ซึ่ง ขอบสนาม ของเราได้ทำการรวบรวมเรื่องราวน่าสนใจจากเกมดังกล่าวมาให้ทุกท่านได้ชมกันแล้ว ซึ่งจะมีประเด็นไหนน่าสนใจกันบ้าง ไปติดตามกันได้เลย

การจัดทัพ

เริ่มต้นกันที่การจัดขุมกำลัง 11 ตัวของทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บมากพอสมควร ก่อนที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการส่ง แนท ฟิลลิปส์ เซ็นเตอร์ฮาร์ฟตัวเลือกหมายเลข 5 ลงสนามเป็นตัวจริง จับคู่กับ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ แม้ในม้านั่งสำรองของทีมก็มีตัวเลือกอย่าง โจ โกเมซ ให้ได้เลือกใช้งาน

ส่วนแดนกลางเลือก เจมส์ มิลเนอร์ กับ ฮาวี่ย์ เอลเลียต เป็นตัวที่คอยขับเคลื่อนเกม ส่วน ฟาบินโญ่ ประจำการคอยตัดเกมรุกของคู่ต่อสู้ ขยับมาที่แดนบนริมเส้น 2 ฝั่งใช้งานของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ หลุยส์ ดิอ๊าซ และ ดาร์วิน นูนเญซ ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรก

ส่วนทางฝั่งผู้มาเยือน ปาทริค วิเอร่า วางเกมรับอย่างแน่นอนใช้กองหลังถึง 5 คน พร้อมมิดฟิลด์ที่คอยตัดเกมทั้ง ชีค ดูกูเร่ กับ เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ในการบดขยี้ ส่วนเกมรุกฝากความหวังไว้กับ วิลฟรีด ซาฮา เพื่อใช้ความจี๊ดจ๊าดเล่นงานเกมรับของฝั่ง "หงส์แดง"

หลังเกม หงส์แดง ได้ ดิอ๊าซ ช่วยซัดประตู ไล่ตามเจ๊า พาเลซ

หงส์แดง เดินหน้าล่าประตู

ก็ถือว่าเป็นไปตามคาดหมายก่อนเกมคือพลพรรคทัพ "หงส์แดง" จะเป็นฝ่ายเดินหน้าบุกขยี้ใส่ผู้มาเยือน ซึ่งพวกเขาเองก็สามารถครองเกม และสร้างสรรค์โอกาสเข้าทำได้พอสมควร มีโอกาสขึ้นตั้งแต่ยังไม่ถึง 10 นาที ทว่า นูนเญซ ดันซัดข้ามคานออกไปแบบน่าเสียดาย 

โดนเกมนี้ต้องบอกว่า คล็อปป์ กำชับลูกทีมเรื่องเกมรุกมากพอสมควร นอกจากฟูลแบ็คทั้งสองฝั่งจะคอยขยับขึ้นเติมแล้ว ยังหุบเข้าด้านในสนามเวลาขึงเกมบุกอีกด้วยเพื่อสร้างสรรค์เกมรุกให้หลากหลาย 

ไหนจะริมเส้น 2 ฝั่งทั้ง ดิอ๊าซ และ ซาลาห์ ที่มีความรวดเร็วคอยเล่นงาน พาเลซ แบบไม่พักอีก ฉะนั้นไม่แปลกที่ตลอด 90 นาที พวกเขาจะมีโอกาสยิงมากถึง 24 ครั้ง ทว่าในจำนวนดังกล่าวเป็นการซัดตรงกรอบเพียง 4 ครั้งเท่านั้น

ส่วนทางฝั่ง พาเลซ สามารถพูดได้เต็มปากว่าพวกเขามาตั้งรับอย่างสมบูรณ์แบบถอยผู้เล่นไปกองในแดนของตัวเองทั้งแผง แน่นอนว่ามันไม่ใช่กลยุทธ์ที่แปลกอะไรเมื่อต้องมาเยือนแอนฟิลด์ 

ทว่าพวกเขาเองก็พร้อมตอบโต้ และเล่นงานในจังหวะสวนกลับซึ่งก็มาได้ผลจาก วิลฟรีด ซาฮา ที่สามารถเอาชนะไลน์ดักล้ำหน้าที่ แนท ฟิลลิปส์ พยายามจะเล่นงาน ก่อนหลุดเข้าไปทำประตูช็อคแฟนบอลได้ช่วงกลางครึ่งแรก

ซึ่งหนึ่งในจุดสังเหตุเกมนี้คือเมื่อพลพรรคทัพ "หงส์แดง" เมื่อไม่มี ติอาโก้ ที่คอยแจกจ่ายบอล และสรรสร้างเกมรุกประสิทธิภาพของพวกเขาดูจะต่ำกว่ามาตรฐานลงไปแบบเห็นได้ชัด

ฉะนั้นแล้วในช่วงที่ต้องขาดมิดฟิลด์ทีมชาติสเปนที่ข่าวระบุว่าอาจพักต่ำๆ 4 สัปดาห์ น่าสนใจว่า คล็อปป์ จะปรับเปลี่ยน และแก้ไขอย่างไร  เพราะบอลจากเท้าของ ติอาโก้ มันสามารถสร้างความแตกต่างได้มากจริงๆ

ความยอดเยี่ยมของ ดิอ๊าซ

แน่นอนว่าการที่ ลิเวอร์พูล ต้องเสียตัว ซาดิโอ มาเน่ ออกไปจากทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้ หลุยส์ ดิอ๊าซ ถูกคาดหวังว่าจะสามารถเค้นศักยภาพ และก้าวขึ้นมาทดแทนแข้งชาวเซเนกัลได้ แม้อาจต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเองอย่างหนักก็ตาม

แม้ตอนนี้เราอาจจะยังบอกไม่ได้มี ดิอ๊าซ จะสามารถเติบโต และยกระดับตัวเองไปได้ถึงจุดไหน ทว่าสิ่งที่กำลังปรากฏให้ได้เห็นถือเขาสามารถเป็นตัวความหวัง และช่วยพลิกสถานการณ์ของทีมได้อยู่เสมอเฉกเช่นประตูในเกมล่าสุดจากความยอดเยี่ยมของเจ้าตัว

ช็อตดังกล่าวต้องให้เครดิตเจ้าตัวแบบเต็มๆ ในการแหวกแข้งของ พาเลซ เรียกได้ว่าใช้ความสามารถเฉพาะตัวได้ถูกที่ถูกเวลาก่อนตะบันด้วยอีขวาเข้าไปอย่างสวยงาม นี่แหละคือความอันตรายของเขาทั้งในแง่ความเฉียบขาด และความกล้าในการตะลุยฝ่าด่านแนวรับรถบัสของคู่แข่งจนสร้างจุดเปลี่ยนของเกมได้

หลังเกม หงส์แดง ได้ ดิอ๊าซ ช่วยซัดประตู ไล่ตามเจ๊า พาเลซ

ใบแดงของ นูนเญซ

ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดแรกในศึกพรีเมียร์ลีก ภายหลังสัปดาห์ก่อนลงมาเป็นตัวสำรองพร้อมมีประตูมาฝากแฟนบอล ซึ่งกับค่ำคืนที่มาผ่านไม่ต่างอะไรจากฝันร้ายของ นูนเญซ นอกจากจะพลาดโอกาสทำประตูจากโอกาสเหน่งๆ ช่วงต้นเกมหนำซ้ำยังมาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามเนื่องด้วยไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้

เกมนี้คู่ที่คอยตามประกอบเขาแบบหายใจรดต้นคอคือ  โยอาคิม อันเดอร์เซ่น ฉะนั้นแล้วด้วยอามรณ์ต่างๆ ในเกม รวมไปถึงการหงุดหงิดของตนเองกลายเป็นไปเข้าทางคู่แข่งเมื่อเจ้าตัวดันเอาหัวไปโขกใส่ อันเดอร์เซ่น เสียอย่างงั้น แน่นอนเหตุการณ์แบบนี้ไม่อาจรอดพ้นสายตาผู้ตัดสิน ว่าแล้วก็โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปตามระเบียบ

พูดกันตามตรงช็อตนี้เหมือน นูนเญซ เองก็เสียค่าโง่ และเป็นบทเรียนกองโต เพื่อให้เป็นการปรับตัวกับสมรภูมิพรีเมียร์ลีกให้ได้มากขึ้น ที่สำคัญคือการควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ไปน็อตหลุดแบบนี้อีกในเกมต่อๆ ไป ไม่เช่นนั้นทีมจะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเฉกเช่นเกมนี้

ซึ่งใบแดงดังกล่าวจะทำให้พ่อหนุ่มชาวอุรุกวัยโดนแบนทันที 3 เกม ประกอบไปด้วยนัดบุกเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด, ต่อด้วยเปิดบ้านพบกับ บอร์นมัธ และปิดท้ายที่เกมดวล นิวคาสเซิ่ล


- Paolinho -

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline