วิเคราะห์เรื่องน่าห่วงของ อังกฤษ แม้เป็นตัวเต็งในยูโรครั้งนี้

วิเคราะห์เรื่องน่าห่วงของ อังกฤษ แม้เป็นตัวเต็งในยูโรครั้งนี้

southgate

เป็นอีกครั้งที่ทีมชาติอังกฤษถูกยกให้เป็นชาติตัวเต็งซิวแชมป์ของการแข่งขัน ซึ่งมันก็ไม่แปลกถ้าดูจากขุมกำลังของพวกเขาในแต่ละทัวร์นาเมนต์ที่ได้ลงทำการแข่งขัน

เช่นเดียวกับศึกยูโร 2020 นี้ที่ทัพ “สิงโตคำราม” ถูกคาดหมายว่ามีโอกาสที่จะพุ่งชนความสำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปี

แต่ทว่ามันก็ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่มีเรื่องที่น่าเป็นห่วง หรือเรื่องที่ทำให้ปวดหัว ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราจะพาไปสอดส่องดูปัญหาที่งของทีมชาติอังกฤษกันหน่อยว่าก่อนศึกยูโรจะรูดม่านเปิดฉากมีประเด็นไหนบ้างที่ยังคงน่าเป็นห่วง

ความฟิตของ แม็คไกวร์

ประเด็นแรกที่ต้องหยิบยกมาพูดถึงก่อนเลยคือกรณีของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ปราการหลังตัวหลักของทีมชาติอังกฤษชุดนี้ ซึ่งอย่างที่เรารู้กันว่าแนวรับจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ได้รับบาดเจ็บไปในเกมทัพ “ปีศาจแดง” บุกไปเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 1-3 เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา 

ซึ่งหลังจากนั้น แม็คไกวร์ ก็หายหน้าหายตาไปจากสนามหมดสิทธิ์ช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่นในช่วง 4 เกมสุดท้ายของศึกพรีเมียร์ลีก รวมไปถึงนัดชิงชนะเลิศศึกยูโรปา ลีก จนกระทั่งถึงเกมอุ่นเครื่อง 2 นัดหลังสุดของทีมชาติอังกฤษ แนวรับวัย 28 ปี ก็ยังไม่ได้มีชื่ออยู่บนม้านั่งสำรอง หรือมีแมตช์การแข่งขันแต่อย่างใด 

ทำให้นับจนถึงตรงนี้เจ้าตัวพลาดการลงสนามมาแล้วเดือนเศษๆ และศึกยูโรของทัพ “สิงโตคำราม” ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แม้จะมีกระแสข่าวออกมาว่าเจ้าตัวอาจจะฟิตทันนัดเปิดสนามกับ โครเอเชีย ก็ตาม

ฉะนั้นแล้วนี่จึงเป็นโจทย์ที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต เองต้องหาแผนสำรองในการรองรับเอาไว้ในกรณีที่ แม็คไกวร์ ลงเล่นไปแล้วมีอาการบาดเจ็บเพิ่ม หรือไม่อาจเรียกความฟิตได้แบบ 100% เขาจะใช้ใครทดแทน ซึ่งจากรายชื่อก็มี คอเนอร์ โคดี้, ไทโรน มิงส์, จอห์น สโตนส์ และ เบน ไวท์ เป็นตัวเลือก ซึ่งนี่แหละปัญหาแนวรับที่เชื่อว่า เซาธ์เกต เองก็คงมองเห็นภาพลางๆ ถึงเรียก เบน ไวท์ เข้ามาเป็นตัวเลือกอีกคนในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง

แบบแผนที่แน่นอน

ต้องบอกว่าเรื่องของรูปแบบการเล่นเราไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่า เซาธ์เกต จะยึดรูปแบบไหนในการทำศึกครั้งนี้ เพราะถ้าย้อนกลับไปในช่วงปีที่ผ่านมาเจ้าตัวมักจะใช้การยืนแบบกองหลัง 3 คน เป็นส่วนใหญ่ แต่ทว่ากับเกมอุ่นเครื่อง 2 นัดหลังสุดที่พบกับ ออสเตรีย และ โรมาเนีย เขาปรับรูปแบบมายืนหลัง 4 คน พร้อมโฉมหน้าของเกมรุกที่แตกต่างกันออกไป

นอกจากนั้นยังรวมไปถึง 11 ตัวจริงที่ลงตัวโดยเฉพาะเกมรับที่จะเลือกใช้งานใครในตำแหน่งตรงไหน ซึ่งมันจะสอดคล้องกับประเด็นด้านบนคือเรื่องของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ รวมไปถึงฟูลแบ็ค 2 ข้างจะมอบตัวจริงให้กับใคร เพราะตัวเลือกในมือนั้นมันเยอะเหลือเกิน

ฉะนั้นแล้วด้วยระยะเวลาที่เหลืออยู่ในช่วงนี้เขื่อว่าตัว เซาธ์เกต และเหล่าทีมงานสต๊าฟฟ์ก็คงกำลังสรรหารูปแบบการเล่นที่ลงตัว และเหมาะสมกับพวกเขาให้มากที่สุด เพราะขืนถึงวันที่ทัวร์นาเมนต์เปิดฉากขึ้นมาแต่ยังหาจุดลงตัวไม่ได้มันจะกลายเป็นดาบมาทิ่มแทงตัวเองเอาเปล่าๆ 

ความนิ่ง และประสบการณ์

หนึ่งในสิ่งที่ทีมชาติอังกฤษมักจะตกม้าตายด้วยตัวเองคือความนิ่ง และประสบการณ์ของทีมเมื่อได้โอกาสเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ หรือรอบลึกๆ ของทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ยกตัวอย่างฟุตบอลโลก 2018 พวกเขากรุยทางเข้าสู่รอบรองชนะเลิศด้วยการโคจรไปพบกับ โครเอเชีย ซึ่งถ้ามองกันตามหน้าเสื่อทัพ “สิงโตคำราม” มีโอกาสผ่านเข้าชิงมากเลยทีเดียว แต่ทว่าสุดท้ายก็มาโดนทีเด็ดช่วงต่อเวลาพิเศษร่วงตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

หรือศึกยูโรคราวที่แล้วพวกเขาผ่านเข้ารอบ 16 ทีมได้สำเร็จ และคู่แข่งของเขาคือทีมอย่างไอซ์แลนด์ ซึ่งมองแค่ชื่อชั้น หรือตัวนักเตะ อังกฤษ เหนือกว่าเห็นๆ แต่ทว่ากลับกลายเป็นพวกเขาที่โดนตบตกรอบไปเสียเอง นี่แหละเลยกลายเป็นปัญหาของทีมที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างรวดเร็ว

ซึ่งกับยูโรคราวนี้แกนหลักของทีมก็ยกมาจากศึกฟุตบอลโลกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จะว่าไปนั้นก็คือบทเรียนที่ทำให้พวกเขาแข็งแกร่ง และเติบโตกันมากขึ้นเช่นกัน แม้นักเตะส่วนใหญ่ในทีมจะอุดมไปด้วยเหล่านักเตะวัยรุ่นแต่ก็พกพาประสบการณ์กันมาเพียบพอสมควรไม่ว่าจะเป็น จาดอน ซานโช่, ฟิล โฟเด้น หรือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ฉะนั้นแล้วนอกจากฝีเท้าในสนามเรื่องของสภาพจิตใจก็เป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จได้เช่นกัน

ความกดดัน

นี่น่าจะเป็นสิ่งที่นักเตะทีมชาติอังกฤษแทบทุกรุ่น ทุกชุดต้องประสบพบเจอนั้นก็คือแรงกดดัน ความคาดหวังจากแฟนบอลในชาติของตัวเอง ซึ่งมันก็ไม่แปลกเพราะด้วยความเป็นอังกฤษ ทีมที่มีสตาร์แทบล้นทีม แต่ทว่าไม่ว่าจะยุคไหนเรื่องของความสำเร็จกลายเป็นเพียงเส้นขนานของพวกเขาที่ยังไม่อาจมาบรรจบด้วยกันได้

โทรฟี่แชมป์แรก และแชมป์เดียวของพวกเขาจวบจนทุกวันนี้คือฟุตบอลโลกเมื่อปี 1966 ซึ่งกินเวลามานานแล้วถึง 56 ปี กับการไร้ซึ่งความสำเร็จให้แฟนบอลได้ภูมิใจ

ฉะนั้นแล้วนี่คืออีกหนึ่งตัวการที่น่าเป็นห่วงของนักเตะทัพ “สิงโตคำราม” เมื่อต้องเล่นภายใต้ความกดดันจากแฟนบอล และการถูกยกให้เป็นตัวเต็งในคราวนี้มันจะทำให้พวกเขาลงเล่นด้วยความประหม่า ไร้ซึ่งความมั่นใจหรือไม่ ตรงนี้มันก็ต้องช่วยกันทุกฝ่ายทั้งนักเตะ และทีมสต๊าฟฟ์เพื่อขจัดความน่ากลัวตรงนี้ออกไปจากสมองของทุกคนในช่วงเวลาแข่งขันให้ได้

– Paolinho –

RELATED NEWS