ซึ่งรายละเอียดในเกมตลอด 90 นาที มีหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจ ซึ่ง ขอบสนาม เราได้รวบรวมเรื่องเด็ด มาเสริฟให้กับทุกท่านได้รับชมกันแล้ว

การจัดทัพ

การจัดทัพของทางฝั่ง "ปีศาจแดง" เกมนี้ รังนิค เลือกที่จะปรับเปลี่ยนขุมกำลังจากเกมล่าสุดที่เอาชนะ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในบางตำแหน่ง แดนกลางพอได้ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ กลับมาก็จัดการส่งลงสนามในฐานะตัวจริงทันที แม้ เนมานย่า มาติซ จะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจากเกมเมื่อสุดสัปดาห์ก็ตาม

ส่วนอีกรายที่โดนดร็อปไปนั้นก็คือ ปอล ป็อกบา ทำให้โฉมหน้า 3 ประสานแดนกลางของ ยูไนเต็ด นำมาโดย แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด และ บรูโน่ แฟร์นานเดส ขยับมาที่แดนหน้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังคงได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เล่นร่วมกับ เจดอน ซานโช่ และ แอนโธนี อีลังก้่า

ขยับมาที่ทางฝั่ง "ตราหมี" แม้จะมีนักเตะบาดเจ็บเยอะ แต่ทว่า ซิเมโอเน่ ก็ถือว่าขนกำลังทัพชุดใหญ่แบบจัดเต็มลงสนามไล่มาตั้งแต่ โรดริโก้ เดอ ปอล, มาร์กอส ยอเรนเต้, โกเก้, เจา เฟลิกซ์ หรือ อ็องตวน กรีซมันน์

แมนยูฯ ครองเกม แต่ยิงไม่ได้

ปัญหาระดับต้นๆ ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้คือการจบสกอร์ที่เฉียบขาด และนี่คงเป็นอีกเกมที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดี เนื่องด้วยในช่วงต้นเกมพวกเขาสามารถครองเกมได้ทั้งหมด เป็นฝ่ายเปิดเกมรุกบุกเข้าใส่ผู้มาเยือนแบบเต็มอัตราศึก เรียกได้ว่าแดนกลางเหนือกว่าชัดเจน แต่ปัญหาคือไม่สามารถพาบอลเข้าไปจมอยู่ที่ก้นตาข่ายได้ ทั้งที่จะว่าไปก็มีโอกาสเผด็จศึกอยู่หลายครั้ง

แต่กระนั้นเกมฟุตบอลมันไม่ได้วัดที่ว่าทีมไหนครองบอลมากกว่า หรือโอกาสยิงประตูมากกว่า เมื่อบุกแล้วทำไม่ได้ ก็มาโดนจังหวะสวนกลับ และความเฉียบคมของแข้ง "ตราหมี" เล่นงานเข้าให้แบบแสบทรวง

แม้จังหวะดังกล่าวอาจดูค้านสายตาแฟนบอลไปหน่อย เพราะมองว่า อีลังก้า ควรที่จะได้ฟาวล์ แต่เมื่อกรรมการไม่เป่าก็ต้องมีสมาธิเล่นต่อไปหาใช่คิดโวยวายเพียงอย่างเดียว 

ซี่งประตูลงโทษของผู้มาเยือนส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าแนวรับของ ยูไนเต็ด หละหลวมไปเองด้วยทั้งปล่อยให้คู่แข่งได้เปิดแบบง่ายๆ แถมคนโขกประตูอย่าง เรนาน โลดี้ ยืนโล่งๆ คนเดียว แบบนี้ก็กลายเป็นจังหวะตัดสินเกมไปเลย

การแก้เกมของรังนิค

หลังจากเกมนัดที่เปิดบ้านชนะ สเปอร์ส นายใหญ่อย่าง "ลุงราล์ฟ" ได้รับคำชมในเรื่องของการแก้เกม การเปลี่ยนตัว ทว่ากับค่ำคืนที่ผ่านมาก็มีจุดที่ดูขัดใจแฟนบอลไม่ใช่น้อย บรูโน่ แฟร์นานเดส ที่น่าจะหวังพึ่งพาได้ในเกมรุกดันถูกเปลี่ยนตัวออกซะอย่างงั้น รวมไปถึงการให้โอกาสกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงสนามก่อนแทนที่จะเป็น เอดินสัน คาวานี่ ที่น่าจะคาดหวังการทำประตูได้มากกว่า

