ซึ่งสโมสรอย่าง ลิเวอร์พูล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่างก็ได้แข้งใหม่มาร่วมทีม ซึ่งถือเป็นดีลที่น่าสนใจ
ขณะที่ อาร์เซน่อล สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ใครเพิ่ม หลังจากพยายามถึง 3 ครั้ง เพื่อจะคว้าตัว ดั๊กลาส ลุยซ์ จาก แอสตัน วิลล่า มาร่วมทีมให้ได้ แต่ติดปัญหาตรงที่ต้นสังกัดของนักเตะไม่ยอมขาย ทั้งๆที่ยื่นข้อเสนอไปแล้ว 20, 23 และ 25 ล้านปอนด์ ตามลำดับ แม้นักเตะจะเหลือสัญญา 1 ปี ก็ตาม
เอาเป็นว่าดีลเด่นนักเตะดังๆที่มีการย้ายทีมกันในวันสุดท้ายของตลาด พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะมีใครบ้าง มาติดตามกันได้เลยครับ
- ลิเวอร์พูล ได้ อาร์ตูร์ แก้ปัญหามิดฟิลด์
ต้องใช้คำว่า "แอบตกใจ" พอสมควรเลยครับ เพราะเดิมทีทำใจไว้แล้วว่า ลิเวอร์พูล คงไม่ได้กองกลางมาเสริมอีกแล้ว โดยเฉพาะเมื่อได้ยินคำสัมภาษณ์ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าบางทีอำนาจเลือกซื้อนักเตะ ก็ไม่ใช่เขาคนเดียวที่เป็นคนตัดสินใจ ถึงแม้ว่าทีมงานจะพยายามอย่างหนัก เพื่อหาใครสักคนในแผงมิดฟิลด์มาเพิ่ม หลังจากควงแขนกันเดี้ยงหลายคน
กระทั่งช่วงเที่ยงๆตามเวลาบ้านเรา จู่ๆก็มีข่าวว่า ลิเวอร์พูล กำลังจะได้ตัว อาร์ตู เมโล่ กองกลางจาก ยูเวนตุส มาเสริมทัพ และ สุดท้ายก็ปิดดีลสำเร็จ ด้วยการยืมตัว 1 ซีซั่น ไม่มีเงื่อนไขบังคับซื้อขาด ซึ่ง อาร์ตูร์ มีดีกรีเป็นอดีตเด็ก บาร์เซโลน่า นั่นแหละครับ เรื่องฝีเท้าอาจจะดรอปๆลงไปตอนย้ายมาอยู่ ไอ้ม้าลาย แต่กระนั้นตอนนี้สาวก เดอะ ค็อป คงบอกว่า ใครก็ได้ "เพราะเหลือดีกว่าขาด"
ล่าสุดมีข่าวว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เจ็บไปอีกคนแล้ว ดังนั้นถ้า ลิเวอร์พูล ไม่เสริมมิดฟิลด์ล่ะก็ ลำบากแน่นอน ขืนจะไปรอพวก ติอาโก้ อัลคันตาร่า, นาบี เกอิต้า หรือ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ให้หายกลับมา ก็กลัวนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ มารอดูกันดีกว่าว่าการมาของ อาร์ตู จะช่วย หงส์แดง ได้มากน้อยขนาดไหน
- เห็น แมนฯ ซิตี้ เงียบๆ ปิดดีลกองหลังได้อีกคน
ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงของ แมนฯ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ขณะนี้ ทั้งพลิกกลับมาแซงเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 4-2 พร้อมเปิดบ้านไล่ยำ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แบบเละเทะ 6-0 ซึ่งทั้ง 2 นัดนั้น เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ทำแฮตทริคทั้ง 2 เกม ยิ่งทำให้ เรือใบสีฟ้า มีพลังตีบวกมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก
ด้วยขุมกำลังที่มีอยู่ เหมือนว่า แมนฯ ซิตี้ ไม่จำเป็นต้องเสริมอะไรอีกแล้ว ทุกตำแหน่งสมบูรณ์ครบถ้วน สามารถแยกตัวออกมาตั้งอีกทีมได้เลย อย่างไรก็ตามเมื่อแนวรุกโคตรจะแข็งแกร่งแล้ว มีทั้ง เควิน เดอ บรอยน์, แบร์นาร์โด้ ซิลวา หรือ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ เป็นต้น ดังนั้น เป๊ป เลยต้องการเสริมหลังบ้านให้แข็งแกร่งกว่าเดิม
เพราะล่าสุด วันเดดไลน์ เรือใบสีฟ้า จัดการเปิดตัว มานูเอล อาคานยี่ เซนเตอร์แบ็กชาวสวิส จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาได้เรียบร้อย ด้วยราคาแค่ 15 ล้านปอนด์ เท่านั้น พร้อมเซ็นสัญญายาว 5 ปี ซึ่งการมาของนักเตะรายนี้ ทำให้ตำแหน่งปราการหลังคู่กลาง มีทั้ง จอห์น สโตนส์, นาธาน อาเก้, รูเบน ดิอาส และ อายเมริค ลาปอร์ต รวมอยู่ด้วย
- ฟูแล่ม เสริมยับ พร้อมดึง วิลเลี่ยน กลับบ้าน
เป็นทีมน้องใหม่แต่หน้าเก่า ทื่ซีซั่นนี้คึกคักเป็นพิเศษ เพราะนอกจากฟอร์มการเล่นที่ไม่ธรรมดาแล้ว กระโดดมาอยู่อันดับ 8 ของตาราง แล้วนั้น เรื่องการเสริมทัพ ก็เสริมได้อย่างน่ากลัวเหลือเกิน
ซึ่งดีลที่น่าจะทำให้แฟนบอล เจ้าสัวน้อย รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย ก็คงเป็นการดึงตัว วิลเลี่ยน คัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง หลังออกจาก อาร์เซน่อล ย้ายกลับไปเล่นให้ โครินเธียนส์ ในลีกบราซิล ประเทศบ้านเกิด แต่เขาถูกขู่ฆ่า จึงตัดสินใจยกเลิกสัญญากับทีม และ ล่าสุดก็ได้ฤกษ์กลับมายังกรุงลอนดอน อีกครั้ง ด้วยสัญญา 1 ปี
นอกจากนี้ ฟูแล่ม ยังปิดตลาดด้วยการดึง เลย์แว็ง กูร์กซาว่า แบ็กซ้ายจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาร่วมทีมได้อีกคน เป็นสัญญายืมตัวจนจบซีซั่น บอกเลยว่าดีกรีนักเตะรายนี้ไม่ธรรมดา เป็นแชมป์ลีก เอิง ฝรั่งเศส กับ เปแอสเช ถึง 4 สมัย รวมถึง คาร์ลอส วินิซิอุส จาก เบนฟิก้า ราคา 4.25 ล้านปอนด์ นับเป็นการปิดตลาดสวยๆของ เจ้าสัวน้อย ที่ไม่ได้มีเงินน้อย เพราะซัมเมอร์นี้จัดแข้งหน้าใหม่ร่วมทีมถึง 10 คน
- แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ตัว แบ็คอัพ เด เคอา
หลังจากออกสตาร์ทได้อย่างย่ำแย่ แต่ตอนนี้สถานการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา หลังจากนักเตะใหม่ที่ซื้อมา กำลังโชว์ของให้เห็นว่ายอดเยี่ยมแค่ไหน โดยเฉพาะ ลิซานโดร มาร์ติเนซ โดยก่อนหน้านี้แค่ 1 วัน ปีศาจแดง ก็ประกาศเปิดตัว แอนโทนี่ แนวรุกจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้ที่ราคา 100 ล้านปอนด์ พร้อมเซ็นยาวถึงปี 2027 นับเป็นซัมเมอร์ที่ใช้เงิน แต่ซื้อความสุขได้จริงๆ
อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้หยุดเพียงแค่เท่านั้นหรอกครับ เพราะบอร์ดบริหารก็ทิ้งท้ายตลาดซัมเมอร์นี้ ด้วยการยืมตัว มาร์ติน ดูบราฟก้า นายทวารจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มาเฝ้าเสา ไว้มีสถานะเป็นแบ็คอัพของ ดาบิด เด เคอา
ซึ่งราคาค่าตัว ดูบราฟก้า ก็ไม่ได้แพงอะไรมากมายเลยครับ หากวัดกับฝีมือ ราคาเช่าแค่ 2 ล้านปอนด์ และ มีออปชั่นซื้อขาด 6 ล้านปอนด์ อย่างน้อยการมี ดูบราฟก้า เป็นมือ 2 ก็ดูอุ่นใจกว่า ทอม ฮีตัน นายทวารวัย 36 ปี เพราะ ดูบราฟก้า พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเหนียวแค่ไหน สมัยอยู่กับ สาลิกาดง
- เชลซี ได้หน้าเป้าเสียที
จากเกมแพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-2 สาวก สิงห์บลูส์ ถึงกับโอดครวญเรื่องที่ไม่มีหน้าเป้าอาชีพ ทำให้ความเฉียบขาดเรื่องการจบสกอร์ขาดหายไปเยอะ และ ปัญหานั้น โทมัส ทูเคิ่ล คงเล็งเห็นเช่นกัน เพราะจะให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยืนเหมือนเป็น ฟอลส์-ไนน์ ไปตลอดไม่ได้หรอกครับ
ดังนั้นเมื่อเสริมกองหลังอย่าง โฟฟาน่า ไปแล้ว ล่าสุด เชลซี เซ็นสัญญาคว้าตัว ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าตัวจี๊ดจาก บาร์เซโลน่า มาร่วมทีมได้เรียบร้อย สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 10.3 ล้านปอนด์ ซึ่งจะพ่วง มาร์กอส อลอนโซ่ แบ็กซ้าย สิงห์บลูส์ ลงไปในดีลนี้ด้วย ก็เป็นการจบปัญหาไม่มีหน้าเป้าเสียที
ต้องมารอดูกันว่าการกลับมา พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครั้งนี้ของ โอบาเมยอง จะทำได้ดีมากแค่ไหน จะช่วย เชลซี กลับมาเปรี้ยงปร้างได้หรือเปล่า และ ที่สำคัญจะลบภาพร้ายๆเกี่ยวกับระเบียบวินัยตอนอยู่ อาร์เซน่อล ได้หรือไม่
อ้อ เกือบลืมไปเลยครับ เพราะ เชลซี ไม่ได้แค่ โอบาเมยอง คนเดียวเท่านั้น เพราะว่าพวกเขาส่งท้ายด้วยการคว้าตัว เดนิส ซากาเรีย ห้องเครื่องจาก ยูเวนตุส มาในรูปแบบการยืมตัว พร้อมมีออปชั่นซื้อขาด ถ้าหากผลงานเข้าตา ซึ่งผลงานจะเป็นอย่างไร รอติดตามกันได้เลยครับ
ฮาย ฮาวดี้










