จากก่อนเริ่มเกม ดูจากเนื้อผ้าแล้วไม่น่ามีอะไรให้ลุ้นยากนัก แต่กลับกลายเป็นเกมที่มีให้ได้ลุ้น-ได้เสียวอยู่เหมือนกัน สำหรับเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปชนะทีมที่ชื่อไม่คุ้นหูจากลีกไซปรัสอย่าง โอโมเนีย ได้ 3-2

ซึ่งจากเกมที่ดูไม่น่ามีอะไร แต่กลับมีหลายประเด็นให้น่าพูดถึง ทั้งเรื่องของ โรนัลโด้ หรือจะการแก้เกมของ เทน ฮาก และอีกมากมาย และแน่นอนวันนี้ ขอบสนาม ของเรา จะพามาเก็บตกหลังเกมนี้กันครับ …

กาเซมิโร่ ได้ออกสตาร์ท

เป็นสิ่งที่แฟน แมนฯ ยูไนเต็ด เรียกร้องกันมาเสมอ สำหรับการส่ง กาเซมิโร่ กลางรับดีกรีระดับโลกที่พึ่งซื้อมาในตลาดแล้ว ออกสตาร์ทเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อคืน เทน ฮาก ก็จัดให้แบบนั้น ส่ง กาเซมิโร่ ลงตัวจริงเป็นนัดที่ 2 ของฤดูกาล แทนที่ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์

และยังมีการปรับเปลี่ยนตัวจริงจากนัดก่อนอีก 2 ตำแหน่ง คือการส่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ออกสตาร์ทแทน แรชฟอร์ด และใช้ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ แทน ราฟาเอล วาราน ที่เพิ่งเจ็บจากนัดก่อน ยังไม่ฟิต

จบไม่ลงก็โดนลงโทษ

นี่คือคำอธิบายง่าย ๆ สำหรับรูปเกมครึ่งแรกของ ปีศาจแดง ด้วยคุณภาพทีม และตัวผู้เล่นที่ต่างชั้นกันอย่างชัดเจน ไม่แปลกที่ ยูไนเต็ด จะเหนือกว่าเจ้าบ้านในแทบทุกมุม ครองบอลได้เกือบ 70% หาโอกาสยิงได้ถึง 12 ครั้ง แต่ทำได้ไม่ดี รวมถึงบางจังหวะก็ดูจะเล่นรุกกันช้าเกินไป 

จึงไม่สามารถเป็นฝ่ายทำประตูเปิดได้ และกลายมาเป็นโดน โอโมเนีย ออกนำไปได้ก่อน จากความผิดพลาดเองของ แมนยู จากการเสียบอลของ ไทเรลล์ มาลาเซีย จบครึ่งแรก ยูไนเต็ด โดนนำไปก่อน 1-0

เทนฮาก เปลี่ยนเกมเยี่ยม

หนึ่งในจุดที่ เทน ฮาก เริ่มโชว์ให้เราเห็นมาตั้งแต่ก่อนหน้าแล้ว คือเขามีความสามารถในการปรับหมาก เปลี่ยนเกมได้ดี และเขายังเป็นคนที่กล้าจะเปลี่ยนตัว วันไหนใครเล่นไม่ดีก็พร้อมจะเปลี่ยนออก

พักครึ่ง เทน ฮาก จึงได้เปลี่ยนทั้ง มาลาเซีย และ จาดอน ซานโช่ ที่เล่นเหมือนกลับไปในช่วงปรับตัวอีกครั้งออก แล้วส่ง ลุค ชอว์ และโดยเฉพาะ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลงมาแทน

ครึ่งหลัง เกมรุก แมนยู ดูจะเร็วและน่ากลัวขึ้นชัดเจน และมาได้ประตูตีเสมอจากตัวสำรองอย่าง แรชฟอร์ด ก่อนเจ้าตัวจะทำแอสซิสต์ให้ทีมได้ลูกที่สอง จากการยิงของอีกสำรองอย่าง อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ถูกเปลี่ยนมาในนาทีที่ 60 

ก่อน แรชฟอร์ด จะทำประตูสุดท้ายของทีมได้ เท่ากับผลงานนัดนี้ของเขาคือ 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ จาก 45 นาที เราขอยกตำแหน่ง แมนออฟเดอะแมตช์ ให้เลย ซูเปอร์ซับจริง ๆ แต่ดูเหมือน แรชฟอร์ด จะไม่ใช่นักเตะ แมนยู ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดจากเกมเมื่อคืนนี้

