ผิดกับฝั่ง เดอะ ค็อป ที่ต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม เพราะซีซั่นนี้พวกเขายังงัดฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้เลย
ชัยชนะของ แมนฯ ยูไนเต็ด เหนือ ลิเวอร์พูล มันทำให้ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปเลย หากเทียบกับ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งหลังจบเกม แดงเดือด นัดนี้ มีประเด็นอะไรให้พูดถึงกันบ้าง ตามมาเลยครับ
- แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นโคตรดี อันนี้ต้องชม
ก่อนเกมจะเริ่มขึ้น เชื่อว่าแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ทำใจไว้ล่วงหน้าว่าคงจะโดน ลิเวอร์พูล ตบอีกนัด เพราะฟอร์ม 2 นัดแรกมันแย่มาก ส่วน ลิเวอร์พูล ถึงแม้จะเอาตัวรอดมาได้ จากการเสมอ 2 นัดแรก แต่ทรงบอลยังดีอยู่ เพียงแค่ต้องปรับเรื่องเกมรับ กับ เกมรุกให้มันเฉียบขาดมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คาดไม่ได้เป็นแบบนั้นครับ เพราะช่วง 20 นาทีแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นดีผิดหูผิดตา ครองบอลใส่ ลิเวอร์พูล จนไม่ได้ลืมตาอ้าปาก ไม่รู้ว่าการดรอป คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีผลมากขนาดไหน แต่เกมรุก ปีศาจแดง ต่อบอลกันไหลลื่นมาก ทั้ง บรูโน่ แฟร์นานเดส, มาร์คัส แรชฟอร์ด, จานดอน ซานโช่ หรือ แม้กระทั่ง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ยังมีช็อตจ่ายคิลเลอร์พาส ให้เห็น
เป็นทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ด้วยซ้ำครับ ที่ทำอะไรไม่ได้เลย กลางต่อบอลไม่ได้ หน้าเก็บบอลไม่ได้ แถมแนวรับฝั่งขวา เทรนท์ อาร์โนลด์ โดนเจาะเป็นว่าเล่น หลังจากโดนบุกอยู่นาน ก็เป็น ปีศาจแดง นั่นแหละครับ ที่โชว์ทีมเวิร์ค ต่อบอลกันเป็นทอดๆ ก่อนจะมาถึง จาดอน ซานโช่ ที่โชว์ความนิ่ง หลอกจะยิงจังหวะแรก ทำเอาทั้ง เจมส์ มิลเนอร์ กับ อลิสซอน เบ็คเกอร์ หลงหลังหัก และ ยิงแปรเลือกทางเข้าไปง่ายๆ
ช่วงท้ายครึ่งแรก จนไปถึงครึ่งหลัง ถึงแม้ ปีศาจแดง จะโดนบุกเข้าใส่อยู่ตลอด แต่ทุกคนก็ช่วยกันวิ่ง ช่วยกันไล่ ช่วยกันเล่น เพื่อไม่ให้ ลิเวอร์พูล ตีไข่แตก กระทั่งมาใช้ความผิดพลาดของ ลิเวอร์พูล อีกครั้ง มายิงประตูขึ้นนำ 2-0 จากจังหวะที่ เฮนเดอร์สัน จับบอลพลาด ไปเข้าทาง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แหวกมา 2 คน และ จ่ายทะลุช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงซุกตาข่ายได้สำเร็จ
ต่อให้ท้ายเกม ลิเวอร์พูล จะตีตื้นไล่มา 2-1 จาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่ทว่านักเตะ ปีศาจแดง ก็ไม่ได้กระโตกกระตาก ยังรักษารูปเกม และ เล่นกับเวลาจนหมดไป เก็บ 3 คะแนนแรกในซีซั่นนี้ไปครองได้สำเร็จ
ซึ่งในเกมนี้มันทำให้เห็นว่า การไม่มี โรนัลโด้ อยู่ในสนาม ก็ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีได้ ทุกคนไม่ต้องฝากบอลไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้บอกว่า พี่โด้ ทำให้ระบบทีมเสีย แต่ แดงเดือด นัดนี้ ลูกทีม เอริค เทน ฮาก เล่นดีจริงๆ
นอกจากนี้ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ มีโอกาสนั่งสำรองยาวๆเช่นเดียวกันกับ ลุค ชอว์ เพราะ ราฟาเอล วาราน จับคู่กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ ทำผลงานได้ดีมาก ขณะที่ แบ็กซ้ายอย่าง ไทเรลล์ มาลาเซีย ก็ขยันวิ่งสุดๆ ทำเอา โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำอะไรได้ไม่มากนัก
- ทุกอย่างกลับตาลปัตร แมนยู ที่ว่าแย่ คะแนนแซง ลิเวอร์พูล
ย้อนกลับไปเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 0-4 เหมือนหมอกร้ายกำลังปกคลุม เอริค เทน ฮาก และ ลูกทีม แบบไม่มีทางได้เห็นท้องฟ้าที่สดใส .. บ้างก็บอกว่า เทน ฮาก คลาสไม่ถึง บ้างก็ว่านักเตะในทีมเล่นโคตรไม่มีใจ ไม่เหมาะแก่การได้สวมเสื้อที่มีตราสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมกับหล่นไปจมบ๊วยของตาราง ด้วยสถิติที่ออกสตาร์ทแย่สุด
แต่แล้วชัยชนะในเกม แดงเดือด เหมือนฉุด ปีศาจแดง ขึ้นมาจากหลุม ให้ฟื้นคืนชีพกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง .. เอริค เทน ฮาก ทำให้เห็นว่าการเล่นฟุตบอล ที่เต็มไปด้วยความสนุก น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างไร นักเตะรุ่นใหญ่ ถ้าเล่นไม่ดี ก็พร้อมจับดรอปเป็นสำรอง, ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่ซื้อมา ทำให้เห็นว่าเขาทุ่มเทมากแค่ไหน จากที่โดนด่า เชื่อว่าเกมนี้เขาจะได้รับคำชมมากยิ่งขึ้น
ที่สำคัญก็คือเรื่องตารางคะแนน เพราะหลังจากที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ ลิเวอร์พูล ทำให้ตอนนี้ขยับจากโซนจมบ๊วย ขึ้นมาอยู่อันดับ 14 แข่ง 3 นัด มี 3 คะแนน แซงหน้า ลิเวอร์พูล เรียบร้อย เรียกว่าทุกอย่างตอนนี้กลับตาลปัตรไปหมด เพราะ ปีศาจแดง จะได้ขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้นมาหลายขุม และ จะเป็นฝั่ง หงส์แดง ล่ะครับ ที่ต้องเผชิญกับความกดดันอันถาโถม ที่ตัวเต็งลุ้นแชมป์ กลับร่วงมาอยู่อันดับ 16 ของตาราง
- อาการบาดเจ็บ กำลังทำร้าย ลิเวอร์พูล ให้สาหัส
อาการบาดเจ็บ เป็นสิ่งที่ทุกทีมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นทีมใหญ่ ทีมเล็ก จะต้องเผชิญปัญหานี้เหมือนกันหมด แต่กระนั้นสำหรับ ลิเวอร์พูล เหมือนโดนห่าฝนชุดใหญ่ เพราะเริ่มมาแค่ 3 นัด แต่มีตัวหลักบาดเจ็บเล่นงานมากถึง 8-9 คน ไหนจะมี ดาร์วิน นูนเญซ มาติดโทษแบนไปอีก 3 เกม
จากการขาดผู้เล่นตัวหลัก มันกำลังส่งผลร้ายแรงอย่างหนัก ด้วยการไม่ชนะใครเลย 3 นัดรวด ตั้งแต่ออกสตาร์ทซีซั่น เก็บได้เพียงแค่ 2 คะแนน เท่านั้น โดยอย่างเกม แดงเดือด คล็อปป์ ต้องเลือกใช้บริการ เจมส์ มิลเนอร์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ เป็น 3 มิดฟิลด์ ซึ่งฟังดูก็ไม่ได้ขี้เหร่ แต่มันไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานเป็นชิ้นเป็นอันได้เลย
ส่วนหน้าเป้า โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ พิษสงตกไปเยอะมาก นับตั้งแต่พา หงส์แดง ครองความยิ่งใหญ่ ซึ่งแน่นอนฟอร์มแบบนี้ ถ้ามีตัวสำรองชั้นยอด พร้อมใช้งาน ก็น่าจะเปลี่ยนแทนกันได้ แต่เมื่อสอดส่องไปที่ม้านั่งสำรอง ไม่มีตัวพลิกเกมได้เลย ตัวรุกมีแค่ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ เท่านั้น ที่เหลือเป็นพวกตัวรับอย่าง ฟาบินโญ่ และ คอสตาส ซิมิกาส จากนั้นก็เป็นดาวรุ่งที่ถูกใส่ชื่อเข้ามา
เห็นไหมครับว่า อาการบาดเจ็บ กำลังทำร้าย ลิเวอร์พูล อย่างสาหัส เป็นครั้งแรกที่ คล็อปป์ คุมทัพ หงส์แดง ไม่ชนะใครได้เลยในการออกสตาร์ท 3 เกมแรก ไม่รู้ว่าพวกตัวรุกอย่าง ติอาโก้ อัลคันตาร่า, ดิโอโก้ โชต้า, นาบี เกอิต้า จะหายกลับมาเมื่อใด ดังนั้นอยู่ที่ คล็อปป์ และ บอร์ดบริหารแล้วล่ะครับว่า จะดำเนินการซื้อนักเตะใหม่มาร่วมทีมหรือไม่ เพราะถ้าขืนปล่อยไปแบบนี้ ไม่ดีต่อผลงานของทีมอย่างแน่นอน
- ลิเวอร์พูล แพ้นัดนี้ คิดถึงใคร ?
ไม่แปลกเลยครับ ถ้าหากคนเราย้อนคิดไปถึงวันเก่าๆที่มันสวยงาม ลิเวอร์พูล ที่แฟนบอล เดอะ ค็อป รู้จัก มันต้องดีกว่านี้ เล่นสนุกกว่านี้ เฉียบคมมากกว่านี้ และ แนวรับไม่หละหลวมขนาดนี้ แต่นับตั้งแต่ออกสตาร์ทซีซั่นทุกอย่างดูกำลังแย่ไปหมด
จริงอยู่ที่ต้องโฟกัสกับปัจจุบัน และ ไม่ย้อนเรื่องราวไปสู่อดีต แต่ด้วยผลงานของ ลิเวอร์พูล ตอนนี้ มันอดคิดไม่ได้จริงๆ อย่างที่บอกครับ 3 มิดฟิลด์ที่ลงในเกม แดงเดือด ไม่ค่อยมีบทบาทความหวือหวา ต้องพึ่งพา เทรนท์ อเล็กซ์ซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในการขึ้นเกม เพื่อช่วย 3 ประสานกองหน้า แต่กลับกลายเป็นว่าเปิดไม่เข้าเป้า แถมยังโดนพาทัวร์ด้วย
ในช่วงที่ ลิเวอร์พูล ตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เหลือบไปเห็นคอมเมนท์หนึ่งทาง เฟซบุ๊ค ว่า ลิเวอร์พูล แพ้นัดนี้ คิดถึงใคร ? ติอาโก้ หรือเปล่า เพราะเขาเป็นตัวขับเคลื่อน และ สร้างสรรค์เกมรุกในแผงมิดฟิลด์ได้ดีที่สุด
หรือจะเป็น ซาดิโอ มาเน่ คนที่เคยเป็น เดอะ แบก เรื่องการทำประตูให้กับ ลิเวอร์พูล อีกคน พอไม่มีเขาสกอร์ที่เคยยิงคู่แข่งเป็นกอบเป็นกำ ก็หายไป อย่างน้อยความสามารถเฉพาะตัวและประสบการณ์ น่าจะช่วยทีมได้เยอะกว่านี้แน่นอน หรือจะเป็นตัวซูเปอร์ซัพอย่าง ดิว็อค โอริกี้ ที่เคยลงมาทำเซอร์ไพรส์ได้ในหลายๆแมตช์ แต่วันนี้ไม่มีให้เห็นอีกแล้ว
ดังนั้น ด้วยผลงานในซีซั่นนี้ คงมีการบ้านให้ คล็อปป์ ต้องแก้กันอีกยาว ผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามา ก็คงต้องปรับตัวกันต่อไป กว่าจะทดแทนคนที่ขาดหายไปได้ และ เน้นย้ำอีกครั้งว่า การซื้อมิดฟิลด์ตัวปั้นเกมคือสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ควรทำมานานแล้ว เพื่อแบ่งเบาภาระ เทรนท์ กับ ตัวรุกโดยตรง เหมือนอย่างที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มี เควิน เดอ บรอยน์
ฮาย ฮาวดี้















