ถ้าจะเอ่ยถึงชื่อของ ฟาบินโญ่ เราคงจะนึกถึงสไตล์การเล่นที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับในชุดยูนิฟอร์มของ ลิเวอร์พูล และเป็นกำลังสำคัญของทีมอยู่ในทุกวันนี้

แต่ถ้าจะมองย้อนกลับไปเราจะพบว่าชีวิตของชายชาวบราซิลผู้นี้เหมือนคนหมดอนาคตไปแล้วในถิ่นแอนฟิลด์ เพราะช่วงแรกกับชีวิตในอังกฤษของเขามันช่างยากลำบาก และไม่ค่อยที่จะได้รับโอกาสลงสนามจากนายใหญ่อย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ มากเท่าไหร่นัก แน่นอนห้วงเวลานั้นเหมือนบทพิสูจน์ชั้นยอดให้กับเขาในการเรียนรู้ และปรับตัวให้ก้าวขึ้นมาเป็นยอดแข้ง และจิ๊กซอว์สำคัญที่ทัพ "หงส์แดง" ไม่อาจขาดหายได้ ย้อนกลับไปชีวิตลูกหนังของ ฟาบินโญ่ ก็เริ่มตนเหมือนเด็กจากถิ่น "แซมบ้า" หลายๆ คนที่ชื่นชอบการไล่หวดลูกหนังเป็นชีวิตจิตใจ จนกระทั่งอาศัยบนโลกใบนี้ครบ 18 ปี จากที่เขาเล่นฟุตบอลอยู่กับทีมเล็กๆ ในบราซิล ก่อนได้โอกาสครั้งสำคัญเซ็นสัญญาร่วมทัพ ฟลูมิเนนเซ่ สโมสรแนวหน้าของประเทศ ซึ่งจะว่าไปด้วยฝีเท้าของ ฟาบินโญ่ ในช่วงนั้นคือดาวรุ่งที่ฟอร์มแรง และน่าจับตามองเหลือเกิน จากนั้นในปี 2012 เจ้าตัวเลือกที่จะห่างไกลบ้านเพื่อบินข้ามน้ำทะเลมาเสี่ยงโชคกับฟุตบอลในลีกยุโรปครั้งแรก ก่อนที่จะเป็น ริโอ อาฟ สโมสรในลีกโปรตุเกสเปิดโอกาสให้ดาวรุ่งอย่างเขาได้โชว์ฝีเท้า แต่ทว่าเส้นทางนี้มันไม่ใช่งานง่าย และดูเหมือนชีวิตลูกหนังในการออกเดินทางครั้งนี้ของ ฟาบินโญ่ จะไม่ได้สวยหรูมากมายนัก เพราะตลอดระยะเวลาในสีเสื้อของ ริโอ อาฟ ชายจากแดนไกลอย่าง ฟาบินโญ่ ไม่ได้โอกาสลงสัมผัสเกมในสนามเลยสักวินาทีเดียว แม้ชีวิตที่โปรตุเกสจะไม่ได้สวยหรู แต่อย่างน้อยก็มีสถานที่ที่เห็นความสามารถของเขานั้นก็คือ เรอัล กาสตีย่า หรือทีมสำรองของทัพ "ราชันชุดขาว" ที่ตอนนั้นคงสถานะทีมอยู่ในลีกรองของสเปน ที่เปิดประตูยืมตัวเขามาใช้งาน  ซึ่งชีวิตที่สเปนของเขาต้องบอกว่าเจ้าตัวคว้าโอกาสไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมโชว์ผลงานได้อย่างน่าประทับใจกับทีมสำรอง รวมแล้วลงสนามไปทั้งหมด 30 นัด ซัดไป 2 ประตู พ่วงด้วย 1 แอสซิสต์ ฟาบินโญ่ : เสี่ยงโชคกับลูกหนังในยุโรป ก่อนเป็นยอดแข้งในแดนกลาง และที่สำคัญเจ้าตัวกับบทบาทแบ็คขวาของทีมได้รับขนานนามว่าเป็นแข้งจอมบุกที่มีเกมรุกสุดอันตราย จนไปเข้าตา โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เรอัล มาดริด ชุดใหญ่ในตอนนั้นที่เล็งเห็นถึงความสามารถ จึงทดลองให้โอกาสกับ ฟาบินโญ่ ขึ้นมาฝึกซ้อมกับทีม ก่อนมอบโอกาสลงสนามในศึกลาลีกา สเปน เป็นจำนวน 1 นัด ซึ่งเป็นในฐานะตัวสำรองมีเวลาในสนาม 14 นาที  ซึ่งจะว่านั้นก็เหมือนเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำของเขาเช่นกัน แม้เวลาอาจจะน้อยไปหน่อย แต่ทว่า ฟาบินโญ่ ก็สามารถทำแอสซิสต์ได้สำเร็จ ด้วยการจ่ายให้ อังเคล ดิ มาเรีย ทำประตู แต่ทั้งนี้เมื่อหมดสัญญายืมตัว 2 ฤดูกาล ทางฝั่ง เรอัล มาดริด ก็ไม่ได้มีการเจรจาเพื่อคว้าตัวมาร่วมทัพแบบถาวร ทำให้เขาต้องกลับสู่ต้นสังกัดแม่อย่าง ริโอ อาฟ อีกครั้ง พร้อมความหวังที่ริบหรี่ของโอกาสในการแจ้งเกิดกับสโมสร เพราะชีวิตของเขาไม่ต่างอะไรกับส่วนเกินของสโมสร อย่างไรก็ตามชีวิตของ ฟาบินโญ่ ก็มาพลิกผันแบบสุดขีดเมื่อ โมนาโก ยื่นมือเข้ามาช่วย และดึงตัวเขาไปร่วมทีมแบบยืมตัวเมื่อปี 2013 ซึ่งชีวิตที่ฝรั่งเศสเขาได้โอกาสแบบสม่ำเสมอบนลีกสูงสุดอย่างลีก เอิง ฝรั่งเศส พร้อมตำแหน่งที่แตกต่างทั้งแบ็คขวา และมิดฟิลด์ตัวรับ รวมแล้วลงสนามให้ โมนาโก ไป 31 นัด ด้วยกัน พอถึงดีลสัญญายืมตัวหมดลง และด้วยผลงานที่จับต้องได้ทำให้ โมนาโก ยอมควักกระเป๋าซื้อตัว ฟาบินโญ่ เข้ามาสู่ทีมแบบถาวรด้วยราคา 6 ล้านยูโร ในช่วงซัมเมอร์ 2015 ซึ่งนั้นเองทำให้ชายจากบราซิลได้รับรู้ถึงโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้โชว์ผลงาน และพัฒนาตัวเองแบบต่อเนื่องเสียที ชีวิตในรั่ว โมนาโก กว่า 5 ปี มันพัฒนาฝีเท้าของเขาจากเด็กธรรมดาๆ กลายเป็นแข้งชื่อดังของลีก เอิง และเป็นกำลังสำคัญพาทีมคว้าแชมป์ลีก เอิง เมื่อซีซั่น 2016-17 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่  ฟาบินโญ่ : เสี่ยงโชคกับลูกหนังในยุโรป ก่อนเป็นยอดแข้งในแดนกลาง ก่อนที่ด้วยฝีเท้าของเขาจะช่วยยกระดับ และเปิดโอกาสให้กับตัวเอง ช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็เดินหน้าปิดดีลคว้าตัว ฟาบินโญ่ ไปครอง พร้อมค่าตัว 39 ล้านปอนด์ที่ประเคนไปให้กับ โมนาโก  แน่นอนนี่คือโอกาสครั้งสำคัญของชายวัย 25 ปี ในตอนนั้น เพราะภารกิจที่เขาถูกส่งมอบคือสัมปทานในแดนกลางคอยตัดเกมคู่แข่ง แต่ทว่าดูเหมือนชีวิตในแดนผู้ดีของเขาในช่วงแรกจะโหดร้ายเหลือเกิน เพราะไม่ได้ลงสนามในเกมลีกเลยตลอด 8 เกมแรกของฤดูกาล  ไม่แปลกที่ตอนนั้นแฟนบอลจะเริ่มตั้งแง่ในเรื่องของฝีเท้า และความผิดพลาดในการซื้อตัว แต่ทว่า คล็อปป์ ก็ออกมาเผยภายหลังว่าต้องการให้ ฟาบินโญ่ ซึมซับเข้ากับแท็คติคให้ทีมอย่างเต็มขั้นเสียก่อน และเมื่อถึงเวลาที่สมควรจึงจะปล่อยให้ลงสนามไปโชว์ผลงาน จากนั้นชีวิตของ ฟาบินโญ่ ก็เหมือนกราฟที่ค่อยๆ พุ่งเรื่อยขึ้นมา ทั้งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ลีก มาเชยชมเป็นเกียรติประวัติให้กับตนเอง อีกทั้งยังเป็นแข้งสารพัดประโยชน์ของทีม จนถึงขั้นถูกถอยลงไปยืนในบทบาทเซ็นเตอร์ฮาร์ฟจำเป็นมาแล้วในห้วงที่ทัพ "หงส์แดง" มีปัญหาแนวรับต่างนัดกันได้รับบาดเจ็บไปเสียหมด ฟาบินโญ่ : เสี่ยงโชคกับลูกหนังในยุโรป ก่อนเป็นยอดแข้งในแดนกลาง แน่นอนสาเหตุสำคัญที่ คล็อปป์ เลือกไว้ใจ ฟาบินโญ่ ในการถอยไปใช้งานในบทบาทดังกล่าวก็มาจากเซนส์ในการอ่านบอล ไปดักตรงจุดที่คิดว่าบอลจะผ่านมา แม้แรงปะทะอาจจะไม่ได้มีมากนักเมื่อเทียบกับปราการหลังคนอื่นๆ ซึ่งถ้ามองจากเส้นทางที่ผ่านมาของ ฟาบินโญ่ เขาอาจจะไม่ได้มีวัยเด็กที่ปากกัดตีนถีบดิ้นรนเหมือนเด็กคนอื่นๆ ในบราซิล แต่ทว่าในเส้นทางสายลูกหนังต้องบอกว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่ต้องฝ่ามรสุมหลายลูกกว่าจะก้าวขึ้นมายืนด้วยลำแข้ง และสร้างชื่อในปัจจุบัน จากความยากลำบากที่โปรตุเกส สู่การแจ้งเกิดที่ฝรั่งเศส และปัจจุบันกับการลงสนามให้กับหนึ่งสโมสรเบอร์ต้นของโลก ฟาบินโญ่ ในวัย 28 ปี กับการผ่านบททดสอบต่างๆ ในชีวิตที่เข้ามาให้เขาได้ลองเผชิญมามากพอสมควร

- Paolinho -

logoline