ซึ่งทิศทางข่าวมาถูกโหมอย่างหนักในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้ที่ผ่านมา ฮาแลนด์ จะถูกจับไปเชื่อมโยงกับหลายสโมสรทั่วยุโรปไม่ว่าจะเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด หรือ บาร์เซโลน่า แต่สุดท้ายกลายเป็นตาอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ที่มีโอกาสได้ลายเซ็นแข้งรายนี้มากที่สุด

ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราจะพาไปส่องย้อนไทม์ไลน์ของทั้งคู่กันหน่อยว่ามีความเป็นมาอย่างไร ก่อนที่จะมีโอกาสร่วมงานกันมากที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้

ค่าฉีกสัญญาของ ฮาแลนด์

ย้อนกลับไปฝีเท้าของ ฮาแลนด์ ได้รับความสนใจตั้งแต่สมัยเล่นให้กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก โดยเฉพาะผลงานในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ระเบิดผลงานได้อย่างสุดสะเด่าจนกลายเป็นที่สนใจของหลายสโมสรใหญ่ ก่อนที่จะเป็น ดอร์ทมุนด์ ได้ตัวไปครองด้วยค่าตัวที่ไม่ได้สูงมากนัก 

ซึ่งจะว่าไปนั้นก็ไม่ได้เป็นก้าวกระโดดที่สูงมากนัก การไปโชว์ผลงานในสีเสื้อของ "เสือเหลือง" ทำให้มูลค่าของเขาสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ครึ่งซีซั่นแรกกับ ดอร์ทมุนด์ เขาซัดไปมากถึง 16 ประตู จากการลงสนามทุกรายการเพียง 18 นัด จากนั้นทำให้หลายทีมต่างต้องการดึงตัวแข้งรายนี้ไปเสริมทัพ แต่ทว่า ดอร์ทมุนด์ เองก็สามารถรั้งตัวไว้ได้ ส่วนหนึ่งเพราะออฟชั่นในสัญญา

แต่ทว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบันเงื่อนไขในสัญญาที่ระบุว่าไว้ว่านับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2021 ค่าตัวของ ฮาแลนด์ จะมีมูลค่า เพียง 63 ล้านปอนด์ เท่านั้นในการฉีกสัญญา ซึ่งกับท่าทีในตอนนี้ ฮาแลนด์ ก็ไม่ได้ออกมาปฏิเสธถึงอนาคตของตัวเอง ทำให้ถูกจับไปเชื่อมโยงกับหลายทีมใหญ่ทั่วยุโรป

ส่วนผลงานในฤดูกาลนี้เจ้าตัวกระหน่ำไปแล้ว 25 ประตู จาก 26 นัด ทั้งที่มีอาการบาดเจ็บเข้ามารบกวน ซึ่งด้วยอายุที่เพิ่ง 21 ปี บวกกับผลงานที่จับต้องได้ ไม่แปลกใจที่ขนมจีบจะถูกส่งตรงมาให้เขาแบบหัวกระไดไม่แห้ง ฉะนั้นแล้วการออกไปพิสูจน์ตัวเองกับทีมใหญ่ เพื่อความสำเร็จในอาชีพการค้าแข้งคงเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นเช่นกัน

ไทม์ไลน์ ฮาแลนด์ กับ แมนฯ ซิตี้ (ว่าที่) หัวหอกตัวใหม่ของ เรือใบสีฟ้า

แมนฯ ซิตี้ ต้องการกองหน้า

นี่คงเป็นปัญหาที่ แมนฯ ซิตี้ และตัวของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เองมองเห็น เพราะการย้ายทีมของ อเกวโร่ กุน ทำให้กองหน้าอาชีพขนานแท้ของทีมเหลือเพียงรายเดียวคือ กาเบรียล เชซุส ซึ่งถ้าว่ากันตามตรงด้วยคุณภาพ และมาตรฐานดาวยิงชาวบราซิลรายนี้ยังไม่อาจรักษาไว้ได้ตลอดรอดฝั่งเท่าไหร่นัก

แม้เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาจะมีข่าวหนาหูกับ แฮร์รี่ เคน ถึงขนาดที่ว่าข่าวจากสื่อใหญ่ๆ ประโคมว่าโอกาสปิดดีลนั้นแทบจะ 100% แต่ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเขาเลือกทุ่มเงินก้อนโตการสอย แจ็ค กรีลิช มาแล้วด้วยค่าตัวที่สูงถึง 100 ล้านปอนด์ ทำให้ไม่สามารถประเคนเงินเป็นค่าตัวของดาวยิงชาวอังกฤษรายนี้ได้

โอเคแหละว่าผลงานของพวกเขายังคงจับต้องได้นำเป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกได้คั่วลุ้นแชมป์ยันโค้งสุดท้ายของซีซั่น แถมเป็นทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดอันดับที่ 2 ของลีก ส่วนในบอลถ้วยอย่าง แชมเปี้ยนส์ลีก ก็กรุยทางไปถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

แต่ทว่าสิ่งที่เราเห็นมาแทบจะตลอดคือ เป๊ป มักจะใช้แข้งในตำแหน่งตัวริมเส้น หรือเพลย์เมคเกอร์ อย่าง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กับ ฟิล โฟเด้น ในการไปยืนเป็นกองหน้าจำเป็นเสียส่วนใหญ่

แม้ผลงานที่ออกมามันจะน่าพอใจ แต่ทว่าถ้ามองในอีกมุมถ้าทัพ "เรือใบสีฟ้า" มีกองหน้าอาชีพขนานแท้ในการคอยผลิตประตูมันจะสามารถยกระดับทีมของพวกเขาให้มีอัตราความน่ากลัวเพิ่มขึ้นได้ขนาดไหน

เรือใบ พร้อมประเคนค่าเหนื่อย

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าด้วยเงื่อนไขในสัญญาของ ฮาแลนด์ กับ ดอร์ทมุนด์ ได้ระบุว่าค่าฉีกสัญญาของเขาจะเหลือเพียง 63 ล้านปอนด์ หลังพ้นวันที่ 1 กันยายนปีก่อน ทำให้หลายสโมสรจ้องตามันเป็น ซึ่งเงินในจำนวนดังกล่าวแน่นอนว่ามีหลายสโมสรที่สามารถเบิกเงินมาจ่ายได้แบบสบายๆ 

ฉะนั้นแล้วตัวแปรสำคัญคงเป็นเรื่องของค่าเหนื่อยที่สโมสรไหนพร้อมจ่าย และกล้าทุ่มหนักก็จะทำให้เพิ่มโอกาสได้ตัวดาวยิงชาวนอร์เวย์ไปครอง ซึ่งถ้ามองไปที่ตลาด ณ ตอนนี้แน่นอนมีหลายทีมพร้อมจ่ายให้กับดาวยิงที่พิสูจน์ตัวเองกับฟุตบอลในระดับสูงมาแล้ว

แต่ทว่ากับตัวเลขของ แมนฯ ซิตี้ ที่กล้าให้มากถึงสัปดาห์ละ 500,000 ปอนด์ คงจะหาคู่แข่งยากในการร่วมวงแย่งลายเซ็นด้วย เพราะอย่างในรายของ เรอัล มาดริด พวกเขาเองก็มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะมุ่งไปที่การปิดดีล คีเลียน เอ็มบัปเป้ แม้จะมีโอกาสคว้าตัวมาร่วมทีมแบบฟรีๆ แต่ทว่าก็ต้องประเคนค่าเหนื่อยแบบจัดหนัก เผลอๆ อาจมากกว่าที่ ฮาแลนด์ กำลังจะรับกับ แมนฯ ซิตี้ ด้วยซ้ำ

ส่วนทีมอื่นๆ อย่าง บาร์เซโลน่า ด้วยสถานการณ์การเงินของทีมคงไม่ลงตลาดไปสู้ด้วยแน่ หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้ยังคงเดินหน้าหากุนซือคนใหม่ ก็คงไม่น่าจะละลายทรัพย์ของตัวเองกับค่าเหนื่อยในจำนวนดังกล่าว อีกทั้งยังต้องมาผ่าตัดทีม คงต้องใช้เงินอีกเยอะ กับนักเตะในตำแหน่งอื่นๆ

ฉะนั้นแล้วในตัวเลือกอย่าง เรอัล มาดริด ก็อาจจะตัดทิ้งไปได้เลย ส่วนทีมอื่นๆ ถ้าจะพอเป็นไปได้ก็อาจเป็นทีมอย่าง เปแอสเช หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ทว่าด้วยความท้าทาย และโอกาสประสบความสำเร็จในระดับสูงแล้ว ตัวเลือกอย่าง แมนฯ ซิตี้ ถือว่าตอบโจทย์ ฮาแลนด์ มากพอสมควร โดยเฉพาะการได้ร่วมงานกับยอดโค้ชอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ไทม์ไลน์ ฮาแลนด์ กับ แมนฯ ซิตี้ (ว่าที่) หัวหอกตัวใหม่ของ เรือใบสีฟ้า

เพื่อความสำเร็จในอนาคต

ปัจจุบัน ฮาแลนด์ ในวัย 21 ปี ไม่มีใครสงสัยในฝีเท้าของเขาอย่างแน่นอน และเชื่อได้เลยว่าอนาคตในเส้นทางสายนี้มีโอกาสไม่น้อยที่เขาจะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะเบอร์ต้นๆ ของโลกลูกหนัง เผลอๆ ก็ต่อจาก 2 มหาอำนาจโคตรบอลอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ซึ่งแน่นอนหนึ่งในสิ่งที่จะยืนความสามารถได้เป็นอย่างดีคือเรื่องของความสำเร็จในอาชีพการค้าแข้ง ที่ผ่านมา ฮาแลนด์ คว้าแชมป์ในระดับสโมสรมาครองได้ 3 โทรฟี่ แบ่งเป็นสมัย เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก 2 ครั้ง และกับ ดอร์ทมุนด์ 1 ครั้ง 

และด้วยผลงานที่เกินอายุเขาเองก็ต้องการคว้าความสำเร็จมาเชยชมให้ได้มากกว่านี้ ฉะนั้นแล้วตัวเลือกอย่าง แมนฯ ซิตี้ ถือว่าตรงตามสเป็คที่กล่าวมาทั้งหมด เรื่องของแชมป์มันแทบจะการันตีได้ในทุกฤดูกาลอยู่แล้วว่าจะต้องมีมาเชยชมไม่รายการใดก็รายการหนึ่ง รวมไปถึงใน แชมเปี้ยนส์ลีก เองก็โอกาสที่จะเอื้อมมือสัมผัสไม่ใช่น้อย

ซึ่งมันเลยทำให้ทุกอย่างค่อนข้างที่จะลงตัว แมนฯ ซิตี้ ตอบโจทย์ในเรื่องความสำเร็จที่จะมี ฮาแลนด์ เป็นจิ๊กซอว์สำคัญ ส่วนตัวของนักเตะก็ได้ร่วมงานกับทีมใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยเหล่านักเตะคุณภาพ พ่วงด้วยสุดยอดกุนซือที่จะยกระดับให้เขาพัฒนาตัวเองไปได้มากกว่านี้ จากที่เก่งอยู่แล้วพอมาอยู่ในมือของ กวาร์ดิโอล่า ไม่แน่อาจทวีความดุดัน และความเฉียบคมเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

สิ่งที่ ซิตี้ จะได้จาก ฮาแลนด์

นับเฉพาะผลงานกับ ดอร์ทมุนด์ นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2020 ฮาแลนด์ ซัดไปแล้ว 82 ประตู จากการลงสนาม 85 นัดในทุกรายการ ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวบอกเลยว่า โคตรดี !!

ฉะนั้นแล้วถ้าถามถึงประโยชน์ที่ แมนฯ ซิตี้ จะได้จาก ฮาแลนด์ คงไม่ต้องสาธยายอะไรให้มากความ นี่คือกระสุนลูกใหม่ที่พร้อมทำลายล้างคู่แข่ง ลองจินตนาการภาพดูว่านักเตะอย่าง เควิน เดอ บรอยน์, แบร์นาร์โด้ ซิลวา หรือ ฟิล โฟเด้น คอยปั้นทำเกมให้กับ ฮาแลนด์ อัตราความกระฉูดแตกจะมากขนาดไหน

ถามว่ามุมที่ ฮาแลนด์ จะไปไม่รอดกับฟุตบอลอังกฤษมีไหม ? แน่นอนมันย่อมมีอยู่แล้ว นักเตะบางคนย่อมปรับตัวไม่ได้ ต่อให้ฟอร์มจะแรงมากขนาดไหน ก็อาจดับได้ทั้งนั้น

แต่กับ ฮาแลนด์ ดูแล้วโอกาสคงน้อยมากๆ ที่จะเผชิญกับสิ่งแบบนั้น เพราะเขาเองพิสูจน์มาหมดแล้วไม่ใช่เพียงในนามสโมสร แต่กับทีมชาตินอร์เวย์เขาเองก็ทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ 17 นัด ยิง 15 ประตู ทั้งที่ไม่ใช่ทีมใหญ่ซูปเปอร์สตาร์ล้นทีม แต่ด้วยความสามารถ และความเก่งกาจมันทำให้ ฮาแลนด์ สามารถยกระดับทีม และเพื่อนรอบข้างไปด้วย

แม้ตอนนี้ยังไม่มีอะไรยืนยันแน่ชัดว่า ฮาแลนด์ จะเสร็จ แมนฯ ซิตี้ แต่ถ้าไล่เรียงจากไทม์ไลน์ และสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน มันก็พอจะเห็นเค้าลางได้ว่ามีโอกาสที่จะลงเอยกันไม่น้อย ทั้งเรื่องของจำนวนเงินค่าเหนื่อยที่เป็นปัจจัยหลักทำให้ทีมอื่นๆ ที่ไม่กล้าที่จะสู้แย่งตัวด้วย บวกกับการได้ย้ายสู่ทีมใหญ่เพิ่มอัตราความพุ่งชนความเร็จให้กับ ฮาแลนด์ มากขึ้นไปอีก

ซึ่งถ้าทุกอย่างมันลงตัวปิดดีลกันเรียบร้อย เชื่อเหลือเกินว่า แมนฯ ซิตี้ จะแข็งแกร่งขึ้นมากว่าเดิมพอสมควร และคงจะเป็นทีมที่มีเกมรุกโหดเหี้ยมมากที่สุดของโลกลูกหนังอย่างแน่นอน


- Paolinho -

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline