ชีวิตคนเรา หลายๆครั้งก็ไม่มีอะไรแน่นอนเลยครับ กว่าจะลำบากลำบนก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุด แต่พอตกลงมา ก็บาดเจ็บเจียนตายเหมือนกัน เหมือนอย่าง เอแด็น อาซาร์ ปีกตัวเก๋าทีมชาติเบลเยี่ยม ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยติดท็อปลิสต์หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลก สมัยอยู่ เชลซี 

แต่กลับมาล้มเหลวไม่เป็นท่ากับ เรอัล มาดริด และ ดูเหมือนว่าสถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ เพราะ ต้าวอ้วนแห่ง "ราชันชุดขาว" ไม่ได้มีสถานะเป็นคนสำคัญ ภายใต้การคุมทีม คาร์โล อันเชล็อตติ ฉะนั้นอนาคตต่อจากนี้ของดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยม จะเป็นอย่างไร มันจะออกหน้าไหน ไปวิเคราะห์กันครับ

- ย้อนความถึงความสุดยอดของ อาซาร์ สมัยอยู่ เชลซี

จริงๆแล้วแทบจะไม่ต้องบอกหรอกครับว่า อาซาร์ โชว์ฟอร์มได้โหดเหี้ยมขนาดไหน เมื่อครั้งตอนค้าแข้งภายในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่กระนั้นก็อาจจะมีหลงลืมไปบ้าง จากการย้ายมาอยู่กับ เรอัล มาดริด .. อาซาร์ เจ้าของฉายา "เดอะ แบก" แห่ง "สิงห์บลูส์" เขาคือจอมทัพคนสำคัญที่พาทีมคว้าแชมป์มาครองได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย และ เอฟเอ คัพ อีก 2 สมัย ด้วยสไตล์การเล่นอันพริ้วไหว ลากเลื้อยผ่านคู่แข่ง ด้วยเทคนิคอันยอดเยี่ยม พร้อมมีจุดเด่น ทั้งจบสกอร์ และ แอสซิสต์ให้กับเพื่อนๆ ตลอด 352 นัด ระหว่างปี 2012-2019 ที่ อาซาร์ ลงเล่นให้กับ เชลซี เขายิงประตูได้มากถึง 110 ประตู พร้อมกับการทำอีก 103 แอสซิสต์ นับเป็นสถิติที่โหดสัสรัสเซีย พร้อมมีการันตีรางวัลส่วนตัวมากมาย ทั้ง นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ พีเอฟเอ 1 สมัย และ นักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรถึง 4 ครั้ง ซึ่งจะเห็นได้เลยว่า 7 ปีที่เขารับใช้ เชลซี แทบจะไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน .. 20 นัด คือตัวเลขที่เขาพลาดลงสนาม เพราะปัญหาเดี้ยง ส่วนที่เหลือ อาซาร์ ไม่เคยลงสนามน้อยกว่า 40 นัด ในแต่ละฤดูกาลกับ สิงห์บลูส์ ซีซั่นสุดท้ายกับสโมสร ลงวาดลวดลายถึง 52 นัด

