ด้วยผลการแข่งขันที่ออกมาแน่นอนว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาพ่ายต่อ แมนฯ ซิตี้ แบบเละเทะ แต่เรื่องที่ชวนน่าเวทนาคือรูปแบบการเล่นที่กลายเป็นฟุตบอลคนละชั้น คล้ายเอาเด็กชั้นประถม มาเชิญหน้ากับรุ่นพี่ระดับมัธยม ทั้งที่จะว่าไปด้วยชื่อชั้นนักเตะแต่ละคนของ แมนฯ ยูไนเต็ด มันก็ไม่ได้ขี้เหร่ แต่กลับชวนปวดหัวเมื่อมวลรวมที่ออกมามันน่าดูชม
ย้อนกลับไปช่วงเริ่มต้นซีซั่น 2021-22 คงเป็นห้วงเวลาที่แฟนบอล ยูไนเต็ด เริงร่าไม่ใช่น้อยกับการเสริมทัพของทีม แม้จะไม่ได้มากมายนัก แต่ก็ถือว่าครบเครื่องมากพอสมควร เจดอน ซานโช่, ราฟาเอล วาราน และปิดท้ายที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มองตามชื่อชั้นนี่คงเป็นตลาดการเสริมทัพที่เพอร์เฟคไม่น้อย
ได้ทั้งปีกความเร็วสูงที่ผลงานแจ่มจรัสเหลือเกินในช่วง 2-3 ปีหลัง พ่วงด้วยปราการหลังมากประสบการณ์ที่สอยแชมป์กับ เรอัล มาดริด มาอย่างมากมาย ส่วนในเคสของ โรนัลโด้ คงไม่ต้องสาธยายการกลับบ้านหลังเก่าครั้งนี้สร้างอิมแพ็ค และขวัญกำลังใจให้แฟนบอลได้มากพอสมควรในการไล่ล่าความสำเร็จ
แต่ทว่าภาพในความฝันกับเรื่องความเป็นจริงถูกอย่างกลับตาลปัตรกลายเป็นทุกย่างก้าวของทีมมันเต็มไปด้วยยุ่งเหยิงเต็มไปหมด
โอเคแหละว่าช่วงออกสตาร์ทมันอาจจะดูดี สิ่งที่ปรากฎนั้นมันสวยงาม แต่พลันที่พ้นเดือนแรกของการแข่งขันความวัว ความควายต่างๆ ก็เริ่มเข้ามาแทรกอยู่เรื่อยๆ
ทั้งเรื่องของผลงานในสนามที่กระท่อนกระแท่นไร้ซึ่งความคงเส้นคงวากลายเป็นทีมที่สามารถชนะ และแพ้ให้กับทุกทีมในลีกได้เลย
ส่วนข่าวคราวนอกสนามก็เหมือนมรสุมลูกโตที่ฟาดลงกลางโอลด์ แทรฟฟอร์ด แบบไม่เว้นวัน โดยเฉพาะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่มักจะมีกระแสวิจารณ์มากกว่าคนอื่น
ทั้งเรื่องของแท็คติก, ความไม่พอใจ หรือ รุ่นน้องไม่เชื่อฟัง อะไรต่างๆ ทำให้ภาพที่แฟนบอลมองเข้าไปจึงมีคำถามเกิดขึ้นว่าในแคมป์ของ ยูไนเต็ด ตอนนี้มันไม่ได้ยอดเยี่ยมเหมือนอดีตแล้วหรอ ?
หรือเรื่องราวต่างๆ ที่ว่านักเตะไม่ค่อยมีความสุข โดยเฉพาะเหล่านักเตะตัวสำรองที่ไม่ค่อยได้โอกาสมากเท่าไหร่นักทั้ง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หรือแม้กระทั่ง เจสซี่ ลินการ์ด ที่ต่างกระสันอยากย้ายออกทั้งนั้น
ไหนจะเรื่องระหว่างกุนซือกับนักเตะพูดไม่ตรงกัน ซึ่งเคสนี้เกิดติดๆ กันถึง 2 ครั้ง กับ ลินการ์ด และ มาร์กซิยาล ในเรื่องของการย้ายทีม และโอกาสลงสนาม
กระทั่งเคสล่าสุดหลังเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่มีข่าวว่า โรนัลโด้ ไม่ได้เจ็บสะโพกตามที่ ราล์ฟ รังนิค ให้ข่าวแต่อย่างใด บางแหล่งก็บอกเป็นเรื่องของแท็คติก บางแหล่งบอก "พี่โด้" ไม่พอใจที่ไม่ได้เป็นตัวจริงเลยงอนกลับโปรตุเกสไป
ซึ่งสิ่งพวกนี้เราไม่อาจรู้ได้ว่าจริง หรือเท็จมากเพียงใด แต่เป็นกลายเป็นว่าภาพลักษณ์ที่ออกมามันถูกมองเป็นเรื่องกวนใจมากเลยทีเดียว
อีกหนึ่งจุดพีคสุดสำคัญคือเรื่องราวของ เมสัน กรีนวู้ด ที่จู่ๆ ก็โดนออกมาแฉว่าทำร้ายร่างกายแฟนสาว ซึ่งตอนนี้อนาคตก็ดับวูบลงไปเป็นที่เรียบร้อย กลายเป็นทรัพยากรอีกคนของสโมสรได้หายไปแบบซึ่งๆ หน้า
วกกลับมาเรื่องผลงานในสนามอีกครั้ง หลังความย่ำแย่ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ได้เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงอีกครั้งของทีม ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่อยู่เหนือความคาดหมาย แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์พอสมควรคือการไปดึงตัวของ ราล์ฟ รังนิค เข้ามาคุมทีมแบบขัดตาทัพ ทั้งที่นายใหญ่ชาวเยอรมันขาดหายการคุมทีมมานานพอควร
แน่นอนประเด็นนี้บอร์ดบริหารโดนวิจารณ์ถึงความเด็ดขาด และอ่านเกมเดินหมากพลาดไปพอสมควร โดยเฉพาะการพลาดตัว อันโตนิโอ คอนเต้ ไปแบบน่าเสียดาย ทั้งที่เคยตกเป็นข่าวด้วยกัน และนายใหญ่ชาวอิตาลีก็พร้อมเข้ามารับงานในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดแบบทันที
สุดท้ายก็โดน สเปอร์ส ปาดหน้าไปแบบดื้อๆ ชนิดที่แฟนบอลหลายคนผิดหวังที่พลาดโอกาสครั้งนี้เป็นอย่างมาก
ซึ่งพอเป็น "อาจารย์ราล์ฟ" เข้ามาคุมทีม สิ่งที่สัมผัสด้วยตาคือมันก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าทีมยกระดับขึ้นจากกุนซือก่อนหน้าแต่อย่างใด แท็คติกที่ขึ้นชื่อลือชาอย่างการเพลสซิ่งเราแทบไม่เห็นนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ใช้งานมันเท่าไหร่นัก แถมองค์ประกอบโดยรวมของทีมก็ดูไม่ค่อยถูกที่ถูกทางเท่าไหร่นัก
นักเตะที่ควรโดนดร็อปเป็นสำรองกลับได้โอกาสอย่างต่อเนื่องแบบค้านสายตาแฟนบอล ส่วนคนที่คู่ควรกับการได้โชว์ฝีเท้ากลายเป็นนั่งตูดด้านอยู่ข้างสนาม
แถมประเด็นล่าสุดกลายเป็นว่านักเตะในทีมหลายคนเริ่มไม่พอใจกับนายใหญ่ผู้นี้สักเท่าไหร่ พูดให้เข้าใจง่ายคึอ รังนิค ไม่สามารถคุมห้องแต่งตัว หรือซื้อใจนักเตะได้นั่นเอง
ถ้าจะหาวลีเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในรั้วโรงละครแห่งความฝันในตอนนี้คงจะเป็น "พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก" เพิ่งแพ้เกมดาร์บี้แมตช์มาหมาดๆ พร้อมผลงานที่ห่วยขั้นเทพ แถมหลังจบเกมยังเกิดประเด็นมากมายชวนให้ปวดหัว
นี่คงเป็นขวบปีที่สาหัสของ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริงละครับ
เพราะมันไม่ใช่เพียงเรื่องของผลงานเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องราวนอกสนามก็มีเข้ามาแบบไม่เว้นให้หายใจสะดวก
และก็ไม่รู้ว่าปัญหาทั้งหมดมันจะจับจุดแก้ไขได้รวดเร็วขนาดไหน
ต่อให้แม้จะได้กุนซือคนใหม่ที่ชื่อเสียงโด่งดังเข้ามาสานงานต่อ ก็ต้องมาคอยตามลุ้นกันอีกเฮือก …
- Paolinho -















