7 แมตช์พลิกนรก พรีเมียร์ลีก ปี 2021
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มักจะมีแมตช์โกงความตาย ให้เห็นอยู่เสมอ เช่นกันครับตลอดปี 2021 ณ ลีกลูกหนังแดนผู้ดี ก็มีหลายๆเกม ซึ่งจะนำ 7 เกมพลิกนรก หยิบยกมาพูดถึงกัน
ดังนั้นก่อนจะส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ไปดูกันว่าตลอดปี 2021 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีแมตช์ไหนโกงความตาย, พลิกไปพลิกมา หรือ พริกนรกกลับมา จนผู้คนต้องพูดถึง ไปติดตามกันครับ
7. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 เชลซี
เหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ เรียกว่าแผลเป็นยังย้ำเตือนความทรงจำของสาวก เดอะ บลูส์ ได้เป็นอย่างดี เพราะในช่วงที่ผลงาน เจ้าของแชมป์ยุโรป ทีมล่าสุด กำลังติดลมบน แต่แล้วก็มาเจอกระดูกชิ้นโต อย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เพราะซีซั่นนี้ "เดอะ จีเนียส วัน" เดวิด มอยส์ พาทัพ ขุนค้อน โชว์ฟอร์มในบ้านได้ดีเหลือเกิน
เหมือนว่า เชลซี จะไม่ได้เกรงกลัวความยอดเยี่ยมของ เวสต์แฮม เพราะออกขึ้นนำไปก่อน จาก ติอาโก้ ซิลวา 1-0 ต่อให้มาโดนตีเสมอ แต่กระนั้น สิงห์บลูส์ ก็สามารถขึ้นนำ 2-1 ได้อีกครั้ง จากฝีเท้าของ เมสัน เมาท์
อย่างไรก็ตาม แมตช์ที่ เวสต์แฮม เอาชนะ ลิเวอร์พูล ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ซึ่ง เวสต์แฮม จัดการพลิกนรกกลับมาแซงเอาชนะ เชลซี 3-2 โดยเฉพาะลูกยิงแบบไม่ตั้งใจของ อาร์เธอร์ มาซัวกู ทางริมเส้นฝั่งซ้าย เข้าไปชนิดที่แฟนบอลยังงงกันทั้งสนาม แต่พอบอลเข้าซุกตาข่าย ก็ดีใจแหกปากกันลั่น เป็นการยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับ เชลซี ในรอบ 12 นัด
6. นิวคาสเซิ่ล 3-4 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมตช์พลิกนรก หรือ แมตช์สุดมันส์ตลอดกาล มักจะมีชื่อของสโมสร นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ และในปี 2021 ก็มี สาลิกาดง เหมือนเดิม โดยเป็นแมตช์ที่พวกเขาเปิดบ้านพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นการพบกันในแมตช์วีคที่ 36 เมื่อซีซั่นก่อน
นัดนี้เรียกได้เลยว่า มันพลิกแล้วพลิกอีก พลิกจนไม่รู้ว่าชัยชนะจะตกไปอยู่กับฝ่ายใดกันแน่ โดย สาลิกาดง เป็นฝ่ายนำไปก่อน แต่ท้ายครึ่งแรกกลายเป็น เรือใบสีฟ้า พลิกกลับมาแซงนำด้วยสกอร์ 2-1 อย่างไรก็ตามช่วงทดเจ็บ นิวคาสเซิ่ล กลับมาตีเสมอได้อีก 2-2
รูปเกมเป็นไปอย่างสนุกสูสี นิวคาสเซิ่ล กลับมาแซงนำได้อีกครั้งเป็น 3-2 ทำเซอร์ไพรส์ยิงใส่แบบไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีแชมป์ อย่างไรก็ตาม แมนฯ ซิตี้ ก็คือ แมนฯ ซิตี้ พวกเขาพร้อมยิงคู่แข่งตลอดเวลา และ สุดท้ายก็กลายเป็น เรือใบสีฟ้า พลิกนรกกลับมาซัดแซงนำ สาลิกาดง ได้อีกครั้ง ด้วยสกอร์ 4-3 พร้อมกับจบลงด้วย 3 แต้ม ของลูกทีม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นับเป็นเกมที่พลิกไปพลิกมาจริงๆ
5. เชลซี 2-5 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน
ไม่ใช่แค่แมตช์พลิกนรกเท่านั้น แต่ยิ่งกว่าโคตรล็อคถล่มเลยล่ะครับ เพราะตั้งแต่ โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามารับงานกุนซือ เชลซี แทนที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม 2021 ไม่เคยพาทีมพ่ายแพ้ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เลยแม้แต่นัดเดียว กระทั่งมาถึงนัดเจอกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ช่วงต้นเดือนเมษายน
สถานะช่างแตกต่าง ทูเคิ่ล กำลังพา เชลซี จบท็อปโฟร์ ส่วน เวสต์บรอมวิช ของ แซม อัลลาร์ไดซ์ กำลังดิ้นรนหนีตายอย่างหนัก เรียกว่าฟอร์มสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งทุกอย่างน่าจะเป็นไปตามคาด เพราะ คริสเตียน พูลิซิช ยิงให้ สิงห์บลูส์ ออกนำ 1-0 ในนาที 27
อย่างไรก็ตามจุดเปลี่ยนของเกมพลิกล็อคถล่มก็คือไม่กี่นาทีต่อมาหลังนำ 1-0 ติอาโก้ ซิลวา มาโดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนจากหน้ามือ มาเป็นหลังเท้า เพราะใครจะเชื่อล่ะครับว่าหลังจากนั้น เวสต์บรอมวิช มายิงรัวแซงถึง 4 ลูก เริ่มจาก 2 เม็ด ช่วงทดเจ็บท้ายครึ่งแรก และ อีก 2 ประตู ช่วงกลางครึ่งหลัง แบบที่ เชลซี เมาหมัด ไม่มีหือมีอือเลยสักนิด
ต่อให้ เชลซี จะไล่มา 2-4 จาก เมสัน เมาท์ แต่ว่าสุดท้ายแล้วช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เวสต์บรอมวิช ก็ยิงฝังให้ สิงห์บลูส์ จมลงไปในผืนปฐพี จบเกมเป็น เดอะ แบ็กกี้ส์ บุกมาเอาชนะด้วยสกอร์ยับเยิน 5-2 พร้อมกับยัดเยียดความปราชัยให้กับ โธมัส ทูเคิ่ล เป็นนัดแรกในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ บนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
4. อาร์เซน่อล 2-2 คริสตัล พาเลซ
แมตช์พลิกนรกบางครั้ง ก็ไม่จำเป็นต้องชนะเสมอไป เพราะมันก็มีแมตช์ที่คุณกำลังจะแพ้อยู่แล้ว แต่ก็สามารถฟื้นจากความตาย กลับมามีแต้มอยู่ในมือได้อีกครั้ง ซึ่งเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดขึ้นในซีซั่นนี้เช่นเดียวกัน เป็นเกมที่ อาร์เซน่อล เปิดถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลซ
สถานการณ์ของ ไอ้ปืนใหญ่ ของ มิเกล อาร์เตต้า ยุคนั้น ก็ยังลุ่มๆดอนๆ เดี๋ยวแพ้ เดี๋ยวชนะ เดี๋ยวเสมอ ทำให้สาวก เดอะ กันเนอร์ส ยังคงมีอคติในฝีมือกุนซือรายนี้ อยู่เหมือนเดิม แต่กระนั้นเกมกับ คริสตัล พาเลซ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเหมือนกัน ที่ส่งผลให้ อาร์เซน่อล ขยับมาอยู่ท็อปโฟร์ โดยเฉพาะเรื่องขวัญกำลังใจ
แมตช์นั้น ปาทริค วิเอร่า ตำนานมิดฟิลด์ อาร์เซน่อล พา พาเลซ บุกมาเยือนทีมเก่า ด้วยการโชว์ผลงานยอดเยี่ยม พลิกแซงนำเจ้าถิ่น 2-1 และ เกมทำท่าว่าจะจบลงด้วยชัยชนะของ ปราสาทเรือนแก้ว อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นนักสู้ และ หัวจิตหัวใจของนักเตะ อาร์เซน่อล ที่ไม่ยอมแพ้
พวกเขาเดินหน้าอย่างหนักหน่วง เพื่อทำประตูตีเสมอให้ได้ และ ต้องการแสดงให้เห็นว่าทุกคนยังทุ่มเทเพื่อ อาร์เตต้า เพื่อตราสโมสรแห่งนี้ และแล้ว ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เมื่อ อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ มายิงประตูตีเสมอ นาที 90+5 ชนิดที่สนาม เอมิเรตส์ เฮกันสนั่นหวั่นไหว ถึงแม้เป็นแค่ 1 แต้ม แต่มันเป็น 1 แต้ม ที่สำคัญมากจริงๆ
3. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-3 อาร์เซน่อล
อาร์เซน่อล มีส่วนร่วมกับเกมโกงความตายอีกแล้ว แต่คราวนี้ไม่ใช่พวกเขาที่ถูกกระทำแล้วนะครับ เพราะเป็นพวกเขาที่สามารถพลิกนรกกลับมามีคะแนนได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งๆที่ความจริงแล้วใครเห็นก็ว่า ซี้ม่องเท่ง เพราะว่าวันนั้นเมื่อราวๆเดือนมีนาคม ต้องบุกไปเยือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และ ตามหลัง 0-3 ตั้งแต่ราวครึ่งชั่วโมงแรก
ยิ่งเป็นศีก ลอนดอน ดาร์บี้ แถมเป็นทีมเยือนตามหลังถึง 3 ลูก แทบไม่มีความหวังอยู่เลย แต่แล้วปฏิบัติการพลิกนรกก็เกิดขึ้น เมื่อขุนพล ไอ้ปืนใหญ่ สวมหัวใจนักสู้บ้านบางระจัน ดาหน้าบุกเพื่อหวังเอาคืน ก่อนจะไล่มา 1-3 ในข่วงครึ่งแรก ซึ่งเกมเป็นไปอย่างสนุก เรียกว่ามีโอกาสยิงเพิ่มทั้ง 2 ทีม
แต่กระนั้นครึ่งหลัง มาร์ติน โอเดการ์ด นักเตะใหม่ของ ไอ้ปืนใหญ่ โชว์ฟอร์มฉายแววเหลือเกิน มีส่วนร่วมกับการทำประตูให้กับทีม จนสามารถกลับมาตีเสมอ 3-3 ได้อย่างเหลือเชื่อ จากจะกลับบ้านแบบ 0 แต้ม กลับมามีคะแนนติดมือเฉยเลย นับเป็นอีกเกมพลิกนรก ที่ต้องถูกนำมาเล่าให้ฟังอีกครั้งในปี 2021
2. ไบรท์ตัน 3-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
นัดรองสุดท้ายฤดูกาล 2020-21 ณ ตอนนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปครองแล้วเรียบร้อย แต่เกมที่จะพูดถึงต่อไปนี้ นับว่าก็เสียฟอร์มเช่นกัน เพราะ เรือใบสีฟ้า ต้องเสียสถิติชนะเกมเยือนนอกบ้าน 12 นัดติดต่อกัน ให้กับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน
นั่งไทม์แมชชีนไปถึงแมตช์ดังกล่าว แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ ไบรท์ตัน อย่างรวดเร็ว 1-0 ตั้งแต่ 2 นาทีแรกจาก ริยาด มาห์เรซ แต่กระนั้นอีก 8 นาทีต่อมา ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน หลังจาก เจา กานเซโล่ ไปตัดฟาวล์ใส่ แดนนี่ เวลเบ็ค ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ออกทันที แต่ด้วยศักยภาพของ เรือใบสีฟ้า ถึงแม้คนน้อย แต่ก็เหนือกว่า และ ยิงนำ 2-0 ช่วงต้นครึ่งหลัง
ดูแล้ว แมนฯ ซิตี้ คงจะเก็บ 3 คะแนน แบบไม่ยากเย็น ต่อให้ต้องเล่น 10 คน ตั้งแต่ 10 นาทีแรก อย่างไรก็ตาม ไบรท์ตัน เปิดอัลติเมทร่างทอง เริ่มจาก เลอันโดร ทรอสซาร์ ยิงไล่มา 1-2 นาที 50 จากนั้นนาที 70 ปาสกาส กรอสส์ ครอสให้กับ อดัม เว็บส์เตอร์ ขึ้นโขกเสมอ 2-2
เหมือนว่าบอลมันได้ใจ เพราะต้อนรับแฟนบอลที่กลับมาชมในสนามอีกครั้ง เพียงแค่ 4 นาทีให้หลัง จากการตีเสมอ 2-2 ก็เป็น แดน เบิร์น เติมขึ้นมาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะยิงให้ ไบรท์ตัน พลิกแซงนำ แมนฯ ซิตี้ แบบสุดมันส์ 3-2 เป็นเกมที่ไม่เห็นได้บ่อยๆแน่นอน ที่ เรือใบสีฟ้า ขึ้นนำคู่แข่ง แต่กลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
1. เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-2 ลิเวอร์พูล
ย้อนกลับไปช่วงท้ายซีซั่นก่อน ลิเวอร์พูล สุ่มเสี่ยงจะไม่ได้ตั๋วไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถ้าหากพวกเขาพลาดสะดุดเสมอ หรือ แพ้ให้กับทีมอื่น เพราะข้อแม้เดียวคือต้องชนะไปจนจบฤดูกาล
วันนั้น หงส์แดง บุกไปเยือน เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ซึ่งมีสถานะตกชั้นไปแล้วเรียบร้อย ฟังดูก็ไม่น่าใช่งานยากอะไรมากนัก ทีมนึงต้องการ 3 แต้ม ส่วนอีกทีมเตะเพื่อให้ครบตามโปรแกรม แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพ เดอะ แบ็กกี้ส์ สู้เต็มอัตราศึก พร้อมทำเซอร์ไพรส์ขึ้นนำ 1-0 จาก ฮัล ร็อบสัน-คานู ตั้งแต่ 15 นาทีแรก ชนิดช็อคสาวก เดอะ ค็อป เต็มๆ
อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ตามกลับมาตีเสมอ 1-1 ได้ไวจาก ซาดิโอ มาเน่ ทุกอย่างเหมือนจะเข้าทาง แต่เปล่าเลย หงส์แดง เจาะไม่เข้า ยิงเท่าไหร่ก็ติดบล็อค, ติดผู้รักษาประตู แถมโชคดวงก็ไม่เข้าข้าง มีซัดติดเสาไปแล้วด้วย
เวลาใกล้จะหมดลง หงส์แดง เตรียมทำใจน้อมรับกับ 1 แต้ม และ ไปแช่งให้ทีมอื่นพลาดเอง แต่ทันใดนั้น ฮีโร่ขี่ม้าขาว นามว่า อลิสซอน เบ็คเกอร์ ขอขึ้นมาโหม่งลุ้นทำประตู จังหวะเตะมุมทดเจ็บนาทีสุดท้าย โดยบอลปั่นโค้งๆจาก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เข้าหัว อลิสซอน ขึ้นขวิดโขกเสียบมุมให้ ลิเวอร์พูล พลิกนรกแซงเอาชนะ เวสต์บรอมวิช อย่างเหลือเชื่อ 2-1
เป็นโมเมนต์สำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างที่เห็นกันในซีซั่นนี้ พร้อมกับจารึกไว้ว่า อลิสซอน เป็นผู้รักษาประตูคนแรก ที่ทำประตูให้กับ หงส์แดง ได้ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ฮาย ฮาวดี้