จบไปแล้วสำหรับศึกยูโร 2020 ในกลุ่ม C ซึ่งก็เป็นอันว่าเราก็ได้ทีมที่ผ่านเข้ารอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้นก็คือ เนเธอร์แลนด์ กับ ออสเตรีย ที่เข้าป้ายจบอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ ส่วน ยูเครน ต้องไปรอวัดกับกลุ่มอื่นๆ เพื่อเข้ารอบเป็นอันดับ 3 ที่ดีที่สุดให้ได้

ซึ่ง ขอบสนาม เราจะมาสรุปสถานการณ์ทั้งหมดของกลุ่มนี้ให้แฟนบอลทุกท่านได้ชมกันว่ารอบ 16 ทีมสุดท้ายชาติไหนมีโอกาสเจอกับใคร และเส้นทางของแต่ละทีมเป็นอย่างไรบ้าง

เนเธอร์แลนด์

บทสรุปกลุ่ม C ใครเข้ารอบบ้าง และมีโอกาสปะทะกับชาติใด ? เจ้าของแชมป์กลุ่มที่จบรอบแบ่งกลุ่มได้แบบไม่ได้ยากเย็นนักด้วยการเหมาไป 9 คะแนนเต็มจากชัยชนะรวดทั้ง 3 เกม ไล่ตั้งแต่นัดเปิดหัวที่เฉือนยูเครน 3-2 ต่อด้วยชนะ ออสเตรีย 2-0 และปิดท้ายด้วยการยำใหญ่ใส่ มาซิโดเนียเหนือ 3-0  ซึ่งถ้าจะถามหานักเตะที่โดดเด่นของพวกเขาในรอบนี้ก็คงต้องยกให้ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม มิดฟิลด์กัปตันทีมที่ซัดไปแล้ว 3 ประตู ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวร่วมของทัวร์นาเมนต์อยู่ในขณะนี้ ทำให้ทัพ "อัศวินสีส้ม" จบตำแหน่งแชมป์กลุ่มไปแบบไม่ยากเย็นนัก ผ่านเข้ารอบไปตั้งแต่ก่อนลงสนามเกมสุดท้ายแล้วด้วยซ้ำ คราวนี้เส้นทางต่อไปคือรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งคู่แข่งของพวกเขายังไม่ได้ถูกวางเอาไว้อย่างแน่นอนว่าจะไปเจอกับทีมไหน เพราะต้องรอให้โปรแกรมลงสนามมันหวดกันครบไปทุกกลุ่มก่อน แต่จากสถานการณ์ในตอนนี้ตามแผนผังที่วางเอาไว้ พวกเขามีสิทธิ์จะโคจรไปพบกับทีมอันดับ 3 จากกลุ่ม D, E หรือ F ซึ่งถ้ามองไปที่ตารางคะแนนไล่เรียงตามกลุ่มที่กล่าวไปอันดับ 3 จากกลุ่ม D ที่ตอนนี้เป็นโครเอเชีย ก็ต้องไปลุ้นอีกว่านัดสุดท้ายทัพ "ตราหมากรุก" จะเข้าวินคว้าอันดับ 3 หรือไม่ รวมไปถึงกลุ่มถัดไปอย่าง E ที่ต้องดูรายละเอียดว่า ชาติไหนจะเข้าป้าย เพราะยังคงออกมาได้ทุกหน้าไม่ว่าจะเป็น สโลวาเกีย, สเปน หรือ โปแลนด์ และสุดท้ายสิ่งที่เชื่อว่าแฟนบอล เนเธอร์แลนด์ ไม่อยากให้เกิดขึ้นคือการโคจรมาพบกับอันดับ 3 จากกลุ่ม F เพราะยังสามารถออกได้ทุกหน้าไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศส, เยอรมัน หรือ โปรตุเกส ซึ่งในกรณีที่ทัพ  "กังหันลม" อยากเลี่ยงก็ต้องภาวนาให้อันดับ 3 ของกลุ่ม D และ E ผ่านเข้ารอบมาให้ได้  ซึ่งสรุปแล้วแม้ เนเธอร์แลนด์ จะผ่านเข้ารอบไปแล้วแต่ก็ยังคงแลดูงงๆ ว่าจะไปเจอกับทีมไหน ถ้าจะสรุปคราวๆ ในตอนนี้คือพวกเขาเองก็ต้องลุ้นตามติดสถานการณ์ของกลุ่มอื่นไปด้วยนั้นเอง

ออสเตรีย

บทสรุปกลุ่ม C ใครเข้ารอบบ้าง และมีโอกาสปะทะกับชาติใด ? อาจจะจะมีเสียวเล็กๆ ต่อการผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบอัตโนมัติ เพราะพวกเขาเองก็ต้องไปวัดกับ ยูเครน ในเกมสุดท้าย เพราะด้วยก่อนลงสนามทั้งคู่มีคะแนนเท่ากันคือ 3 แต้ม และผลต่างประตูได้-เสีย ดันมาเท่ากันอีก ทำให้เป็น 90 นาทีที่วัดความเป็นความตายในรูปแบบที่พอๆ กัน แต่ทว่า ออสเตรีย ก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ด้วยการเฉือนชนะด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูชัยของ คริสตอฟ บอมการ์ทเนอร์ ตั้งแต่นาทีที่ 21 ก่อนที่จะต้านเกมรุกของ ยูเครน ไว้อยู่ พร้อมกรุยทางเข้ารอบน็อคเอ้าท์ด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม กวาดไป 6 คะแนน  ซึ่งหลังผ่านเข้ารอบได้สำเร็จพวกเขาก็ไม่ต้องมานั่งคอยลุ้นว่าจะไปเจอกันคู่แข่งทีมไหนในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เพราะสายของพวกเขามันออกมาแล้วคือการไขว้ไปพบกับ อิตาลี ทีมแชมป์จากกลุ่ม A ที่มีผลงานร้อนแรงเป็นอย่างมากเก็บ 9 คะแนนเต็มจากรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมไม่เสียประตูเลยสักตุงเดียว โดย ออสเตรีย จะดวลกับทัพ "อัซซูรี่" ชี้ชะตาเข้ารอบกันในวันที่ 26 มิ.ย. นี้ เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งจะหวดกันที่สนามเวมบลีย์ ประเทศอังกฤษ 

ยูเครน

บทสรุปกลุ่ม C ใครเข้ารอบบ้าง และมีโอกาสปะทะกับชาติใด ? จะว่าไปลูกทีมของ อังเดร เชฟเชนโก้ ก็ออกสตาร์ททัวร์นาเมนต์ยูโรคราวนี้ด้วยความน่าตื่นเต้นไม่ใช่น้อย แม้จะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ต่อ เนเธอร์แลนด์ แต่รูปแบบการเล่นถือว่าน่าติดตาม และเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลมากพอสมควร  ต่อด้วยเกมนัดที่สองพวกเขาเดินหน้าเอาชนะ มาซิโอเนียเหนือ ได้สำเร็จด้วยสกอร์ 2-1 ทำให้ต้องไปวัดกับ ออสเตรีย ในนัดสุดท้ายเพื่อแย่งชิงตั๋วเข้ารอบแบบอัตโนมัติ แต่ทว่าพวกเขาก็ต้องพบเจอกับความพ่ายแพ้ บทสรุปรอบแบ่งกลุ่มเก็บไปได้เพียง 3 คะแนน จบที่อันดับ 3 และต้องไปลุ้นเป็น 1 ใน 4 ที่คะแนนดีที่สุดเพื่อเข้ารอบต่อไป ซึ่งจากสถานการณ์ของพวกเขาถือว่าต้องลุ้นหลายต่อเหมือนกันเริ่มแรกคือคืนนี้ที่ต้องแช่งให้ โครเอเชีย เก็บ 3 คะแนนไม่ได้ หรือมากสุดคือเก็บได้เพียงคะแนนเดียว เพราะตอนนี้ทัพ "ตราหมากรุก" เพิ่งมีเพียงคะแนนเดียว แต่ถ้าสามารถคว้าชัยเหนือ สาธารณะรัฐเช็ค ได้จะทำให้มีเพิ่มเป็น 4 คะแนน มากกว่าพวกเขาในทันที ส่วนลุ้นอีกต่อคือแช่งให้ สเปน ไม่ชนะเช่นกัน โดยสถานการณ์ปัจจุบันทัพ "กระทิงดุ" เก็บไปได้ 2 คะแนน จาก 2 นัดแรก รั้งอันดับ 3 ของกลุ่ม E ก่อนมีโปรแกรมลงเล่นนัดสุดท้ายพบกับ สโลวาเกีย ในกรณีที่นี้ สเปน ชนะจะเข้ารอบในทันที และก็ต้องมาดูกันอีกรอบว่าอันดับ 3 ของกลุ่มนี้จะเป็นใคร ซึ่งสามารถออกมาได้ทั้ง สโลวาเกีย และ โปแลนด์ ซึ่งจากสถานการณ์แล้วมันสามารถออกได้ทุกหน้า แต่ถ้าในกรณีลงคู่สเปน ที่หวดกับ สโลวาเกีย ลงเอยด้วยผลเสมอ ผลงต่างประตูได้-เสีย พวกเขาจะได้ดีกว่า สเปน ในทันที แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องไปลุ้น ไปแช่งผลการแข่งขันในกลุ่มอื่นๆ ที่ยังลงสนามไม่ครบด้วยเพื่อให้ผลการแข่งขันมันออกมาเป็นใจสำหรับพวกเขามากที่สุด

มาซิโดเนียเหนือ 

บทสรุปกลุ่ม C ใครเข้ารอบบ้าง และมีโอกาสปะทะกับชาติใด ? ทัวร์นาเมนต์ยูโรครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขา ซึ่งการมาเล่นในครั้งนี้สิ่งที่ต้องยอมรับว่าด้านของขุมกำลังพวกเขาดูไม่ได้โดดเด่นไปกว่าเพื่อนร่วมกลุ่มเลย ถ้าจะมีแข้งชื่อดังพอนึกออกก็อย่าง โกรัน ปานเดฟ หรือ เอ็กยาน อลิออสกี้ เพียงเท่านั้น  แต่ทว่าโดยรวมแล้วกับครั้งแรกของพวกเขาแม้จะไม่อาจเก็บชัยชนะได้เลย แต่ก็ถือว่าน่าประทับใจในแง่ของวิธีการเล่น และสู้แบบยิบตาไม่ยอมแพ้แบบง่ายๆ ส่วนโมเมนต์ที่น่าประทับใจที่สุดคงเป็นการประกาศอำลาทีมชาติของ โกรัน ปานเดฟ ภายหลังรับใช้ทีมมายาวนานกว่า 20 ปี และเป็นการปิดฉากด้วยการพาทีมมาลุยทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกแบบนี้ ถือว่าภารกิจลุล่วงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนี้คือทั้งหมดของบทสรุปกลุ่ม C ที่ยังคงคาราคาซังในเรื่องของคู่แข่งในรอบ 16 ทีมสุดท้ายมากเหลือเกิน แต่ทุกอย่างมันคงจะเริ่มกระจ่างขึ้นเมื่อการแข่งขันครบกันทุกคู่ทุกกลุ่ม  แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่าใครจะไปเจอชาติไหนรับรองความมันส์แบบสุดสะเด่าได้เลย เพราะยูโร 2020 คราวนี้ มักมีเรื่องเซอร์ไพรส์ และอะไรสนุกๆ ให้แฟนบอลได้ติดตามอยู่เสมอ

- Paolinho -

logoline