การถล่ม 9-0 ของขุนพล หงส์แดง มันเต็มเปี่ยมไปด้วยข้อดี เพราะนักเตะที่ถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่น สามารถทำประตูให้กับ ลิเวอร์พูล ได้ในเกมนี้ หลายต่อหลายคน โดยเฉพาะ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่วันนี้เขามีส่วนร่วมถึง 5 ประตู เอาเป็นว่าเกมนี้มีอะไรต้องพูดถึงกันบ้าง ไปติดตามกันได้เลยครับ
- บ็อบบี้ เดย์
นี่คือ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ คนเดียวกันกับที่โดนแฟนบอลวิจารณ์อย่างหนักในช่วง 2-3 เกมแรก เพราะเวลาที่เขาได้รับโอกาสลงสนาม แทบไม่สามารถสร้างความแตกต่าง หรือ มีส่วนร่วมช่วยทีมได้เลย หลายๆคนมองว่า ฟีร์มิโน่ ได้ผ่านจุดพีค จุดที่เคยทำอะไรก็ดีไปหมด สมัยมีส่วนสำคัญพา หงส์แดง เถลิงแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
แต่ในเมื่อ ดาร์วิน นูนเญซ ยังต้องรับใช้โทษแบน ทำให้ ฟีร์มิโน่ ยังได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงอยู่เหมือนเดิม ซึ่งเชื่อลึกๆว่าคงไม่มีใครกล้าคิดหรอกว่า ดาวยิงทีมชาติบราซิล รายนี้ จะโชว์ผลงานชิ้นโบว์แดง มีส่วนร่วมกับประตูของ ลิเวอร์พูล ในเกมถล่ม บอร์นมัธ 9-0 ถึง 5 ลูก แบ่งเป็นยิงเอง 2 ตุง และ แอสซิสต์ให้เพื่อนอีก 3 ครั้ง เพราะถ้าคุณเชื่อว่า ฟีร์มิโน่ จะยิง คุณต้องมีเขาอยู่ในทีม แฟนตาซี แล้วใช่ไหมล่ะครับ ?
ซึ่งเกมนี้ ฟีร์มิโน่ ได้ทำผลงานตอกคำวิจารณ์ไปจนหมดสิ้น เพราะ 2 ประตูที่เขาทำได้ ก็พาตัวเองเข้าไปอยู่ในกรอบเขตโทษ รอจังหวะเก็บตกได้ยอดเยี่ยมเหลือเกิน ส่วนเรื่องการแอสซิสต์ อาจจะตั้งใจบ้าง ไม่ตั้งใจบ้าง แต่มันคือลายเซ็นของเขาอยู่แล้ว กับบทบาทกองหน้า ฟอลส์-ไนน์
จาก 5 ประตู ที่ ฟีร์มิโน่ มีส่วนร่วมในเกมนี้ คงเติมเชื้อไฟเรื่องความมั่นใจให้กับเขามากขึ้นหลายขุม เพราะในชั่วโมงนี้มันเป็นโอกาสที่จะได้พิสูจน์ตัวเอง ช่วงที่แนวรุกบาดเจ็บ และ ติดโทษแบน หาก ฟีร์มิโน่ รักษาฟอร์มไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ คงทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ปวดหัวน่าดูในการจัดตัว
- 3 แต้มนัดนี้ เห็นอะไรบ้าง ?
1. ลิเวอร์พูล ไม่เสียประตูก่อน
ก่อนจะเปิดถิ่นแอนฟิลด์ พบกับ บอร์นมัธ ย้อนกลับไป 7 เกมในลีกก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลังคู่แข่งทั้งหมด อย่างในซีซั่นล่าสุด พอโดนยิงก่อน ก็ไม่สามารถกลับมาชนะได้เลย ทั้งเสมอกับ ฟูแล่ม 2-2 / เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 และ แพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1
อย่างไรก็ตาม บอร์นมัธ ถือเป็นอาหารอันโอชะของ ลิเวอร์พูล และ ทำให้ลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ ลบล้างเรื่องร้ายๆออกไปได้สักที เพราะนี่คือเกมแรกในซีซั่นนี้ ที่สามารถนำคู่แข่งได้ก่อน และ ยิงได้ตั้งแต่ 2 นาที 28 วินาที เรียกว่ายิงเร็วจนสาวก เดอะ ค็อป ตกใจ จากนั้นประตูก็ไหลมาเทมา
2. กองหลังมีส่วนร่วมทำประตู พร้อมเก็บคลีนชีต
วันที่ ลิเวอร์พู เจอหมอกร้าย บรรดาตำแหน่งกองหลัง คือคนที่ต้องแบกรับคำวิจารณ์ไว้เยอะ อาทิ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาจอมบุก ที่ 3 นัดแรก โดนคู่แข่งเจาะเป็นว่าเล่น และ เสียประตูจากทางฝั่งอยู่หลายครั้ง หรือ แม้แต่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซ็นเตอร์แบ็กเบอร์ 1 ของทีม ก็โดนมองว่าผลงานตกลงไปอย่างน่าใจหาย ทั้งทำเสียจุดโทษบ้าง หรือ ยืนมองเฉยๆ ไม่เข้าสกัดบ้าง
แต่พวกเขาทั้ง 2 คน ก็จัดแบบทบต้นทบดอก ด้วยการมีชื่ออยู่บนสกอร์ในเกมถล่ม บอร์นมัธ โดย เทรนท์ โชว์ยิงไกลบอลพุ่งแรงเป็นจรวด เป็นลูกที่ทีมขึ้นนำ 3-0 ส่วน ฟาน ไดค์ ก็มาโหม่งประตูจากลูกเตะมุม ตอนนำ 5-0 ที่สำคัญยังช่วยกันเก็บคลีนชีตนัดแรกในซีซั่นนี้ได้เรียบร้อย
นอกจากนี้ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่มาตรฐานก็แอบตกลงไปในช่วงออกสตาร์ทซีซั่น แต่นัดนี้ก็มีแอสซิสต์ที่เปิดให้ ฟาน ไดค์ เช่นกัน ขณะที่ คอสตาส ซิมิกาส ซึ่งลงมาเป็นสำรอง ก็สามารถทำ 2 แอสซิสต์ ได้เช่นกัน
3. กองกลางจำเป็นอยู่ไหม เมื่อเด็กดาวรุ่งทำประตูได้ทั้ง 2 คน
ด้วยความที่นักเตะ ลิเวอร์พูล บาดเจ็บกันเยอะมาก โดยเฉพาะกองกลาง ทำให้ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ได้รับโอกาสลงสนามค่อนข้างเยอะ เช่นเดียวกันกับ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ ตัวรุกอนาคตไกล ที่มักได้รับโอกาสลงมาเป็นตัวสำรองทุกนัด แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันได้เลย จนมีคำถามว่า ลิเวอร์พูล ควรต้องซื้อกองกลางหรือไม่ ?
ในใจ คล็อปป์ คงอยากได้ใหม่แหละครับ เพียงแค่ว่าต้องเป็นนักเตะที่ตรงสเป็คเท่านั้น ไม่ใช่ไปซื้อใครมาก็ได้ ที่สำคัญพวกตัวบาดเจ็บ ก็น่าจะทยอยกลับคืนสู่ขุมกำลังในไม่ช้า อย่างไรก็ตามจากฟอร์มนัดนี้ อาจทำให้ คล็อปป์ ไม่จำเป็นต้องซื้อใครมาเพิ่มอีกแล้ว เนื่องจากทั้ง เอลเลียตต์ และ คาร์วัลโญ่ ก็ประเดิมประตูแรกในซีซั่นนี้กับทีมได้เรียบร้อย น่าจะทำให้น้องๆคลายความกดดันมากขึ้น
- ชัยชนะสร้างประวัติศาสตร์ของ ลิเวอร์พูล
ปกติแล้ว ใครเป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล ต้องพกยาดมไว้ข้างกายตลอดเวลา เพราะถ้าไม่เสียวไส้ ไม่ใช่ หงส์แดง แน่นอน ไม่ว่าจะเจอทีมใหญ่ ทีมเล็ก เป็นอันต้องลุ้นแบบเยี่ยวเหนียวกันทุกนัดไป แต่กลายเป็นเกมเจอกับ บอร์นมัธ คือหนึ่งในแมตช์ที่สโมสรเก็บชัยชนะได้ง่ายดายมากสุด
และ การซัลโวใส่ เดอะ เชอร์รี่ส์ ถึง 9 เม็ด ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งใน 3 ทีม ที่สร้างประวัติศาสตร์กระซวกไส้คู่แข่งมากที่สุดในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นับตั้งแต่ปี 1992 ต่อจากเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยถล่ม อิปสวิช กับ เซาธ์แฮมป์ตัน รวมถึง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยดาหน้ายิง เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยสกอร์เดียวกันทั้งหมด 9-0
นอกจากนี้ ตั้งแต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ทำหน้าที่กุนซือมา ไม่เคยชนะใครถึง 9-0 มาก่อนจนกระทั่งมาถึง บอร์นมัธ โดยผู้จัดการทีมคนสุดของ ลิเวอร์พูล ที่เคยถล่มคู่แข่งบนลีกสูงสุด ต้องย้อนไปยุค เคนนี่ ดัลกริช ที่กุมบังเหียนพา หงส์แดง ถล่ม คริสตัล พาเลซ 9-0
นี่แหละครับคือประเด็นหลักๆในชัยชนะอันหอมหวานของ ลิเวอร์พูล ทำให้พวกเขาขยับอันดับจาก 16 ขึ้นอยู่อันดับ 8 แล้ว นับเป็นสัปดาห์อันชื่นมื่นสำหรับสาวก เดอะ ค็อป แต่มันมีแปลกๆอยู่อย่างเดียว ก็คือ 9 ประตู ที่ หงส์แดง ทำได้นั้น ไม่มีชื่อ โม ซาลาห์ อยู่บนสกอร์บอร์ด ก็หวังว่านัดหน้าเขาจะกลับมาทำประตูได้เหมือนเดิมนะครับ
ฮาย ฮาวดี้















