ซึ่งถือว่านี่เป็นเกมที่ออกรสออกชาติมากพอสมควร และเป็นอีกครั้งที่ลูกทีมของ ชาบี เอร์นานเดซ โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง พร้อมทะยานขึ้นไปรั้งอันดับ 3 บนตารางคะแนนศึกลาลีกา สเปน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราเลยจะรวบรวมประเด็นที่น่าสนใจจากเกมเมื่อค่ำคืนมาให้ทุกท่านได้รับชมกัน จะมีประเด็นอะไรบ้าง ไปติดตามกันได้เลย
ขาด เบนซ์ เหมือนขาดใจ
ก่อนเกมนี้ข่าวร้ายแบบสุดๆ ของ เรอัล มาดริด คือการที่หัวหอกคนสำคัญอย่าง คาริม เบนเซม่า ได้รับบาดเจ็บบริเวณน่อง ทำให้ต้องพลาดศึกใหญ่ครั้งนี้ไปแบบน่าเสียดาย เพราะจะว่าไปนี่คือกำลังสำคัญของทัพ "ราชันชุดขาว" เลยก็ว่าได้
ตัวเลข 22 ประตูในเกมลีก พร้อมนำเป็นดาวซัลโวคือเครื่องการันตีความร้อนแรง ฉะนั้นแล้วการขาด "พี่เบนซ์" ไปย่อมส่งผลต่อผลงานในสนามของทีมไปด้วย ซึ่งเกมดวล บาร์เซโลน่า ทางด้าน อันเชล็อตติ ก็ปรับหมากใช้ โรดรีโก้ เล่นกับ วินิซิอุส จูเนียร์ พร้อมกองหนุนอย่าง ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส และ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้
แต่ทว่าสิ่งที่ออกมาดูเหมือนจะไม่ค่อยตอบโจทย์มากเท่าไหร่นัก จากสถิติบอกว่าพวกเขามีโอกาสทำประตู 14 ครั้ง แต่ทว่าตรงกรอบเพียง 4 ครั้งเท่านั้น ภาพรวมแล้วกลายเป็นเกมรุกของ มาดริด ไม่ได้สร้างความอันตรายให้กับแนวรับ บาร์เซโลน่า เท่าไหร่นัก มันเลยกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของทีมอย่างแท้จริงเมื่อไม่มี เบนเซม่า คุณภาพมันเลยไม่ได้เหมือนเดิมอย่างที่ผ่านๆ มา
บาร์ซ่า ผลงานแรง
นับตั้งแต่ ชาบี เอร์นานเดซ เข้ามานั่งแท่นกุนซือของทีมสภาวะ รวมไปถึงภาษากายของทุกคนในแคมป์ บาร์เซโลน่า ก็ดีมากขึ้นเรื่อยๆ และที่สำคัญคือเรื่องของผลการแข่งขัน เพราะ บาร์ซ่า กลับมาเป็นทีมที่เล่นได้อย่างสนุกอีกครั้ง เกมรุกทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ ส่วนแผงเกมรับก็เสียประตูยากมากยิ่งขึ้น
ซึ่งเมื่อมวลรวมมันไปในทิศทางที่ดี แทบจะทุกอณูของสโมสรทั้งเรื่องนอกสนาม และในสนาม มันยิ่งเป็นการส่งเสริมให้ทีมเดินหน้าต่อไปด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ก่อนขึ้นมารั้งอันดับ 3 ของตารางได้แล้ว ทั้งที่ก่อน ชาบี จะเข้ามาพวกเขานอนกองอยู่อันดับ 7 ในรูปแบบที่มองไม่เห็นหนทางในการไต่ระดับของตัวเองขึ้นมาได้
นับจนถึงตรงนี้ทัพ "อาซูลกราน่า" ชนะในเกมลีกติดต่อกันมาแล้ว 5 นัด แถมไม่แพ้ใครติดต่อกันมาแล้ว 12 เกม ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีเกมที่ยิงคู่แข่งได้ 3 ประตูขึ้นไปถึง 6 นัด
มองตัวเลข และผลงานที่ออกมาแบบนี้แฟนบอล บาร์ซ่า ทั้งหลายน่าจะฉีกยิ้มแบบกว้างๆ ได้เลยถึงอนาคตที่ค่อนข้างสดใส ส่วนความหวังในฤดูกาลนี้การเอื้อมมือไปคว้าโทรฟี่แชมป์ลีกอาจแลดูยากไปหน่อย แต่ทว่าความสำเร็จในรายการอื่นๆ อาจมีมาให้ได้เชยชมให้เหล่ากองเชียร์ได้หัวใจเต้นรัวกันอีกครั้ง
โอบา ฟอร์มโคตรแจ่ม
จากนักเตะส่วนเกินของ อาร์เซน่อล สู่การย้ายมาเป็นฮีโร่ของ บาร์เซโลน่า สิ่งที่ยืนยันความร้อนแรงของ โอบาเมยอง ได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นตัวเลขการทำประตูนับเฉพาะในศึกลาลีกา 7 เกม เจ้าตัวกระหน่ำไปแล้ว 7 ประตู ถือว่าเป็นค่าเฉลี่ยที่ดีมากๆ