ไม่ได้คิดจะโจมตีแต่ ดร.แรช แสดงให้เห็นแล้วว่าความมั่นใจของเขาในช่วงหลังนั้นอยู่ในระดับต่ำเตี้ยมากเหลือเกิน ต้องมีช็อตเรียกเสียงฮือฮาโดนแฟนบอลด่าให้เห็นเป็นประจำ ก่อนที่สุดท้ายก็ต้องส่ง คาวานี่ ลงมาล่าตาข่ายในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกม 

จุดที่กล้าเสี่ยงให้ชื่นชมก็พอมีบ้างคือการเลือกเอาแนวรับอย่าง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ออกจากสนาม พร้อมส่งตัวรุกอย่าง ฆวน มาต้า ลงไปหวังช่วยเกมรุก ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ รังนิค เปิดหน้าแลก แต่ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมามันไม่บรรลุเป้าหมายก่อนที่จะต้องลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ในรูปแบบที่เรียกได้ว่าคาบ้าน

ชื่นชม แอต.มาดริด

บนความพ่ายแพ้ของทัพ "ปีศาจแดง" สิ่งที่ต้องชื่นขมเลยคือว่าเขี้ยวของ แอต.มาดริด ที่มีนายใหญ่อย่าง ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ บัญชาทัพอยู่ 

ภายหลังพวกเขาได้ประตูขึ้นนำตามที่ต้องการแล้ว ก็ได้เล่นตามแบบฉบับของตัวเองตั้งรับอย่างรัดกุม และเหนียวแน่น รอจังหวะสวนกลับแบบงามๆ ต่อให้บวกประตูเพิ่มไม่ได้ แต่ก็ทำให้ฝั่งเจ้าบ้านหงุดหงิดได้มากพอสมควร

ตรงนี้ก็ต้องยอมรับในประสบการณ์ และกึ๋นของ "เอล โชโล่" ด้วย ผู้ที่ผ่านเวทีงานโค้ชระดับสูงมาอย่างต่อเนื่องหลายปี รู้ว่าทีมต้องเล่นในรูปแบบไหน เล่นอย่างไรเพื่อได้ผลการแข่งขันตามที่ต้องการ ฉะนั้นแล่วจุดนี้ถือว่า แอต.มาดริด ทำได้ดีกว่า และคู่ควรต่อจากตีตั๋วเข้ารอบต่อไป

มือเปล่าอีก 1 ฤดูกาล

ความหวังสุดท้ายของเหล่าแฟนบอล "เร้ด เดวิลล์" หลุดมือไปอย่างรวดเร็วซึ่งนั้นเท่ากับว่าในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด หมดโอกาสคว้าสำเร็จอย่างไม่เป็นทางการแล้ว แม้ในพรีเมียร์ว่ากันตามทฤษฎีพวกเขายังคงทำแต้มไล่กวดเหล่าทีมนำได้ แต่ในทางปฎิบัติแทบจะเป็นศูนย์ เต็มที่ก็คือการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ที่ว่ากันตามตรงสถานการณ์ก็ไม่ค่อยโสภามากเท่าไหร่นัก

ว่าแล้วกุนซือขัดตาทัพอย่าง รังนิค คงต้องพยายามอย่างสุดความสามารถในการพาทีมเข้าป้ายอันดับ 4 ให้ได้ เพื่ออย่างน้อยจะได้ไร้มลทินว่าล้มเหลวกับทัพ "ปีศาจแดง" แม้สัญญาคุมทีมจะชั่วคราวเพียง 6 เดือนก็ตาม

ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด พวกเขาก็ต้องรอคอยความสำเร็จต่อไป ภายหลังมือเปล่ามาตั้งแต่ฤดูกาล 2016-17 ที่คว้ามาได้ทั้งแชมป์ยูโรปา ลีก และลีก คัพ มาเชยชม ก่อนที่หลังจากนั้นจะไม่มีโทรฟี่แชมป์ให้แฟนบอลได้เชยชมติดต่อกันมาแล้ว 5 ปีด้วยกัน


- Paolinho -

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline