เป็นดาร์บี้แมตช์ที่สกอร์ขาดลอยเหลือเกินครับ หลังจาก ลิเวอร์พูล บุกไปถล่มใส่ เอฟเวอร์ตัน เละเทะ 4-1 เป็นเกมที่ หงส์แดง ออกสตาร์ทได้อย่างดุดัน ยิงประตูเร็ว จนส่งแฟนบอล ทอฟฟี่สีน้ำเงิน กลับบ้านไปบางส่วน ตั้งแต่ 20 นาทีแรก
ทว่ารูปเกมมันก็ไม่ได้ขาดเหมือนสกอร์ขนาดนั้น เพราะมีช่วงที่ เอฟเวอร์ตัน ไล่มา 1-2 แต่ก็ไปสร้างความผิดพลาดกันเอง จนมีช่องโหว่ให้ ลิเวอร์พูล ทำประตู ซึ่งทั้งระหว่างเกมและหลังจบเกม มีอะไรให้พูดถึงมากมาย เอาเป็นว่าไปตามเก็บประเด็นสำคัญในศึก เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ ครั้งนี้กันครับ
- ราฟา เก้าอี้ร้อน
สถานการณ์ของ ราฟาเอล เบนิเตซ ในการคุมทีม เอฟเวอร์ตัน กำลังแย่ลงไปทุกขณะ เพราะผลงานช่วงนี้ ไม่ใช่แค่แย่นะครับ แต่ถึงขั้นห่วยแตกเลยล่ะครับ เนื่องจากแพ้มากถึง 6 จาก 8 นัด เก็บได้เพียงผลเสมอ 2 แต้ม และ ไม่สามารถชนะใครได้เลย ร่วงมาอยู่อันดับ 14 มีแค่ 15 แต้ม เหนือโซนตกชั้น 5 คะแนน เท่านั้น
เมื่อผลลัพธ์เป็นเช่นนี้ จึงเข้าใจได้ว่าทำไมถึงเห็นภาพที่เหลือเชื่อก็คือ .. 20 นาทีแรกของเกม สาวก ทอฟฟี่สีน้ำเงิน จำนวนหลายสิบคน ลุกเดินออกจากสนาม กลับบ้านทันที พร้อมส่งสัญญาณไม่พอใจอย่างยิ่งกับผลงานอันเละเทะ เพราะโดนฝั่ง ลิเวอร์พูล บุกพับสนาม จนโงหัวไม่ขึ้น
จากรีแอคชั่นของสาวก เอฟเวอร์โตเนี่ยน มันบ่งบอกได้ว่า พอกันทีกับการคุมทีมของ ราฟา เพราะนอกจากผลงานจะย่ำแย่แล้ว ในอดีตก็เคยเป็นปรปักษ์กันมาก่อน เนื่องจากเคยเป็นโค้ช หงส์แดง เชื่อว่าคงมีกองเชียร์ ทอฟฟี่ ไม่น้อย ที่ไม่ค่อยชอบหน้า เอล บอส ดังนั้นจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่แน่เหมือนกันว่าหลังจบเกมแพ้ ลิเวอร์พูล เก้าอี้กุนซือของ เบนิเตซ ร้อนๆหนาวๆมากกว่าเดิม หากไม่มีอะไรดีขึ้น อาจเห็น ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เปลี่ยนแปลงกุนซือก็เป็นได้
- เมอร์ซี่ย์ไซด์ เดือด
สมคำร่ำลือจริงๆครับ สำหรับ เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ เพราะต่อให้แฟนบอลทั้ง 2 ทีม จะมีความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน หรือ มาจากครอบครัวเดียวกัน แต่หากเป็นเกมในสนาม บอกเลยว่า การันตีความเดือด ไม่มีเล่นแบบดุจญาติมิตร หากนั่งดูเมื่อไหร่ เหมือนได้ลุ้นมวย มากกว่า ลุ้นฟุตบอล เสียอีก
ยิ่งซีซั่นก่อน เคยมีคดีใหญ่ที่ จอร์แดน พิคฟอร์ด ไปเสียบสกัด เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ จนบาดเจ็บหนัก เชื่อว่า เดอะ ค็อป ยังแค้นฝั่งหุ่นกันอยู่
ส่วนเกมนี้เอาแค่ 45 นาทีแรก ก็มีใบเหลืองปลิวว่อนแล้ว 5 ใบ อาจไม่ได้รุนแรงถึงขั้นหามเปล หรือ หิ้วปีกออกจากสนาม แต่มันมีการเข้าสกัดแบบถึงลูกถึงคน, มีเล่ห์เหลี่ยมตบตาผู้ตัดสิน หรือ แม้กระทั่งเลือดตกยางออกก็มีให้เห็น จากช็อตที่ อันดรอส ทาวน์เซ่นด์ เอามือไปป้ายหน้า แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน
เรียกว่าเป็นดาร์บี้แมตช์ ที่ดุเดือดจริงๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานเท่าไหร่ ต่อให้เตะตี 3 ตามเวลาบ้านเรา แต่ดูแล้วไม่มีเบื่อ สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ ทุกช็อตจริงๆ ยิ่งเป็นช่วงที่ เอฟเวอร์ตัน ตีไข่แตกไล่มา 1-2 เกมมันสนุกยิ่งขึ้น เพราะได้เห็นเจ้าบ้านมีลูกฮึด ในการพยายามไล่ตามตีเสมอ
- เมอร์ซี่ย์ไซด์ สีแดง
พูดกันตามตรง เอฟเวอร์ตัน ต้องตกอยู่ภายใต้อาณัติของ ลิเวอร์พูล มาโดยตลอด ต้องมองเห็นอริร่วมเมืองคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอง ฉะนั้นสิ่งเดียวที่พวกเขาพอจะแก้หน้าได้ ก็คือต้องหักปีก หงส์แดง ให้ได้ เวลาเจอหน้ากัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อใดที่ ทอฟฟี่ บลูส์ เผชิญหน้ากับ ลิเวอร์พูล กลับกลายเป็นว่าพวกเขาแทบสะกดคำว่า "ชัยชนะ" ไม่เป็นเลย ไม่ต้องย้อนไปไกล นับแค่ตอน เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามากุมบังเหียน ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 เอฟเวอร์ตัน ชนะได้แค่ 1 เกม เท่านั้น เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา
แต่ทว่าล่าสุด คล็อปป์ พาลูกทีมทบต้นทบดอก กดไป 4 เม็ด พร้อมขยายสถิติ เวลายกพลมาที่ กูดิสัน พาร์ค เมื่อไหร่ ไม่เคยแพ้กลับไปเลย โดยเก็บชัยชนะได้ 2 นัด และ เสมอ 4 นัด ซึ่งเกมนี้ก็เป็นการประกาศศักดาอีกครั้งว่า ลิเวอร์พูล ยังคงข่มให้ เอฟเวอร์ตัน อยู่ใต้อำนาจได้เหมือนเดิม ถึงแม้ช่วงหลัง ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เริ่มพัฒนาได้น่ากลัวก็ตาม
- ซาลาห์ ร้อนแรงไม่หยุด
ยังคงยืนยันคำเดิมครับว่า หาก ซาลาห์ เรียกเงินค่าจ้างเท่าไหร่ ก็ควรเปย์ให้เขาไป เพราะนี่คือนักเตะที่ ลิเวอร์พูล จะขาดไปไม่ได้เลย ณ ตอนนี้ ห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ต้องลงสนามเท่านั้น อย่างในเกมถล่ม เอฟเวอ์ตัน .. บังโม ก็จัดไป 2 ตุง อาจมียิงทิ้งยิงขว้างไปบ้าง แต่เกมนี้เขาไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือ
เท่ากับว่า ซาลาห์ ซัดไปแล้ว 11 ประตู นำเป็นดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในขณะนี้ แต่ที่บอกว่าควรต้องต่อสัญญาไม่ใช่แค่จำนวนการทำประตูเท่านั้นนะครับ เพราะ บังโม ได้สร้างสถิติใหม่จารึกเอาไว้ให้กับสโมสร ลิเวอร์พูล อีกแล้ว นั่นคือเป็นนักเตะ หงส์แดง คนแรก ที่ทั้งยิง และ แอสซิสต์ 7 เกมติดต่อกันในลีก เวลาไปเยือนคู่แข่ง
กระนั้นจะให้เครดิต โม คนเดียวก็ไม่ได้ ต้องชื่นชมเพื่อนร่วมทีมได้ โดยในศึก เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ หนนี้ อีกหนึ่งคนที่โดดเด่นไม่แพ้กัน ก็คือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม เมื่อเขาถูกขยับให้มาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก เพราะตัวเชื่อมเกมมี ติอาโก้ ส่วนตัดเกม ก็มี ฟาบินโญ่ คอยดูแล
เลยทำให้ เฮนโด้ ฉายแสงเหลือเกิน เริ่มจากการยิงประตูขึ้นนำให้กับทีม ซึ่งเป็นประตูแรกของเขา ในศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ เท่านั้นยังไม่พอ ยังเป็นคนแอสซิสต์ให้กับ โม ซาลาห์ ทำประตูขึ้นนำ 2-0 ด้วย ไม่แปลกใจเลยที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยกย่องให้เป็นคนสำคัญในแผงกองกลาง
- เกมรุก หงส์แดง ยิงเยอะสุดใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป
หากจะพูดว่า แนวรุกของ ลิเวอร์พูล กำลังร้อนแรงที่สุดในเวทียุโรป ก็คงไม่เคอะเขินมากนักครับ เพราะต่อให้จะยังไม่จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ยังรั้งอยู่อันดับ 3 ของตาราง แต่กระนั้นจากการบุกมายิงใส่ เอฟเวอร์ตัน 4 เม็ด ส่งผลให้ตอนนี้ เครื่องจักรสีแดง ซัลโวใส่คู่แข่งในลีกไปแล้ว 43 ประตู
เท่ากับว่า 43 ประตู ที่ขุนพล หงส์แดง ทำได้นั้น มากที่สุดกว่าทุกทีมใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป มากกว่า บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ บุนเดสลีกา เยอรมัน ซึ่งขณะนี้ยิงไป 42 ตุง โดย 43 ลูก ที่ ลิเวอร์พูล ทำได้ มาจากการออกไปเล่นเป็นทีมเยือนถึง 25 ประตู นับเป็นอะไรที่ร้อนแรงสุดๆ
และ ไม่ใช่เพียงแค่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คนเดียวเท่านั้นนะครับที่ร้อนแรง อีกคนก็ฮอตไม่แพ้กัน นั่นคือ ดิโอโก้ โชต้า แนวรุกทีมชาติโปรตุเกส เรียกว่าโชว์ฟอร์มชนิดที่แบบสาวก เดอะ ค็อป ลืมทาง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ไปเลย โดย 3 นัดหลังสุด โชต้า กดไป 4 ประตู ขึ้นมาแบ่งเบาภาระพวก ซาลาห์, มาเน่ ได้ดีมากจริงๆ
ฮาย ฮาวดี้-