิโอ มาเน่ เสียที หลังจากปล่อยให้ฟอร์มฝืดอยู่น้อย มีอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นในเกมนี้ มาตามฟังกันได้เลยครับพี่น้อง

2 โอกาสทอง ลิเวอร์พูล พลาดเฉย

รูปเกมเรียกว่าเปิดแลกกันอย่างสนุก ไลป์ซิก มีโอกาสยิงช่วงเริ่มเกม 10 นาทีแรก เป็นจังหวะชุลมุน และ ไลป์ซิก ได้ยิงแต่ไปติด อลิสซอน ที่ออกมาปิดมุม แต่ถ้าถามหาโอกาสจะแจ้งหลังจากนั้นต้องยกให้กับ ลิเวอร์พูล เลยครับพี่น้อง เพราะในช่วงประมาณ 25 นาที ลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ เกือบขึ้นนำหลายต่อหลายครั้ง  เทรนท์ อาร์โนลด์ ซึ่งวันนี้เติมเกมได้มันส์สะแด่ว ครอสเข้ามาให้กับ โชต้า ที่แม้จะตัวเล็กกว่าใครเพื่อนในกรอบเขตโทษ แต่ก็ได้โขกเต็มหัว แต่ทว่า ปีเตอร์ กูลัคซี่ โชว์ซูเปอร์เซฟ สปริงท์ข้อเท้ากระโดดปัดข้ามคานออกหลังไปอย่างหวุดหวิด เท่านั้นยังไม่พอ ติอาโก้ อัลคันตาร่า ที่เกมนี้ได้ฉายแสง ขยับขึ้นมาสูงกว่าเดิม เพราะมี ฟาบินโญ่ คอยเก็บกวาดอยู่ด้านหลัง โดย ติอาโก้ โชว์สกิลกระโดดสลับขาเตะจากกลางสนาม เปิดมาให้กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ กูลัคซี่ .. ทุกอย่างเป็นใจหมด ทั้งจังหวะการเปิด บอลเข้าเท้าซ้าย ซาลาห์ แต่จังหวะยิงโดนบีบกดดัน ทำให้ซัดไปติดเซฟ บอลกระดอนมาเข้าทาง ซาดิโอ มาเน่ ที่จะวิ่งมาตามซ้ำ แต่บอลก็ไม่เป็นใจ ทำให้เจ้าตัวกะจังหวะโหม่งพลาด สุดท้ายผู้ตัดสินเป่าว่า ลิเวอร์พูล เสียฟาวล์ เพราะมีช็อตที่ ซาลาห์ จะวิ่งมาแย่งบอลเพื่อแก้ตัว แต่เหมือนไปสกิดโดนผู้เล่น ไลป์ซิก ทำให้พลาดโอกาสไปอีก

ท้ายเกมครึ่งแรก ก็ยังนำไม่ได้

ยิงจนไม่รู้จะยิงอย่างไรแล้ว แต่ ลิเวอร์พูล ก็ไม่อาจเอาชนะ ปีเตอร์ กูลัคซี่ ผู้รักษาประตู ไลป์ซิก ได้เสียที ขนาดว่าช่วงท้ายครึ่งแรก หงส์แดง มีโอกาสขึ้นนำแล้วนำเล่า โดยเป็น ดิโอโก้ โชต้า คนเดียว แต่เหลือเชื่อที่ความคมวันนี้เขาไม่ได้พกมันลงสนามมาด้วย นาที 41 โชต้า แหวกบอลมาเองจากกลางสนาม ได้เข้าไปดวลตัวต่อตัวกับ กูลัคซี่ แต่สงสัยอาจจะร้างสนามไปนาน เพราะว่าดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส ดีดหัวเกือกไปตรงตัว กูลัคซี่ และ ปัดทิ้งออกไปได้ เรียกว่าเป็นการเซฟให้ ไลป์ซิก ยังอยู่ในเกมเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล มีโอกาสขึ้นแบบสุดๆอีกครั้ง ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ซึ่งเป็น โชต้า คนดีคนเดิม ที่ได้จังหวะส้มหล่น เมื่อกองหลังแตะบอลยาวไปเข้าทาง โชต้า ได้โอกาสวิ่งเข้าแปรหวังยัดเสาแรก แต่ทว่าเจ้าตัวซัดเข้าข้างตาข่ายไปอย่างน่าเสียดาย

หงส์แดง บุกเพลินๆ เกือบโดนยิง

เกือบเข้าอีหรอบเดิมแล้วครับ สำหรับ ลิเวอร์พูล เพราะหลังจากบุกเพลินๆเพื่อหวังยิงประตูใส่ ไลป์ซิก แต่โดนสวนเปรี้ยงเดียว เกือบจะเสียประตูทันที โดยเป็นจังหวะที่ โชต้า ไปเสียบอลให้กับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ในนาที 66 ก่อนที่กองหลัง ไลป์ซิก รายนี้ จะลากตะลุยขึ้นมาหลบพวกแนวรับ หงส์แดง ส่งให้กับ ฮวาง ฮี-ชาน ที่ลงมาเป็นสำรอง ฮวาง ฮี-ชาน ซึ่งครอสเข้าไปจากด้านซ้าย เปิดไปให้กับ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ ยืนจังก้ารอโขกอยู่ในกรอบเขตโทษ ซึ่งหัวหอกรายนี้ โขกแบบย้อยๆ ชนิดที่ อลิสซอน เบ็คเกอร์ พยายามบินปัดแล้ว แต่ไม่ถึง อย่างไรก็ตาม ถือว่า ลิเวอร์พูล ยังพกดวงมาด้วย เนื่องจากลูกโขกของ ซอร์ลอธ บอลไปชนคานแบบเสียงดังฟังชัด ส่งผลให้ หงส์แดง ยังไม่เสียโมเมนตั้มของเกม เพราะถ้าลูกนี้เข้าไปล่ะก็ บอกเลยว่า ไลป์ซิก บุกยับแน่นอน เผลอๆมีลุ้นตีเสมอด้วยซ้ำ

รอมานานลูกแรกมาเสียที

แต่ในเมื่อ ไลป์ซิก ไม่อาจเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้ อีก 4 นาทีให้หลัง ความพยายามของ ลิเวอร์พูล ก็สัมฤทธิ์ผลสักที โดยเป็นจังหวะโต้กลับเร็ว ในแบบฉบับที่พวกเขาถนัด โดยเริ่มจาก ซาดิโอ มาเน่ ที่ครองบอลกลางสนาม ก่อนจะแทงตรงๆมาให้กับ ดิโอโก้ โชต้า หลังจากที่ โชต้า ทิ้งขว้างโอกาสไป 2-3 ครั้ง ในการทำประตู คราวนี่เขาตัดสินใจไหลมาให้กับ โม ซาลาห์ ที่วิ่งตีคู่ขึ้นมา ก่อนจะเป็นดาวเตะทีมชาติอียิปต์ ยึกหลอกใส่อูปาเมกาโน่ แนวรับ ไลป์ซิก หนึ่งจังหวะ จากนั้นกดด้วยเท้าซ้ายซัดหักมุมเสียบเสาแรก คราวนี้ ปีเตอร์ กูลัคซี่ ไม่อาจป้องกันได้อีกแล้ว โดยเจ้าตัวได้แต่ยืนเซฟ ด้วยสายตา เรียกว่าประตูนี้ ทำให้ ลิเวอร์พูล ปลดแอกความกดดันได้สักที เพราะการขึ้นนำ 1-0 ช่วงนาที 70 แทบจะการันตีให้ หงส์แดง กรุยทางเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว จากสกอร์ที่ตุนมานัดแรก

ประตูสอง ไหลมา เทมา

พอปลอดล็อคประตูแรก นาที 70 จากนั้นประตู 2 ก็ตามมาในอีกแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น โดยเป็นการทำชิ่งแค่ไม่กี่จังหวะเท่านั้น เริ่มจาก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จ่ายมาให้กับ โม ซาลาห์ ตรงริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจะจ่ายจังหวะเดียวมาให้กับ นาบี เกอิต้า และ ไหลไปให้กับ ดิว็อค โอริกี้ เทพกี้ ลงมาแปบเดียวก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ เรียกว่าน้ำหนักชั่งมาตั้งแต่เมื่อเช้า ไปให้กับ ซาดิโอ มาเน่ ที่วิ่งสลัดตัวประกบ ไปแท็บอินตรงจุดนัดพบ เป็นประตูที่ 2 ให้กับ ลิเวอร์พูล ยิงตอกฝาโรงใส่ ไลป์ซิก แบบที่ไม่ต้องมีหือมีอือกันอีก ท้ายเกม ลิเวอร์พูล ก็มีโอกาสจบสกอร์ลูก 3 เหมือนกัน เพียงแต่ลูกยิงของ โอริกี้ ไปเข้าข้างตาข่าย แต่กระนั้นชัยชนะ 2-0 เหนือ ไลป์ซิก ก็ทำให้ หงส์แดง เพียงพอต่อการเข้ารอบแล้ว นับเป็นการเรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง หลังจากแพ้คาบ้านมา 6 นัดติดต่อกัน ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ก็ต้องบอกล่ะครับฟอร์มในลีก กับ สโมสรยุโรต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งพวกเขาก็หวังว่ามันจะต่อยอดไปยังการเล่นในลีก ที่ตอนนี้ฟอร์มเละเทะเหลือเกิน ก่อนที่มันจะสายเกินไป 

logoline