ไทมไลน์ชีวิตลูกหนัง กรีนวู้ด จาก (เกือบ) ถึงจุดสูงสุด อาจจบลงที่การนอนซังเต
อย่างที่แฟนบอลได้ทราบข่าวกันไปแล้วเกี่ยวกับวีรกรรมล่าสุดของ เมสัน กรีนวู้ด ที่ทำร้ายร่างกายแฟนบอล จนกระทั่งล่าสุดกองหน้าจาก แมนฯ ยูไนเต็ด รายนี้ถูกตำรวจเข้าคุมตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งถ้าผลการสอบสวนออกมาว่า กรีนวู้ด ทำผิดจริง อนาคตของเขาในเส้นทางลูกหนังก็น่าจะจบลงแต่เพียงเท่านี้ เพราะที่ผ่านมาเรื่องราวในเรื่องราวทำนองนี้ก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อยครั้งว่าจุดจบจะเป็นอย่างไร โอกาสที่จะกลับมาสู่เส้นทางการไล่หวดลูกหนังแทบจะเป็นศูนย์ ว่าไปก็เสียดายในพรสวรรค์ที่เจ้าหนูคนนี้มีมากจริงๆ
ทั้งที่อายุเพียง 20 ปี ฝีเท้าก็ถือว่าเจนจัดมากที่สุดคนหนึ่งของวงการ จนถึงขั้นถูกยกย่องว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นดาวอีกดวงของวงการลูกหนังได้แบบไม่ยาก
ย้อนกลับไปชื่อของ เมสัน กรีนวู้ด น่าจะเริ่มคุ้นหูแฟนบอลมากยิ่งขึ้นในช่วงราวๆ ปี 2018 ที่ถูกดันขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของ "ปีศาจแดง" ได้ติดทีมไปลุยศึกปรี-ซีซั่น กับทีม แม้ในห้วงเวลานั้นจะไม่ได้ค่อยได้รับความสนใจมากนัก ซึ่งมันก็คือเรื่องปกติของเกมอุ่นเครื่องที่ทีมมักจะหนีบเอาเหล่าแข้งดาวรุ่งไปเพื่อให้โอกาสในการลงเล่นกับทีมชุดใหญ่บ้าง
แต่กับ กรีนวู้ด ดูเหมือนฝีเท้าของเขาจะไปเข้าตาของ โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ของทีมเข้าอย่างจัง จนถูกเรียกมาฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ จนถึงขั้นมีชื่อติดทีมครั้งแรกคือในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย ที่พบกับ บาเลนเซีย เมื่อเดือนธันวาคม 2018 แม้จะไม่ได้ถูกส่งลงสนาม แต่อย่างน้อยก็คือการได้นั่งซึมซับกับทีมที่อุดมไปด้วยซูเปอร์สตาร์ แถมเป็นการการันตีว่าเขาเองอยู่ในสายตาของนายใหญ่ชาวโปรตุเกสแล้ว
หลังจากวันนั้นชีวิตของเด็กหนุ่ม "ไม้เขียว" ก็ดูจะเปลี่ยนไปมากพอควร ตามการเปลี่ยนแปลงของทีมที่ได้แต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาสู่ทีม เรารับรู้กันอยู่แล้วว่านายใหญ่ชาวนอร์เวย์ชื่นชอบการปลุกปั้นเหล่าแข้งดาวรุ่ง ฉะนั้นแล้วไม่แปลกที่ กรีนวู้ด เองก็จะอยู่ในลิสต์รายชื่อที่เขาจะเรียกมาใช้บริการ
จนกระทั่งวันที่ตัวของเขารอคอยก็มาดึงการที่ได้โอกาสลงสนามทีมแรกอย่างเป็นทางการในทีมชุดใหญ่ อีกทั้งยังเป็นศึกใหญ่ครั้งสำคัญอย่างศึก แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ทีมบุกไปเยือน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง การได้โอกาสลงสัมผัสสนามในช่วง 3 นาทีสุดท้ายของเกม แม้เป็นเวลาไม่นาน แต่น่าจะเป็นความทรงจำที่จดจำไปตลอดชีวิต
ค่ำคืนวันนั้นเหมือนบทนิยายที่ถูกเขียนขึ้นมา ทีมได้ประตูช่วงท้ายเกม เป็นผู้ชนะ และผ่านเข้ารอบต่อไป ส่วนทางฝั่งเด็กหนุ่มอย่าง กรีนวู้ด เองก็คงจะหาวันเปิดซิงกับทีมที่สวยงามกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ก้าวเดินแรกภายใต้โลโก้ "ปีศาจแดง" ช่างชื่นมื่นมากเหลือเกิน
จากนั้นชีวิตลูกหนังของ กรีนวู้ด ก็ดูเหมือนจะพุ่งขึ้นมาเรื่อยๆ ได้โอกาสลงเล่นในเกมลีกในช่วงท้ายซีซั่น ก่อนที่จะสานต่อความยอดเยี่ยม และกลายเป็นตัวหลักของทีมในซีซั่นถัดมา
พลันที่ม่านฤดูกาล 2019-20 เปิดขึ้น กรีนวู้ด สถาปนาตัวเองเป็นนักเตะตัวหลักในแผนงานของ โซลชา ในทันที ได้ออกสตาร์ทตัวจริงตั้งแต่เกมลีกนัดแรกที่ถล่ม เชลซี 4-0 จากนั้นก็ได้รับมอบโอกาสอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งกระทุ้งประตูแรกให้ทีมได้สำเร็จในเกมที่ดวลกับ อัสตาน่า ในศึกยูโรปา ลีก พร้อมทำสถิติเป็นแข้งอายุน้อยสุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่จำนวน 17 ปี 353 วัน ในการทำประตูให้ทีมในการแข่งขันฟุตบอลระดับทวีป
จากนั้นผลงานของ กรีนวู้ด ก็แสดงความสะเด่าออกมาอยู่เรื่อยๆ จนได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะลีลาการยิงประตูที่เฉียบคมถึงขั้นถูกนำไปเปรียบเทียบกับอดีตกองหน้าของทีมอย่าง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ แต่จะมีจุดต่างก็ตรงที่ กรีนวู้ด เป็นกองหน้าที่ทำประตูได้ทั้งสองเท้า ในรูปแบบที่ประสิทธิภาพเท่าเทียม ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย
บทสรุปฤดูกาล 2019-20 เป็นขวบปีที่ผลงานส่วนตัวของเขาดีที่สุดจัดการซัดไป 17 ประตู จากการลงสนามทุกรายการ 49 นัด ถือว่าเปิดตัวซีซั่นแรกแบบเต็มๆ ได้ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก
แต่จะว่าไปในซีซั่นถัดมาเขาเองแม้จะทำประตูได้ไม่เท่าเดิมแต่ก็ยังคงผลงานอยู่ในระดับที่ดีขึ้น แม้จะมีช่วงที่ฟอร์มหลุดออกทะเลยิงไม่ได้ในเกมลีกติดต่อกัน 14 นัด แต่ทว่าภาพรวมถือว่าไม่ได้ขี้เหร่มากนักตัวเลข 12 ประตู จาก 52 นัด อาจดูน้อยไปหน่อย แต่ด้วยอายุ และความเฉียบขาดของฝีเท้าแฟนบอลยังคงฝากความหวังไว้ที่เขาได้อย่างแน่นอนสำหรับอนาคตอันใกล้
จนกระทั่งในฤดูกาลปัจจุบันไม่รู้อะไรเข้าสิง หรือไปเอาความมั่นใจแบบผิดๆ มาจากไหน ผลงานในสนามของ กรีนวู้ด จึงดูถอยหลังลงคลองมากขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ฝีเท้าเฉียบคม ง้างเท้าเมื่อไหร่แทบใส่สกอร์ได้มันแทบจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ภาพจำของเขากลายเป็นไอ้เด็กขี้เลี้ยง ไอ้ขี้ยิง สักแต่จะยิงอย่างเดียวไม่สนสี่สนแปดอะไรเลย
ฉะนั้นมันไม่แปลกเลยที่แฟนบอลจะตามด่า ตามวิจารณ์ถึงผลงานที่ตะบี้ตะบันอยากมีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่ลึกๆ เหล่าซัพพอร์ตเตอร์กลุ่มนั้นเองก็คงหวังว่า กรีนวู้ด จะปรับทัศนคติได้เองโดยที่ไม่ต้องมีใครเรียกเข้าไปพบ เพื่อที่จะได้กลับมาเป็นดาวรุ่งที่ฟอร์มโคตรแจ่มเหมือนในช่วงขวบปีแรกที่สร้างผลงานไว้ได้อย่างน่าชื่นชม
เพราะมันไม่ใช่เพียงทีมที่ได้ผลประโยชน์ แต่มันจะส่งผลดีต่ออนาคตของเจ้าหนู กรีนวู้ด เองด้วย ...
แต่แล้วสิ่งที่แฟนบอลคาดหวังอยากให้เขากลับไปยืนในจุดเดิมก็เหมือนจะพังทลายลงไปเพียงเสียวพริบตา
ข่าวที่ แฮร์เรียต ร็อบสัน อดีตแฟนสาวของเจ้าตัวออกมาแฉว่า กรีนวู้ด ได้ทำร้ายร่างกายจนเลือดออก มีรอยช้ำไปทั่วร่างกาย รวมไปถึงคลิปเสียงที่เจ้าหนูคนนี้พยายามจะข่มขืนหญิงคนดังกล่าวนั้นด้วย
แน่นอนทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมากจากนักฟุตบอลที่อนาคตสดใส กลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่อาจจะได้เข้าไปนอนถูกในคุกแบบยาวๆ ปิดฉาก และโบกมือลาเส้นทางสายนักเตะไปได้เลย
เราในฐานะคนนอกไม่รู้ตื้นลึกหนาบางว่าเป็นอย่างไร แต่ทว่าภาพที่ออกมามันดูรุนแรงเกินไปมากจริงๆ ซึ่งตอนนี้ กรีนวู้ด ก็อยู่ในการควบคุมของตำรวจเมืองแมนเชสเตอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน เขาคือความหวังของแฟนฟุตบอลโดยเฉพาะสาวก “ปีศาจแดง” ที่ตั้งความหวังว่าเขาจะเป็นความหวังในการพาทีมประสบความสำเร็จ เป็นไอคอน เป็นคนสำคัญของสโมสร
แต่ 4 ปีต่อมาสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะลงมือทำอะไรลงไปแบบที่ไม่ไตร่ตรอง และร้ายแรงมากขนาดนี้
จากจุดที่ควรที่ไปได้สูงกว่านี้ในเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ สู่จุดต่ำสุดที่ยังไม่รู้จะว่าใช้ชีวิตไปในทิศทางไหน
ชีวิตที่เลือกก้าวเดิน... และชีวิตที่เขาก้าวเดินผิดพลาดจนกำลังจะพรากทุกอย่างไปด้วยตัวเอง
- Paolinho -
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม