การพ่ายแพ้ครั้งนี้ ทำให้เห็นจุดอ่อนของ ลิเวอร์พูล เลยว่า ผู้เล่นบางคน ไม่สามารถยืนระยะยืดตำแหน่งตัวจริงได้ หลายๆคนก็ฟอร์มตกยังหาทางกลับไม่เจอ นี่ถ้า อลิสซอน เบ็คเกอร์ ไม่เซฟจุดโทษช่วยไว้อีกลูก สกอร์อาจจะเละไปกว่านี้แล้ว เอาเป็นว่าความพ่ายแพ้ครั้งนี้ มันมีประเด็นอะไรตามมาให้พูดถึงสำหรับ หงส์แดง บ้าง ไปติดตามกันครับ

- เกมเยือน หงส์แดง พังพินาศ

นี่คือหนึ่งในเกมที่ย่ำแย่ที่สุดของ ลิเวอร์พูล จริงๆครับ ทำอะไรก็ดูห่วยแตกไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเกมบุกที่ทำอะไรไม่ได้ หรือ เกมรับที่พร้อมจะพังพินาศตลอดเวลา และ การพ่ายแพ้ต่อ นาโปลี ครั้งนี้ มันเป็นการตอกย้ำอีกว่า เกมเยือน หงส์แดง ช่างโหลยโท่ยสิ้นดี

หงส์แดง ออกสตาร์ทเกม พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ มาแล้ว 6 นัด ชนะไป 2 นัด เสมอ 3 นัด และ แพ้อีก 1 นัด นับว่าเป็นผลงานที่แย่มากจริงๆ โดยเกมเยือนพวกเขามีทั้งเสมอ ฟูแล่ม 2-2, เสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 และ แพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2

ซึ่งจาก 3 นัดที่ว่าไปนั้น ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ดีขึ้นเลย เพราะเกมบุกไปเยือน นาโปลี เป็นการตอกย้ำว่า ลิเวอร์พูล ยังคงย่ำแย่เหมือนเดิม การพ่ายแพ้บอกยับเยินขนาดนี้ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะกลับมาได้เร็วขนาดไหน 

- อาถรรพ์เวลาเจอ นาโปลี

ตั้งแต่จับสลากมาอยู่กับ นาโปลี ก็รู้สึกได้ทันทีว่า นี่คือของแสลงสำหรับ ลิเวอร์พูล อย่างแท้จริง เพราะว่าช่วงหลังทั้ง 2 ทีม ถือว่า ดวงสมพงษ์กันมาก มักจับสลากมาโคจรมาพบกันอยู่ตลอด ซึ่งในปีที่ หงส์แดง คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่น 2018-19 ก็เคยบุกไปแพ้ทัพ อัซซูร่า มาแล้ว 0-1 และ เกือบตกรอบคาแอนฟิลด์ ด้วย โชคดีที่ อลิสซอน เบ็คเกอร์ เซฟเอาไว้ได้ในนาทีสุดท้าย

ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานสักแค่ไหน แต่อาถรรพ์เวลาเจอกับ นาโปลี ยังไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปสักนิดเดียว ยิ่งเป็นช่วงที่ความมั่นใจ ลิเวอร์พูล กำลังขี้หดตดหาย ยิ่งทำให้สถานการณ์ทุกอย่างเข้าทาง นาโปลี เหมือนเดิม เพราะปีนี้จัดหนักแบบไม่ไว้หน้า ด้วยการเปิดบ้านถล่ม หงส์แดง 4-1

ทำให้ นาโปลี ยืดสถิติไม่แพ้ในบ้านให้กับ ลิเวอร์พูล 4 นัดติดต่อกันแล้ว แบ่งเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถึง 3 นัด โดยก่อนหน้านี้ก็เอาชนะมาด้วยสกอร์ 1-0, 2-0 และ 4-1 เป็นสกอร์ที่ไม่มีใครกล้าคิดหรอกครับว่า นาโปลี จะถล่ม หงส์แดง ได้ถึงเพียงนี้

- อาถรรพ์ 7 ปี เจอร์เก้น คล็อปป์ ?

ไม่รู้ว่าแฟนบอลอย่างพี่ๆน้องๆ จะเชื่อศาสตร์ตัวเลขมากขนาดไหนนะครับ เพราะสิ่งที่กำลังจะกล่าวต่อไปนี้ มันคืออาถรรพ์เลข 7 ที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังเผชิญหน้ากับมันอยู่ เพราะ เดอะ นอร์มอล วัน มักจะทำผลงานการคุมทีมได้อย่างน่าผิดหวังกับทุกสโมสรในปีที่ 7 

ก่อนที่ คล็อปป์ จะเข้ามารับงานกุมบังเหียน หงส์แดง กุนซือวัย 55 ปี รับหน้าที่ผู้จัดการทีมมาแล้ว 2 สโมสร เริ่มจาก ไมนซ์ ซึ่ง คล็อปป์ คุมทีมระหว่างปี 2001-2008 เขาเคยพาทีมตกชั้นในปี 07 ส่วนฤดูกาล 2007-08 ก็นำทีมจบแค่อันดับ 16 ไม่สามารถเลื่อนชั้นกลับมาสู่ บุนเดสลีกา ได้

ตัดภาพมาที่ ดอร์ทมุนด์ เขาเคยคุมทีมระหว่างปี 2008-2015 ซึ่งต่อให้ คล็อปป์ จะเคยพาทีมคว้าแชมป์ลีก 2 สมัย แต่กระนั้นในปีสุดท้ายของการคุม เสือเหลือง เขาเคยร่วงไปอยู่โซนตกชั้นด้วยซ้ำ ก่อนจะกู้ชีวิตขึ้นมาจบอันดับ 7 และ ไม่มีแชมป์ติดมือใดๆมาครอง ก่อนจะอำลาแยกย้ายในที่สุด

ซึ่งอาถรรพ์ 7 ปี กำลังมาหลอกหลอน คล็อปป์ อีกครั้ง เพราะ ณ ตอนนั้น ลิเวอร์พูล ถือว่าเข้าขั้นวิกฤติจริงๆ ผลงานในลีกก็ย่ำแย่ มาถึง ยูซีแอล ก็ประเดิมด้วยการพ่ายแพ้ นาโปลี แบบเละเทะ มารอดูกันว่า คล็อปป์ จะพา หงส์แดง พ้นลูปอาถรรพ์ 7 ปี ได้หรือไม่

- ถึงเวลาที่ ลิเวอร์พูล ควรโละนักเตะด้อยคุณภาพ

ยังคงยืนยันคำเดิมครับว่า การที่ ลิเวอร์พูล ปล่อยตัวนักเตะคนสำคัญออกไป มันกำลังย้อนมาทำร้ายพวกเขาอย่างสาหัส เพราะคนที่ออกไปนั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ล้วนแต่มีความสำคัญทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ซาดิโอ มาเน่, จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม หรือ 2 ตัวสำรองซูเปอร์ซัพอย่าง ดิว็อค โอริกี้ และ ทาคุมิ มินามิโนะ

ในเกมเจอ นาโปลี วันที่นักเตะแทบพร้อมใจกันฟอร์มตก ไม่มีใครที่จะสามารถก้าวมาทดแทนได้เลย ไหนจะต้องมาเจอกับอาการบาดเจ็บของนักเตะอีก ซึ่งวันนี้นักเตะที่ได้ลงสนาม อาทิ โจ โกเมซ กลายเป็นบ่อน้ำมัน โดนทางฝั่ง นาโปลี เจาะเข้าทำจนสนุกเท้า

จริงๆแล้วก็ไม่อยากจะโทษใครเป็นพิเศษหรอกครับ แต่ว่าตอนนี้นักเตะของทีมส่วนหนึ่งก็เข้าสู่ขาลงจริงๆ ฉะนั้นควรจะต้องพิจารณาโละออกไปบ้าง และ หาคนใหม่ๆเข้ามาทดแทน เพราะจากผลงานที่เห็นมันชี้ชัดเลยว่า มันทดแทนกันไม่ได้ และ หลายๆคนก็ไม่ได้พัฒนาไปมากกว่านี้ แม้จะอยู่กับทีมมาหลายปีแล้วก็ตาม 

ทั้งจ่ายบอลผิดพลาด ยืนตำแหน่งผิดพลาด อะไรก็ผิดพลาดไปหมด หวังว่าการพ่ายแพ้ของ ลิเวอร์พูล ครั้งนี้ จะเป็นการปลุกนักเตะให้กลับมาเข้าร่องเข้ารอยอีกครั้ง มิเช่นนั้นซีซั่นนี้ หงส์แดง มีโอกาสเจอกับความผิดหวังแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในช่วง 3-4 ปีหลังก็ได้

ฮาย ฮาวดี้-

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline