ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก สก็อตต์ พาร์เกอร์ หลัง หงส์แดง เปิดบ้านกระซวกไส้ บอร์นมัธ แบบไม่ไว้หน้า 9-0
อย่างไรก็ตาม พาร์เกอร์ ไม่ใช่กุนซือคนแรก ที่โดนปลดเพราะแพ้ ลิเวอร์พูล ยังมีอีก 5 คนก่อนหน้านี้ ที่ถูกอาถรรพ์ เจอร์เก้น คล็อปป์ เล่นงานเช่นกัน จะเป็นกุนซือคนไหนบ้าง มาติดตามกันได้เลยครับ
1. ฟรานเชสโก้ กุยโดลิน : อดีตกุนซือ สวอนซี โดนปลดหลังแพ้ ลิเวอร์พูล 1-2 (ปี 2016)
ไม่รู้ว่า ทุกคนจะจำชื่อ ฟรานเชสโก้ กุยโดลิน กันได้หรือเปล่า นี่คือกุนซือที่ผ่านการคุมทีมในลีกอิตาลี มาเกือบ 15 ทีม ไม่ว่าจะเป็นลีกสูงสุด หรือ ลีกรอง ลุงแกไปมาหมดแล้ว เรียกว่าทำหน้าที่เป็นเทรนเนอร์มาตั้งแต่ยุค 90 ดังนั้นเรื่องประสบการณ์ไม่ธรรมดาแน่นอน
แต่กระนั้นการออกจากเซฟโซน ย้ายมาคุมทีม สวอนซี ซิตี้ เหมือนเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญในชีวิต เพราะต้องมาเผชิญความเขี้ยวบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งสไตล์การเล่นช่างเป็นอะไรที่แตกต่างกับอิตาลี ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะความเร็ว และ ความดุเดือด
ทว่า กุยโดลิน ก็พิสูจน์ให้เห็น นำพา หงส์ขาว จากทีมที่ต้องดิ้นรนหนีตาย อยู่รอดปลอดภัยบนลีกสูงสุด ในซีซั่น 2015-16 โดยเคยเอาชนะ ลิเวอร์พูล 3-1 ยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ซีซั่นต่อมา ภาพความทรงจำดีๆที่ กุยโดลิน เคยสร้างไว้ก็ทลายลง เพราะในซีซั่น 2016-17 พาทีมเก็บได้เพียง 4 คะแนน จาก 7 เกม เท่านั้น ก่อนที่เครื่องประหารหัวสุนัขจะทำงาน ในวันที่โดน คล็อปป์ ล้างตา แพ้คาบ้านให้กับ ลิเวอร์พูล 1-2 และสุดท้ายก็โดนปลดออกจากตำแหน่งในที่สุด
2. สลาเวน บิลิช : อดีตกุนซือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดนปลดหลังแพ้ ลิเวอร์พูล 1-4 (ปี 2017)
สลาเวน บิลิช อดีตกุนซือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่เริ่มต้นการคุมทีมได้อย่างงดงาม เมื่อซีซั่น 2015-16 ทั้งบุกไปเอาชนะ อาร์เซน่อล, บุกไปเฆี่ยน ลิเวอร์พูล ถึงแอนฟิลด์ ได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1963 พร้อมกับไปหยิบ 3 แต้ม มาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้อีกด้วย เรียกว่าปราบทีมบิ๊ก 6 มาถึง 3 สโมสร พร้อมกับพาทีมคว้าตั๋วไปเตะ ยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก แน่นอนยุคนั้น ดิมิทรี ปาเยต กำลังฟอร์มฮอตสุดขีด
แต่หลังจากที่ บิลิช มีปัญหากับ ปาเยต ที่ต้องการย้ายกลับไปลีกฝรั่งเศส ประเทศบ้านเกิด ทำให้ผลงานของ เวสต์แฮม ก็สาละวันเตี้ยลงไปด้วย โดยเฉพาะในซีซั่น 2017-18 หลังเริ่มต้นซีซั่นมาได้แค่ 11 นัด ทัพ ขุนค้อน เก็บชัยชนะได้เพียงแค่ 2 นัด เท่านั้น พร้อมหล่นไปอยู่โซนตกชั้น
ซึ่งผลงานการคุมทีม เวสต์แฮม นัดสุดท้าย ก็คือเกมพ่ายคาบ้านต่อ ลิเวอร์พูล 1-4 คราวนี้ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น บิลิช โดนปลดออกจากตำแหน่ง เหลือทิ้งไว้แค่ผลงานที่ครั้งหนึ่งเคยพา เวสต์แฮม เก็บคะแนนบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร 62 คะแนน ก่อนจะมาโดน เดวิด มอยส์ ทำลาย หลังพา เวสต์แฮม เก็บได้ถึง 65 แต้ม เมื่อซีซั่น 2020-21
3. สลาวิซ่า โยคาโนวิช : อดีตกุนซือ ฟูแล่ม โดนปลดหลังแพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (ปี 2018)
สลาวิซ่า โยคาโนวิช ชื่อนี้อาจจะคุ้นหูแฟนบอลชาวไทยพอสมควรเลยครับ เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยมาคุมทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ สามารถพาทีมเป็นแชมป์ไทยลีก แบบไร้พ่าย ได้อีกเมื่อปี 2012
ก่อนจะได้ขยับขยายอาชีพ มาคุมทีมลีกยุโรป จนกระทั่งได้โอกาสกับ วัตฟอร์ด และ ฟูแล่ม ซึ่งตอนคุม เจ้าสัวน้อย นี่แหละครับ ที่ "ย็อคก้า" ต้องมาโดนอาถรรพ์ เจอร์เก้น คล็อปป์ เล่นงานไปอีกคน
สลาวิซ่า โยคาโนวิช พา ฟูแล่ม เลื่อนชั้นขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ในปี 2018 แต่กระนั้นเส้นทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนตอนเล่นอยู่ในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เพราะช่วงระหว่างเดือน ตุลาคม - พฤศจิกายน 2018 .. "ย็อคก้า" ไม่อาจพาทีมเก็บชัยชนะได้เลย โดยเสมอแค่ 1 นัด และ แพ้ถึง 6 นัด
ซึ่งนัดสุดท้ายที่เขาได้คุม ฟูแล่ม ก็คือเกมที่บุกไปแพ้ลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ 0-2 ทำให้ท้ายที่ โยคาโนวิช โดนปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจากทีมลงทุนไปกว่า 100 ล้านปอนด์ แต่กลับเก็บได้เพียงแค่ 5 คะแนน จาก 12 นัด และ ยังโดนซัดไปอีก 31 ลูก ดังนั้นการแยกทางจึงบังเกิด
4. โชเซ่ มูรินโญ่ : อดีตกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดนปลดหลังแพ้ ลิเวอร์พูล 1-3 (ปี 2018)
ปีนั้นนับว่า ลิเวอร์พูล ฟอร์มร้อนแรงเกินห้ามใจ และ ไม่ใช่แค่ สลาวิซ่า โยคาโนวิช ต้องตกงานด้วยฝีมือของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เพราะขนาดกุนซือมากประสบการณ์ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาแบบโชกโชนอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ไม่เว้น เพราะต่อให้ผลงานปีแรกในการคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะจบด้วยการคว้าแชมป์ลีกคัพ และ ยูโรปา ลีก
แต่ 2 รายการนั้น มันสวยงามราวกับ ประติมากรรมน้ำแข็ง เพราะไม่นานความสวยงามก็ละลายหายไป เหลือทิ้งไว้แต่ซากปรักหักพัง เพราะนับตั้งแต่คว้าแชมป์ มูรินโญ่ กับ ขุนพล ปีศาจแดง มักโดนวิจารณ์มากกว่าคำชื่นชม พร้อมมีกระแสว่า ความสัมพันธ์หลังบ้าน ระหว่างกุนซือกับนักเตะเหมือนจะแตกคอกันอยู่ตลอด แค่รอวันให้มันระเบิดเท่านั้น
กระทั่งถึงเกม วันแดงเดือด ต้องไปเยือนแอนฟิลด์ รังเหย้าคู่อริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล ซึ่งก่อนการแข่งขันผลงาน หงส์แดง เหนือกว่าอยู่หลายขุม แต่มันก็จะมีประโยคที่ว่า ไม่ว่า 2 ทีมนี้ ผลงานจะดี จะแย่ อย่างไร แต่ถ้าเจอกันเมื่อไหร่ สูสีดู๋ดี๋กันอย่างแน่นอน
กระนั้น มันคือวันวิปโยคของแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง เพราะพวกเขาบุกไปแพ้ ลิเวอร์พูล แบบหมดสภาพ 1-3 ชนิดที่ไม่มีหนทางสู้เจ้าถิ่นได้เลย โดนขึง โดนบุกเข้าใส่อยู่ตลอด จากปกติที่บอร์ดบริหารไม่ค่อยปลดกลางคัน แต่ถ้าปล่อยให้ มูรินโญ่ อยู่ต่อไป มีแต่แย่ลงไปเรื่อยๆ สุดท้าย ปีศาจแดง ก็ไล่ เดอะ สเปเชี่ยล วัน ออกจากตำแหน่ง และ ไปแต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามากุมบังเหียนแทน
5. มาร์โก ซิลวา : อดีตกุนซือ เอฟเวอร์ตัน โดนปลดหลังแพ้ ลิเวอร์พูล 2-5 (ปี 2019)
มาร์โก ซิลวา นับเป็นอีกหนึ่งกุนซือน้ำดีแห่งวงการลูกหนังโปรตุเกส เขามีดีกรีเคยพา โอลิมเปียกอส คว้าแชมป์ลีกกรีซ ซูเปอร์ลีก มาครองเมื่อซีซั่น 2015-16 ทำให้เขาได้มีโอกาสย้ายมาคุมทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ ฮัลล์ ซิตี้ ช่วงต้นปี 2017 ซึ่งถึงแม้จะไม่สามารถพาทีมรอดตกชั้น แต่ทรงบอลดูดี เล่นแบบเอเตอร์เทน จึงตกงานได้ไม่นาน
มาร์โก ซิลวา ได้เก็บประสบการณ์กับ ฮัลล์ มาต่อที่ วัตฟอร์ด และ ได้ขยับขยายมาสู่สโมสรที่ใหญ่ขึ้นอย่าง เอฟเวอร์ตัน ในซีซั่น 2018-19 ปีนั้นเขาพา ทอฟฟี่สีน้ำเงิน จบเป็นอันดับ 8 โดยมีผลงานมาสเตอร์พีซ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 4-0
อย่างไรก็ตาม ซีซั่นถัดมา ผลงานของ มาร์โก ซิลวา ต่างกันราวฟ้ากับเหว จากทีมที่ลุ้นไปยุโรป ต้องมาดิ้นรนอยู่ท้ายตาราง และ แมตช์ชี้ชะตาอนาคตก็คือนัดบุกมาเยือนแอนฟิลด์ สุดท้าย เอฟเวอร์ตัน แพ้กลับไปแบบย่อยยับ 2-5 ด้วยการโดนมหาเทพ ดิว็อค โอริกี้ ยิงไป 2 เม็ด
เมื่อจบการแข่งขันไม่นาน ทาง เอฟเวอร์ตัน ก็ประกาศปลด มาร์โก ซิลวา ออกจากตำแหน่งทันที เพราะขณะนั้นการแข่งขันยังผ่านไปไม่ถึงครึ่งซีซั่น แต่เขาพาทีมเก็บไปได้แค่ 14 คะแนน จาก 15 นัด ร่วงไปอยู่อันดับ 18 ก่อนจะไปแต่งตั้ง ดันแคน เฟอร์กูสัน เข้ามาเป็นกุนซือแบบขัดตาทัพ
6. สก็อตต์ พาร์เกอร์ : อดีตกุนซือ บอร์นมัธ โดนปลดหลังแพ้ ลิเวอร์พูล 0-9 (ปี 2022)
เหยื่อรายล่าสุดที่โดนอาถรรพ์ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็คือ สก็อตต์ พาร์เกอร์ กุนซือ บอร์นมัธ ผู้ที่สร้างผลงานพาสโมสรเลื่อนชั้นขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้อีกครั้ง หลังได้รับงานคุมทีม เดอะ เชอร์รี่ส์ ต่อจาก โจนาธาน วู้ดเกต
เรียกผลงานของ บอร์นมัธ ยุค พาร์เกอร์ ตอนอยู่ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ นั้นยอดเยี่ยมมาก ออกสตาร์ทด้วยการเก็บได้ถึง 13 คะแนน จาก 15 คะแนน ซึ่งเขาเคยได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยม ประจำเดือนตุลาคม เพราะสามารถพาทีมเก็บชัยถึง 5 นัด จาก 5 เกม สุดท้ายพาทีมจบอันดับ 2 ได้เลื่อนชั้นกลับ พรีเมียร์ลีก แบบอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะใหญ่เกินไปสำหรับ พาร์เกอร์ หรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้เขาคุม ฟูแล่ม ก็ตกชั้น และ โดนปลดออกจากตำแหน่ง พอสามารถพา บอร์นมัธ ได้กลับสู่ลีกสูงสุดอีกครั้ง ก็ยังทำผลงานไม่ดีพอ โดยแข่งไปแค่ 4 นัดในซีซั่นนี้ ชนะได้แค่ 1 เกม และ แพ้ถึง 3 นัด
ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ พาร์เกอร์ โดนปลดก็คือ บุกไปแพ้ ลิเวอร์พูล แบบหมดทางสู้ 0-9 โดนไล่ยำอยู่ฝ่ายเดียว จากนั้นไม่นาน บอร์นมัธ ก็สั่งปลด พาร์เกอร์ ทันที เพราะนอกจากสกอร์ 9 ลูกที่เกิดขึ้นแล้ว ตลอด 4 นัดที่ผ่านมา ขุนพล เดอะ เชอร์รี่ส์ ยิงได้แค่ 2 ประตู แต่เสียถึง 16 ลูก ด้วยกัน
ฮาย ฮาวดี้















