ซึ่งในเกมตลอด 90 นาที ถือว่ามีเรื่องราว และหลายหลายประเด็นที่น่าสนใจ ซึ่ง ขอบสนาม ของเราก็ได้รวบรวมมาแล้ว จะมีอะไรกันบ้างไปติดตามกันได้เลย 

การจัดทัพ

เกมนี้ ราล์ฟ รังนิค ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นมากนัก ยังคงยึดระบบ 4-3-3 ตามแบบฉบับ แต่ที่จะดูเซอร์ไพรส์เล็กน้อยก็คือการขยับเอา วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ถ่างออกไปเยือนในตำแหน่งแบ็คขวา ซึ่งคาดว่าคงอยากจะให้แนวรับมีความเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น

ส่วนแดนกลางหลังจากที่ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ โดนอัดจนอ่วมในเกมที่พบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ ว่าแล้วนัดนี้เจ้าตัวก็ไม่มีชื่อทั้งตัวจริง และสำรอง พร้อมเปิดทางให้กับ เฟร็ด ลงสนามเป็นตัวจริงแทน ซึ่งเป็นการเล่นร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นานเดส และ ปอล ป็อกบา

ขยับมาที่กองหน้า มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่หายหน้าจากสถานะตัวจริงไป 2 เกม นัดนี้ได้โอกาสกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้ง ในการคอยเผด็จศึกร่วมกับ เจดอน ซานโช่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

หลังเกม แมนยูฯ เอาตัวรอด ตามตีเสมอทัพ ตราหมี ได้สำเร็จ

แม็คไกวร์ สร้างงานอีกครั้ง

ไม่ใช่แต่จะจ้องจับผิดปราการหลังผู้นี้แต่อย่างใด ส่วนไหนที่ทำได้ดีอย่างเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่เติมขึ้นไปโขกประตูได้สำเร็จนั้นก็ได้กล่าวชื่นชมในความเด็ดขาดไปแล้ว แต่ทว่าภาพรวมที่เกิดขึ้นยังคงมีข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ จนมันเกิดเป็นความเสียอย่างเฉกเช่นการเสียประตู

โดยในเกมล่าสุดที่บุกไปเยือนรัง "ตราหมี" ประตูขึ้นนำของเจ้าบ้านก็ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งพลาดมาตั้งแต่เกมแดนกลางจนกระทั่งคู่แข่งได้โอกาสมีเวลาในการเปิดบอลแบบถนัดถนี่มากเหลือเกิน หนำซ้ำคนที่ต้องประกบเข้าคู่กับ เจา เฟลิกซ์ อย่าง แม็คไกวร์ ดันยืนห่างเป็นทุ่ง ปล่อยให้ดาวยิงรุ่นน้องขึ้นเทคโขกเข้าไปแบบง่ายๆ

ซึ่งถ้าดูจากจังหวะดังกล่าว แม็คไกวร์ เองก็น่าจะเห็นอยู่ทนโท่ว่า เฟลิกซ์ ยืนอยู่ด้านหน้าของตน แทนที่จะพยายามใช้ความสูงใหญ่ของร่างกายในการชิงจังหวะเล่นบอลในจังหวะนั้นก่อน กลายเป็นวิ่งตามเขาเสียอย่างงั้น จนกระทั่งเป็นประตูขึ้นนำของ แอต.มาดริด ตั้งแต่ช่วงต้นเกม ทำให้หลังจากนั้นทีมเล่นยากขึ้นมากเลยทีเดียว

การแก้เกมของ รังนิค

ภาพที่ปรากฎในช่วง 45 นาทีแรกต้องยอมรับว่าเป็นแท็คติกที่เข้าทางของลูกทีม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ไปแบบเต็มๆ เพราะได้ครองบอล และเปิดเกมรุกบุกเข้าใส่แบบรวดเร็วใส่แข่ง "ปีศาจแดง" ทำให้ผู้มาเยือนเจียนอยู่เจียนไปหลายครั้ง แถมเกมรุกก็ไม่ค่อยมีพิษสงมากเท่าไหร่นัก ไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบเลย ซึ่งโอกาสทั้ง 2 ครั้งก็มาจากการยิงไกลทั้งหมด

แต่ทว่าช่วงพักครึ่งต้องขอชื่นชม รังนิค ในการแก้เกมด้วยการให้ลูกทีมไล่บีบสูงมากยิ่งขึ้น แถมไล่ตัดเกมตั้งแต่แดนบนของคู่แข่งไม่ให้ลำเลียงบอลขึ้นมาปั่นป่วนในแดนสุดท้ายของตัวเองได้

ส่วนอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนคือการเปลี่ยนตัวที่เริ่มส่งพวก เนมานย่า มาติซ, อารอน วาน-บิสซาก้า หรือ แอนโธนี่ อีเลงก้า ลงสนาม ทำให้ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น 

จนกระทั่งมาได้ประตูตีเสมอ ซึ่งดอกนี้ต้องชื่นชม บรูโน่ แฟร์นานเดส ในการกล้าได้กล้าเสียจ่ายทะลุช่องให้เจ้าหนู อีเลงก้า หลุดเข้าไปซัดผ่านมือ แยน โอบลัค เข้าไป ก่อนยื้อผลเสมอออกมาได้สำเร็จ

หลังเกม แมนยูฯ เอาตัวรอด ตามตีเสมอทัพ ตราหมี ได้สำเร็จ

ฟอร์มร้อนๆ ของ อีแลงก้า

ชื่อของเจ้าหนู อีแลงก้า อาจจะคุ้นหูแฟนบอล "ปีศาจแดง" มาสักพักแล้ว ก่อนที่จะมาได้โอกาสแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ตอนที่ รังนิค ถูกอันเชิญมาแท่นกุนซือในฤดูกาลนี้ 

ซึ่งสิ่งที่เราเห็นคือ รังนิค พยายามใช้แข้งวัย 19 ปี รายนี้ตั้งแต่เกมแรกที่ได้คุมทีมข้างสนามที่พบกับ คริสตัล พาเลซ และจาก อีแลงก้า เองก็ดูเหมือนจะเริ่มยกระดับมาตรฐานของตัวเองมากยิ่งขึ้น แล่นได้ตามแท็คติดที่กุนซือสั่ง แถมในสนามฝึกซ้อมนายใหญ่ชาวเยอรมันรก็เคยออกมากล่าวชื่นชมแข้งรายนี้ว่าทำงานอย่างหนัก ทำตามที่เขาแนะนำทุกอย่าง

ทำให้ฤดูกาลนี้ของ อีแลงก้า กับทีมชุดใหญ่ของ "ปีศาจแดง" ลงสนามไปแล้วทุกรายการ 14 นัด ซัดไป 3 ประตู ถือว่าเป็นการทดแทนแข้งคนเก่าอย่าง เมสัน กรีนวู้ด ได้ยอดเยี่ยมพอสมควร

ตัดสินกันเกมที่สอง

จบเกมนัดแรกของศึก แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เท่ากับว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมเดียวจากอังกฤษที่ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ แต่ทว่าถ้ามองไปในรายละเอียดในเกมถือว่าผลเสมอไม่ได้เสียหายสำหรับพวกเขา

เพราะถ้าดูจากรายละเอียดในเกมแม้ครึ่งแรกผลงานอาจไม่โสภามากนัก แถมจะโดนยิงเพิ่มเอา แต่ทว่าก็เอาตัวรอดมาได้ด้วยผลเสมอ ก่อนกลับไปวัดกันอีกเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันที่ 15 มีนาคมนี้ เวลา 03.00 น.

ว่าแล้วขอย้ำอีกครั้งว่าในฤดูกาลนี้จะไม่มีการนำกฎอเวย์โกลมาใช้ ถ้าจบเกม 2 นัด ยังคงเสมอกันอยู่จะทำการต่อเวลาพิเศษออกไป และถ้ายังไม่มีผู้ชนะก็ต่องมาดวลจุดโทษตัดสินกันเพื่อหาเพียงทีมเดียวกรุยทางสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป


- Paolinho -

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline