แม้ฟุตบอลลีกจะจบฤดูกาลไปแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อว่าเรายังคงได้ยินวลีที่ว่า “ขาดโด้เหมือนขาดใจ” อยู่เรื่อยๆ โดยรอบล่าสุดมาจากเหตุการณ์ที่พี่โด้ ซัด 2 ประตูพาทีมชาติโปรตุเกส ชนะสวิตเซอร์แลนด์ 4-0 ในศึกเนชั่นส์ ลีก ช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 

แต่พออีกสัปดาห์ให้หลัง ทัพฝอยทองพัก CR7 แล้วกลับไปแข่งกับสวิตอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับแพ้มา 1-0 ซึ่งจริงๆ มันก็คงไม่มีอะไร อาจเป็นธรรมชาติของฟุตบอลที่อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกความยอดเยี่ยมที่โรนัลโด้ทำมา มันได้ทำให้เกิดวลีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และว่าแล้ววันนี้ขอบสนามของเรา จึงจะขอหยิบยกวลีนี้มาปรับใช้ กับช่วงที่กำลังพูดถึงเกมทีมชาติ และจะขอพูดไปถึงทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดของศึกทีมชาติและฟุตบอลทั้งหมด อย่างเวิร์ล คัพ กับหัวข้อที่ว่าทำไมบอลโลก 2022 นี้ ถึงจะขาดชายชื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปไม่ได้เลย

หรือวันนี้เราจะมาสาธยายว่าทำไม พี่โด้ จะทำให้บอลโลกในช่วงใกล้ๆ ปลายปีนี้-หนนี้ มีความพิเศษขึ้นเพราะอะไร?

1. อาจเป็นบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา

นี่เป็นหนึ่งในจุดที่เขาช่วยเพิ่มความน่าสนใจแบบขาดไปไม่ได้ให้กับบอลโลกครั้งนี้ เพราะมีโอกาสสูงที่นี่จะเป็นบอลโลกครั้งสุดท้ายของเขา และแม้จะยังไม่มีการยืนยันจากโรนัลโด้ เพราะเจ้าตัวพูดเสมอว่าจะเลิกไม่เลิก ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของเขาในตอนนั้นเท่านั้น

แต่ด้วยอายุอานามถึง 37 ปี และหากจะนับบอลโลกครั้งถัดไปอีก CR7 จะมีอายุถึง 41 ปี ทำให้ไม่แปลกที่หลายฝ่ายจะคาดการณ์ว่านี่น่าจะเป็นบอลโลก ครั้งสุดท้ายของเขา

และแน่นอนว่ารายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โรนัลโด้จะต้องทุ่มสุดตัว และยิ่งโฟกัสขึ้นไปอีกเมื่อมันอาจจะเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของเขา มันเป็นเหตุที่ชัดมากๆ ว่าทำไมบอลโลกประจำปีนี้ จะขาดชื่อของชายคนนี้ไม่ได้เลย

2. มีสถิติรอให้ทำลาย

หนึ่งในวลีที่โรนัลโด้พึ่งพูดออกมาไม่นาน คือเขาบอกว่าเขาไม่ได้ไล่ตามสถิติ แต่เป็นสถิติต่างหากที่ไล่ตามเขา และในบอลโลกครั้งนี้ก็มีสถิตมาเฝ้ารอจะไล่ตามเขาเรียบร้อย

โดยเริ่มตั้งแต่ หากโรนัลโด้ได้ลงแข่งในกาตาร์ เขาจะกลายเป็นนักฟุตบอลที่ได้ลงสนามในศึกบอลโลก รอบสุดท้าย มากรอบที่สุดในประวัติศาสตร์ ถึง 5 รอบ ต่อจากอันโตนิโอ การ์บาฆาล ตำนานเม็กซิโก, โลธ่าร์ มัทเธอุส ตำนานเยอรมัน และราฟาเอล มาร์เกซ ตำนานเม็กซิโก 3 คนเท่านั้นที่เคยทำได้บนโลกใบนี้

และหากโรนัลโด้สามารถทำประตูได้ เขาจะกลายเป็นนักเตะที่ยิงในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ทีมชาติ รอบสุดท้าย ได้ติดต่อกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยจำนวนถึง 10 ทัวร์นาเมนต์ติด โดยตอนนี้เขาทำไปแล้ว 9 รายการติด จากการซัดตั้งแต่บอลโลก 2006 - 2018 และบอลยูโรตั้งแต่ปี 2004 - 2020

ซึ่งจำนวน 9 รายการติด ยังเป็นตัวเลขที่เทียบเท่ากับอซาโมอาห์ กียาน ตำนานกาน่า แต่แน่นอนว่าหากพี่โด้ทำลายลงได้ มันคงกลายเป็นหนึ่งในสถิติตลอดกาล ที่อาจจะหาใครมาแซงไม่ได้เป็นสิบๆ ปีเลยล่ะครับ

และในส่วนของการเป็นนักเตะที่ทำประตูในเกมทีมชาติมากสุดตลอดกาล เขาก็ยังจะได้ยืดสถิติตัวเองออกไปเรื่อยๆ และที่น่าสนใจคือในบอลโลกครั้งนี้ มีโอกาสสูงที่โรนัลโด้ จะได้ทำสถิติยิงประตูกับทีมชาติครบ 120 ประตู หลังจากตอนนี้กดไปแล้ว 117 ลูก และไม่ว่าเส้นทางจะไปยังไง แต่สถิตินั้นคอยวิ่งตามเขาเสมอจริงๆ ก็ต้องมารอดูว่าเวิร์ล คัพ ปลายปีนี้ จะมีเรคคอร์ดอันไหนอีกบ้างที่พุ่งไปให้โรนัลโด้ทำลาย

3. โปรตุเกสยังไม่สามารถขาด โด้ ได้

สาเหตุสำคัญที่ทำให้มีวลี “ขาดโด้เหมือนขาดใจ” มันมาจากการเป็นเดอะ แบกของเขา ซึ่งในจุดกับสโมสรเราคงไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว เพราะพี่แกเล่นเป็นดาวซัลโวให้กับทุกสโมสรที่ลงเล่นมา 16 ปีติด! และกับทีมชาติก็แบกไม่ต่างกัน

ไม่ว่าจะเรื่องจำนวนประตูที่โคตรจะเด่นชัด ว่าดีที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติโปรตุเกสเคยมีมา และอีกสิ่งที่สำคัญคือการเป็นผู้นำของทีม และยังชี้ชัดด้วยสถิติอย่างชัดเจน ว่าเกมที่ไม่มีเขานำทัพ โปรตุเกสมักดร็อปลง และดูจะขาดอะไรไปเสมอ นั่นก็คือใจหลักสำคัญที่สุดของทีม

ซึ่งแน่นอนถ้าถามว่าทำไมถึงต้องมีโรนัลโด้ ในบอลโลก 2022 แฟนโปรตุเกสก็คงตอบแทบจะเสียงเดียวกัน ว่าพวกเขาจะขาดหัวใจของทีมคนนี้ไปไม่ได้นั่นเอง และนั่นเป็นจุดที่โรนัลโด้แสดงให้เห็นมาตลอดในช่วงหลัง ว่า ‘อายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ’ เห็นได้จากความสุดสำคัญของเขา แม้จะมีวัยถึง 37 ปีแล้วก็ตาม

4. หนึ่งในนักเตะที่คนเฝ้ารอชมมากที่สุดในโลก

ปฏิเสธไม่ได้เลย ด้วยชื่อชั้น, เกียรติประวัติ และผลงานชั้นเลิศที่เขาได้ทำตลอดอาชีพฟุตบอลที่ผ่านมา ได้ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีคนเฝ้ารอติดตามมากที่สุดในโลก

การมีโรนัลโด้ในรายการแข่งขัน มันทำให้ทัวร์นาเมนต์นั้นๆ พิเศษขึ้นเสมอ โดยเฉพาะครั้งนี้จากทุกสาเหตุทั้งหมดที่เราได้กล่าวไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเตรียมทำลายสถิติระดับตลอดกาล, การรอดูเขาแบกทีมชาติอีกครั้ง และที่สำคัญคืออาจเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้ดูเขาในบอลโลก

นั่นยิ่งทำให้บอลโลก 2022 นี้ ยิ่งสุดแสนจะพิเศษ และน่าจับตา ท้ายนี้ เราก็ต้องมารอดูกันครับในเดือนพฤศจิกายนหน้า ว่าโรนัลโด้จะสามารถเสกสร้างอะไรพิเศษๆ มาเป็นความทรงจำให้กับแฟนฟุตบอลอย่างเราอีกบ้าง ขาดพี่แกไม่ได้จริงๆ ครับเวิร์ล คัพครั้งนี้.

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline