โดยปกติแล้วโคตรสโมสรมหาอำนาจอย่าง เรอัล มาดริด มักจะสร้างความหวือหวาและสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ ให้เราได้ยลโฉมกันเสมอๆ ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะไม่ว่าจะเป็นด้านใดด้านใดหนึ่ง

แต่จนถึงตอนนี้สิ้นเดือนกรกฏาคมปี 2021 ก็แล้ว เรากลับไม่รู้สึกว่ากำลังได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านั้นจากพวกเขาเลย มันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ? ทำไมตลาดซื้อขายหน้าร้อนนี้ถึงได้ชื่อได้ชื่อว่าตลาดที่ไม่น่าจดจำสำหรับพลพรรค "ราชันชุดขาว" ? 

เสียตัวหลัก

เรื่องแรกที่ต้องพูดถึงเลยก็คือการสูญเสียขุมกำลังสำคัญ ในเมื่อสโมสรมหาอำนาจอย่าง เรอัล มาดริด ได้ชื่อว่าเป็นตัวเต็งแชมป์ในทุกๆ รายการ และในทุกๆ ปีไม่ว่าจะเป็น ลา ลีกา สเปน รวมไปถึง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มันก็มีปัจจัยหลักๆ มาจากการมีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง ความผิดพลาดข้อแรกของ "ราชันชุดขาว" ก็คือความล้มเหลวและไม่สามารถโน้มน้าวให้กองหลังคนสำคัญอย่าง เซร์คิโอ รามอส อยู่รับใช้สโมสรต่อไป ทั้งที่ตัวของ รามอส เองก็ปฏิญาณตนและแสดงท่าทีให้เห็นชัดเจนอยู่ตลอดว่า เขาพร้อมที่จะภักดีและรับใช้สโมสร เรอัล มาดริด ไปจนกว่าจะหันหลังให้วงการฟุตบอล ขอเพียงสโมสรสนองนี้ดให้พี่แกด้วยระยะสัญญาแค่ 2 ปีแค่นั้นเอง รามอส เข้าใจดีว่าสถานการณ์ปัจจุบันทาง เรอัล มาดริด เองก็มีปัญหาทางด้านการเงิน ดังนั้นเรื่องการหั่นค่าเหนื่อยลงไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย เขาขอสัญญาแค่เพียง 2 ปีเพื่อเป็นหลักประกันชีวิตของตัวเขาเองและครอบครัว จนในที่สุดถึงแม้ตัวของ เซร์คิโอ รามอส จะยอมจำใจพร้อมรับข้อเสนอสัญญา 1 ปีจากทางสโมสร แต่ไปๆ มาๆ ทางบอร์ดบริหารกลับแจ้งว่าข้อเสนอดังกล่าวนั้นไม่ได้อยู่ในการเจรจาอีกต่อไปแล้ว มันก็เลยทำให้ เซร์คิโอ รามอส ต้องจบชีวิต 16 ปีในรั้ว ซานติอาโก้ เบร์นาเบว และย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยที่ เรอัล มาดริด จะไม่ได้เงินค่าตัวเลยแม้แต่แดงเดียว นอกจากนี้อีกหนึ่งแกนหลักในแนวรับอย่าง ราฟาเอล วาราน ที่ถูกวางตัวเอาไว้เป็นอนาคตของทีมก็เพิ่งจะเก็บข้าวของย้ายหนี เรอัล มาดริด ไปค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยเช่นกัน นั่นยิ่งทำให้สถานการณ์ของ เรอัล มาดริด ค่อนข้างน่าเป็นห่วงมากขึ้นสำหรับการสู้ศึกในซีซั่นหน้า พวกเขาเป็นทีมที่มีสถิติการเล่นเกมรับที่เหนียวแน่น และเสียประตูน้อยที่สุดเป็นเบอร์ต้นๆ ของลีกตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา เดี๋ยวต้องมาดูกันว่าพวกเขาจะยังสามารถรักษามาตรฐานและตัวเลขนี้ไว้ได้หรือไม่ในฤดูกาลถัดไปกับการที่ไม่มีดูโอ้ปราการหลังคู่นี้รับใช้ทีมอีกต่อไป ? และมันยังไม่หมดแค่นั้นนะ ! เพราะตอนนี้ตลาดซื้อขายนักเตะลีกยุโรปยังเหลือเวลาอีกราวๆ 1 เดือน ไม่แน่บางที เรอัล มาดริด อาจต้องเสียนักเตะออกไปเพิ่มอีกก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็น ดานี่ เซบายอส, ทาเคฟุสะ คุโบะ หรือแม้กระทั่ง มาร์ติน โอเดการ์ด ต้องติดตามกันต่อไป

การเสริมทัพ

ถ้าใครได้ตามข่าวคราวในโลกลูกหนังจะรู้ดีกว่า เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่มีข่าวพัวพันกับนักเตะชื่อดังมากมาย แต่ในทางกลับกันจนถึงตอนนี้มันกลับไม่มีดีลไหนที่ดูเป็นรูปธรรมเลย ไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ เคน, ปอล ป็อกบา, เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์, คิเลียน เอ็มบัปเป้ หรือแม้กระทั่งเหล่าบรรดากองหลังที่มีข่าวว่าอาจถูกพรากตัวมาเป็นตัวแทนของ เซร์คิโอ รามอส กับ ราฟาเอล วาราน เรียกได้ว่าตลาดรอบนี้เงียบมากจริงๆ มันกลับกลายเป็นเหล่าคู่แข่งที่สร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าในจุดๆ นี้ การเซ็นสัญญาคว้าตัว ดาวิด อลาบา มาร่วมทีมได้แน่นอนว่านี่คือเป้าหมายที่ประสบความสำเร็จ แต่มันก็ไม่ทำให้เรารู้สึก ว้าว! มากพอที่จะกลบความจืดชืดในตลาดรอบนี้ได้ เพราะความเป็น เรอัล มาดริด ตลอดช่วงที่ผ่านมาคือ การเล่นใหญ่ เป็นนัมเบอร์ วัน และสร้างสถิติมากมายระดับโลกในทุกๆ ครั้ง  สิ่งที่เราได้สัมผัสจากการจัดการทีมของ เรอัล มาดริด ดูเหมือนตอนนี้จะมีแค่การต่อสัญญานักเตะในทีมเท่านั้น ถ้าเกิดรอบนี้ไม่สามารถปิดดีลใครเพิ่มได้อีกขอบอกเลยว่าเหนื่อยแน่กับเป้าหมายในการทวงความสำเร็จกลับมาอีกครั้ง 

โควิด-19

อีกหนึ่งความซวยของ เรอัล มาดริด ก็คือนักเตะตัวใหม่อย่าง ดาวิด อลาบา ดันถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัส โควิด-19 และจำเป็นต้องเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 10 วันตามมาตรการ ทั้งที่เพิ่งย้ายมาได้แปปเดียวแค่นั้น ซึ่งนั่นทำให้พี่แกไม่สามารถลงฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมก๊วน เรอัล มาดริด ได้จนกว่าผลตรวจจะออกมาเป็นลบอย่างน้อย 2 ครั้ง ดูแล้ว อลาบา น่าจะสิทธิ์ช่วยต้นสังกัด "ราชันชุดขาว" ลงเล่นนัดเปิดสนาม ลา ลีกา ที่จะเจอกับ อลาเบส ในวันที่ 14 สิงหาคม นี้ เท่านั้นยังไม่พอเพราะ เรอัล มาดริด ก็อาจจะไม่มีชื่อของ คาริม เบนเซม่า ในเกมเดียวกันด้วย เพราะก่อนจะมาถึง ดาวิด อลาบา ทาง คาริม เบนเซม่า ก็ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อ โควิด-19 เหมือนกันซึ่งตอนนี้ยังกักตัวที่อยู่ที่บ้านเกิดที่ ลียง ใน ฝรั่งเศส เขาไม่สามารถกลับมาซ้อมกลับ เรอัล มาดริด ในช่วงปรีซีซั่นได้ ดังนั้นก็น่าจะกินเวลาสักพักใหญ่ๆ เลยกว่า เบนเซม่า จะกลับมาฟิตและพร้อมลงสนามล่าสกอร์ให้ "ราชันชุดขาว" อีกครั้ง

ปัญหาทางด้านการเงิน

จากปัญหาความพังที่พูดมาทั้งหมด 3 ข้อด้านบนปัญหาหลักๆ ก็คงจะมาจากเรื่องสถานภาพการเงินที่กำลังระส่ำหนักมาก ถึงแม้ เรอัล มาดริด จะเป็นทีมที่มีมูลค่ารวมสูงที่สุดเป็นตัวท็อปๆ ของวงการ แต่ขณะเดียวกันมูลค่าทางหนี้สินก็พุ่งสูงเป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการเหมือนกัน การทุ่มเงินไปราวๆ 800-900 ล้านยูโรในการเสริมทัพตลอดช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างแคมเปญ รวมดาราโลก หรือ "นิว กาลาคติกอส" ตามนโยบายของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ มันทำให้พวกเขาต้องแบกรับภาระการประเคนค่าเหนื่อยในจำนวนมหาศาลตามมา  ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ด้วย มันทำให้สโมสรระดับ เรอัล มาดริด กลายเป็นทีมกระเป๋าแหกจากการขาดรายได้ในหลายๆ ช่องทางไม่ว่าจะเป็น ตั๋วเข้าชมเกม, กิจกรรมต่างๆ ของสโมสร, รายได้จากการถ่ายทอดสด และอีกมากมาย  จากทีมที่มีเงินใช้เท่าไหร่ก็ได้ตามใจ ตัดภาพกลับมาตอนนี้จะใช้จ่ายสักอย่างกลับกลายเป็นต้องมานั่งทบทวนให้ดีซะงั้น และนับวันสถานการณ์และวิกฤตต่างๆ มันยิ่งหนักสาหัสขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วเดี๋ยวต้องมาดูกันว่าโคตรทีมอย่าง เรอัล มาดริด จะจัดการกลับปัญหานี้อย่างไร ? และจะเอาตัวรอดอย่างไรสำหรับการเตรียมความพร้อมในฤดูกาล 2021-22 ที่จะเปิดฉากในเร็วๆ นี้

HaMu Dos Santos

รวมเรื่องพังๆ ของ เรอัล มาดริด ใน ตลาดซัมเมอร์ 2021

logoline