อีกทั้งแม้จะเพิ่งย้ายมาช่วงกลางซีซั่นแต่ตอนนี้ดาวยิงชาวกาบองขึ้นไปรั้งอันดับรองดาวซัลโวของทีมแล้วที่จำนวน 9 ประตู จากทุกรายการ เป็นรองเพียง เมมฟิส เดปาย เพียงคนเดียวเท่านั้น (10 ประตู) ซึ่งคาดว่าอีกไม่นาน โอบา น่าจะซัดแซงไปได้ เพราะด้วยผลงานของเขา บวกกับความมั่นใจแบบเอ่อล้นในตอนนี้มันมีมากจริงๆ
ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์จากการกระหน่ำ 2 ประตูใส่ เรอัล มาดริด คือท่าดีใจที่เจ้าตัวแสดงออกมาในรูปแบบตามตัวละครจากการ์ตูนเรื่อง ดราก้อน บอล แซด ซึ่งหลังจบเกมเข้าตัวได้ออกมาเฉลยถึงที่มาท่าดีใจสุดเท่นั้นว่า "ใช่ มันคือ ดราก้อน บอล แซด, เกมนี้ผมมีความปรารถนาหนึ่งข้อ นั่นคือคว้าชัยชนะที่นี่ ผมคิดถึงเกี่ยวกับครอบครัวของผม เกี่ยวกับปู่ย่าตายายของผมที่ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่ที่นี่ผมมีความสุขที่ได้ทำประตูให้พวกเราได้ในวันนี้"
นอกจากนั้นเผื่อใครยังไม่ทราบ โอบา ถือว่าเป็นแฟนคลับตัวยงของการ์ตูน ดราก้อน บอล แซด เลยทีเดียว ซึ่งเขาเองได้สักภาพหน้าตัวละครลงไว้บนร่างกายบริเวณต้นขาด้านขวาอีกด้วย
วาทะของโค้ช
🗣 คาร์โล อันเชล็อตติ : "ผมรู้สึกเสียใจกับแฟนบอล แต่เรายังคงต้องมองไปข้างหน้า เกมนี้ผมพยายามที่จะดันสูง แต่มันก็ใช้ไม่ได้ผล มันเป็นความผิดพลาดของผมเอง"
"มันยากเพราะว่ามันเป็นความพ่ายแพ้ในศึก เอล กลาซิโก และการพ่ายแพ้ต่อ บาร์เซโลน่า ทำให้เจ็บปวด เราต้องสงบ และฟื้นฟูผู้เล่นที่บาดเจ็บ ผมขอโทษ แต่เราไม่ต้องการสร้างบทละคร ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด และผมได้บอกผู้เล่นว่ามันเป็นความผิดของผมเอง"
🗣 ชาบี เอร์นานเดซ : "ผมภูมิใจมากๆ และมีความสุขแบบสุดๆ นี่คือค่ำคืนของ บาร์เซโลน่า ภายหลังก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยมีโอกาสเฉลิมฉลองแบบนี้เท่าไหร่นัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกม เอล กลาซิโก"
"เราจะฉลองกับชัยชนะในครั้งนี้แน่นอน ไม่ต้องสงสัยถึงเรื่องนั้นเลย แม้มันจะไม่ใช่เกมที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็เป็นเกมที่น่าประทับใจ เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าพวกเราได้กลับมาแล้ว"
สถานการณ์ของทั้งสองทีม
จากความพ่ายแพ้ในเกมวันนี้ของ เรอัล มาดริด ทำให้พวกเขายังคงหยุดไว้ที่ 66 คะแนน จากการลงสนาม 29 นัด พร้อมนำเป็นจ่าฝูงอยู่เช่นเคย โดยมีแต้มนำหน้าอันดับ 2 อย่าง เซบีย่า มากถึง 9 คะแนน ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจบฤดูกาล
ส่วนทางฝั่ง บาร์เซโลน่า อันดับขยับแบบต่อเนื่องขึ้นมารั้งอันดับ 3 กวาดไปแล้ว 54 แต้ม จากการลงสนาม 28 นัด พร้อมแข่งน้อยกว่าอันดับ 2 อยู่ 1 เกม ซึ่งถ้าสามารถคว้าชัยชนะได้จะทำให้พวกเขามีโอกาสขึ้นไปรั้งอันดับ 2 ในทันที
บวกกับด้วยความบังเอิญเกมหน้าทัพ "อาซูลกราน่า" จะลงสนามพบกับ เซบีย่า รองจ่าฝูงในขณะนี้ ซึ่งนั้นเท่ากับว่าฝั่งไหนคว้าชัยได้ก็มีโอกาสยึดอันดับ 2 ไปยาวๆ จนกระทั่งจบฤดูกาลได้เหมือนกัน
- Paolinho -