- ไป มาดริด ตามความฝัน แต่เส้นทางไม่เป็นดั่งฝัน

อาซาร์ ได้ย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด สมใจ เมื่อซีซั่น 2019-20 ด้วยค่าตัวราวๆ 100 ล้านยูโร เขาจากสังเวียน สแตมฟอร์ด บริดจ์ มาอย่างตำนาน แฟนบอลไม่มีใครโกรธเขาแม้แต่นิดเดียว เพราะในฤดูกาลก่อนหน้านั้น อยากจะย้ายมาอยู่ "ราชันชุดขาว" แบบใจจะขาด แต่ในเมื่อ เชลซี ไม่ปล่อย ก็แสดงความเป็นมืออาชีพ ทำผลงานเต็มที่ ไม่มีงอแงให้เห็น อาซาร์ ย้ายมาอยู่ มาดริด ด้วยความคาดหวังสูงมาก เพื่อมานักเตะตัวความหวังคนใหม่แทนที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่กระนั้น "เฟิร์ส อิมเพรสชั่น" ของเขากับสโมสร มันดูแย่มาก เพราะเขาปล่อยเนื้่อปล่อยตัว ให้มีรูปร่าง อ้วนท้วม เกินมาตรฐานปกติของตัวเอง ซึ่งตอนนั้น อาซาร์ ยอมรับว่ามีน้ำหนักมากกว่า 80 กิโลกรัม เลยด้วยซ้ำ จากนั้นความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก เพราะ อาซาร์ ก็มาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน ช่วงปรีซีซั่น ซึ่งนั่นคือเรื่องราวจุดเริ่มต้นที่ทำให้ อาซาร์ โชว์ฟอร์มไม่เป็นชิ้นเป็นอันกับ เรอัล มาดริด เพราะนอกจากน้ำหนักที่มากกว่าปกติ ยังต้องมาเดี้ยง ออดๆแอดๆอีกด้วย ตลอด 2 ซีซั่นกับ มาดริด นั้น อาซาร์ พลาดลงเล่นเพราะอาการบาดเจ็บไปมากถึง 58 นัด โดยลงสนามเพียง 39 นัด เท่านั้น ทำได้แค่ 4 ประตู กับอีก 7 แอสซิสต์ คุ้มค่ากับ ค่าเหนื่อย 4 แสนปอนด์ ต่อสัปดาห์ ตรงไหนให้เอาปากกามาวง !!  แบ่งเป็นการเจ็บที่กล้ามเนื้อ 4 ครั้ง, เจ็บกล้ามเนื้อหลังต้นขา 1 ครั้ง, เจ็บข้อเท้า 1 ครั้ง, เจ็บกระดูกส่วนหน้าแข้ง 2 ครั้ง, เจ็บขา 2 ครั้ง และ ติดไวรัส โควิด-19 อีก 1 ครั้ง ถึงแม้ซีซั่นแรกของ อาซาร์ กับ มาดริด จะได้แชมป์ ลา ลีกา สเปน ทันที แต่เขาไม่มีความสำคัญใดๆทั้งสิ้น ลง 16 นัด ยิงไป 1 ประตู ด้วยสถานการณ์เป็นแบบนั้น และ ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ทำให้ความสำคัญและความคาดหวังในตัวเขาลดน้อยถอยลง มีกระแสว่า อาซาร์ อาจจะโดนปล่อยออกจากทีม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งเจ้าตัวก็แว่วๆมาว่าอยากกลับไป เชลซี ในช่วงซัมเมอร์ก่อน แต่พอมีการเปลี่ยนกุนซือ จาก ซีเนอดีน ซีดาน มาเป็น คาร์โล อันเชล็อตติ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยม ยังคงเป็นหนึ่งในขุมกำลัง ราชันชุดขาว แต่อย่างที่บอกครับ ความสำคัญของ อาซาร์ ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เห็นได้ชัดในศึก เอล กลาซิโก้ นัดล่าสุด ที่ มาดริด บุกไปเอาชนะ บาร์เซโลน่า ถึงถิ่น 2-1 วันนั้น อาซาร์ ถูกดรอปเป็นเพียงตัวสำรอง และ ไม่ถูกส่งลงใช้งานเลยแม้แต่นาทีเดียว ประโยคสะเทือนใจที่ออกมาจากปากของ อันเช่ ถึงการไม่ส่ง อาซาร์ ลงสนามศึก เอล กลาซิโก้ เพราะชอบนักเตะคนอื่นมากกว่า โดยระบุว่าไว้ว่า "อาซาร์ สามารถเล่นในระบบ 4-3-3 ทางด้านซ้าย หรือระบบ 4-4-2 ข้างหน้าหรือหลังกองหน้าได้ เขาพร้อมลงสนาม แต่ปัญหาคือโค้ชชอบคนอื่นมากกว่า" "เขาไม่มีสถานะเป็นสตาร์ที่ มาดริด เพราะเขาได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง แต่ทุกอย่างค่อยๆดีขึ้น เขาจะอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดในเร็วๆ นี้ ผมแน่ใจว่าในฤดูกาลนี้เราจะได้เห็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของ อาซาร์ และ จะเล่นได้มากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้" หมายความว่า อาซาร์ ไม่การันตีตำแหน่งตัวจริงเลยสักนิด ต่อให้เขามีสภาพสมบูรณ์แค่ไหน แต่หากไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ ก็จะไม่ใช่ตัวเลือกแรกภายในใจของ อันเชล็อตติ .. สิ่งเหล่านี้แหละครับที่ทำให้กระแสการย้ายทีมของ อาซาร์ มันมีโอกาสมากขึ้น โดยเป็น เชลซี ที่พร้อมอ้าแขนกลับไปชุบเลี้ยงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ด้วยวัย 30 ปี ของนักเตะ ไม่ได้เป็นเด็กหนุ่มแบบ 5-6 ปีก่อนแล้ว ฉะนั้นเขาต้องตัดสินใจถึงอนาคตดีๆว่าทางเลือกไหนจะดีที่สุดสำหรับเขา
  1. หากเลือกกลับ เชลซี : ต้องเรียนตามตรงว่า เชลซี พร้อมเปิดโอกาสดึงตัว อาซาร์ กลับไปอยู่แล้ว แต่ที่นั่นอาจไม่การันตีตำแหน่งตัวจริงให้กับเขาเหมือนเดิม เพราะตอนนี้ สิงห์บลูส์ มีขุมกำลังแข็งแกร่ง มีนักเตะพลังหนุ่มมากมาย ทั้ง เมสัน เมาท์, ติโม แวร์เนอร์, คริสเตียน พูลิซิช หรือ ฮาคิม ซิเย็ค .. การจะใช้สู้กับเด็กหนุ่มไม่ใช่เรื่องง่าย จริงอยู่ที่นักเตะ เชลซี ก็มักมีพวกบาดเจ็บบ่อยๆ แต่ อาซาร์ ก็ไม่ต่าง ถ้าจะไปซื้อนักเตะที่มีโอกาสกระดูกเปราะเหมือนกันกลับมา อาจเป็นสิ่งที่ เชลซี ต้องพินิจพิเคราะห์ดีๆ โดยเฉพาะ โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือคนเก่ง ที่ต้องการให้ระบบทำทีมของเขาไหลลื่น ไม่มีอะไรมาติดขัด .. หากเรียนกันตามตรง การกลับ เชลซี อาจเป็นทางเลือกที่ อาซาร์ สนใจ แต่เชื่อว่าเขาไม่ใช่นักเตะที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆแบบนั้น
 
  1. อยู่สู้กับ มาดริด : อาซาร์ ไม่ใช่คนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆอยู่แล้ว และ มาดริด ก็คือความฝันที่เขาจะย้ายมาค้าแข้งตลอดชีวิต ดังนั้นเมื่อโอกาสยังอยู่ตรงหน้า ก็ไม่จำเป็นต้องยอมแพ้ เขาก็ยังมีเวลาพิสูจน์ตัวเอง เพราะสัญญาเซ็นกับทีมไว้ 5 ปี จากคำสัมภาษณ์ของ อันเชล็อตติ อาจดูบั่นทอนความรู้สึก แต่กระนั้นก็ไม่ได้เป็นการตัดหางปล่อยวัดแต่อย่างใด เพียงแค่รอให้ อาซาร์ พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ซึ่งการลงเล่น 7 นัด จาก 10 นัด ที่ผ่านมาในซีซั่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องขี้เหร่อะไรเลย หนทางยังอีกยาวไกลให้ตัวเขาได้พิสูจน์ และ ถึงแม้ อาซาร์ จะไม่ใช่นักเตะวัยรุ่นอีกแล้ว แต่กระนั้นเจ้าตัวก็เพิ่งอายุ 30 ปี เท่านั้น วิทยาศาสตาร์กีฬายุคปัจจุบัน บอกเลยว่ายังเล่นได้อีกอย่างน้อยๆ 4-5 ปี ถ้าเขากลับมาเรียกความฟิต ทำให้สภาพร่างกายแข็งแกร่งเหมือนเดิม การกลับมาเป็นตัวหลักคงไม่ยาก ดังนั้นเชื่อว่าโอกาสที่เขาจะเลือกอยู่กับ มาดริด ต่อ มีสูงมาก ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะพิสูจน์ให้สโมสรได้เห็นมากน้อยแค่ไหน
 
  1. ทางเลือกไปเล่นลีกต่างแดน : เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจดึงดูด อาซาร์ ก็เป็นได้ แต่ทว่า อาซาร์ อายุ 30 ปี เท่านั้น ยังไม่ได้อยู่ในช่วงบั้นปลายอาชีพ จึงยังไม่จำเป็นต้องย้ายไปเก็บเงิน ลีกต่างแดนยังมีเวลาอีกหลายปีให้เขาตัดสินใจ ดังนั้นการมาเล่นลีกนี้ ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า อาจจะกากบาทออกไปก่อน เชื่อว่าการอยู่กับ มาดริด เพื่อช่วยทีมคว้าแชมป์ต่อไป เป็นคำตอบที่เหมาะที่สุด

ฮาย ฮาวดี้-

logoline