วันที่ โด้ ไม่มีดวงเรื่องประตู

เขาคือนักเตะที่แฟน ๆ พูดถึงมากที่สุดในเกมเมื่อคืน จากการที่เพื่อนร่วมทีมช่วยกันปั้นให้ยับ ๆ จนทำให้ พี่โด้ มีโอกาสยิงมากถึง 8 ครั้ง มากที่สุดในสนาม แต่เขากลับไม่สามารถเปลี่ยนมาเป็นประตูได้เลย

ดูเหมือนจะจังหวะไม่ดีมีทั้งหมูหกและไม่มีดวง ขนาดยิงจ่อ ๆ ยังชนเสา น่าเสียดายที่เขายังไม่สามารถทำประตูที่ 700 ในการลงเล่นเกมสโมสรอาชีพได้

แต่อย่างน้อย ๆ เมื่อคืนก็ยังมีแอสซิสต์ติดมือมา จากการให้ แรชฟอร์ด ยิงในลูกที่สาม ถ้าไม่ยังงั้นคงโดนกระแสติ-ด่ามากกว่านี้แน่นอน เรียกได้ว่าคำว่า ‘สังขาร’ นี่มันช่วงน่ากลัวจริง ๆ

ทำเสียวท้ายเกม

ช่วงท้ายหลังจากทิ้งห่างได้ 2 ลูก ดูเหมือนผู้เล่น ยูไนเต็ด อาจจะเผลอชะล่าใจ เอาแต่ปั้นให้ พี่โด้ และทีมไม่มีสกอร์เพิ่ม แล้วดันมาเสียประตูให้ โอโมเนีย ได้มีความหวัง

ซึ่งมันมาจากการพลาดเองของผู้เล่น แมนยู อีกแล้ว ครั้งนี้เป็น ลินเดเลิฟ แต่ก็ยังดีที่ ปีศาจแดง ยังสามารถประคองเกมรับในช่วงท้ายเกม ยืนสกอร์ให้จบที่ 3-2 ได้ ทั้งที่บางทีพวกเขาน่าจะยิงได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ

ขอชม ลิซานโดร มาร์ติเนซ

และหนึ่งในคีย์เด่นในเกมรับ หรือเรียกได้ว่าฟอร์มเมื่อคืนสำหรับเรา คันนาน้อย ดูดีพอ ๆ กับ แรชฟอร์ด ด้วยซ้ำ เขายังคงเล่นเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยม สองลูกที่เสีย เขาก็ไม่ได้มีส่วนผิดพลาดส่วนตัวอะไร

และที่เด่น ๆ ขึ้นมาในเกมนี้ก็คือการจ่ายบอลของเขา ลิซารโดร จ่ายบอลจากแดนหลังได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งลูกสั้นและลูกยาว แถมยังมีจังหวะแทงทะลุช่องสวย ๆ ให้ได้เห็น 2-3 ครั้ง จ่ายแต่ละทีทำให้เพื่อนดูเล่นง่ายและมีลุ้น

การีนตีเพิ่มด้วยสถิติที่เขาเป็นนักเตะจ่ายบอลมากที่สุดเกม, จ่ายเข้าพื้นที่คู่ต่อสู้มากสุด, จ่ายบอลยาวแม่นยำที่สุด ทั้งยังมีสถิติการเคลียร์บอลมากที่สุดในเกมอีกด้วย ลิซานโดร ยิ่งทำให้เราเห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ว่าทำไม ยูไนเต็ด ถึงทุ่มข้อเสนอเกือบ 70 ล้านยูโร เพื่อคว้าเขาเข้ามาร่วมทีม

สรุป

สรุปรวมแล้ว นับว่าเป็นชัยชนะที่จริง ๆ ควรจะต้องยิงให้ได้มากกว่านี้อีกซะหน่อย เพราะอีกทีมชื่อชั้นดูห่างกันมากพอสมควร แต่อย่างน้อย ๆ มันก็เป็น 3 แต้มสำคัญใน ยูโรปา ที่น่าจะช่วย แมนยู มีโอกาสสูงในการผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

และการเล่นในนัดนี้ ยังทำให้เราได้เห็นว่าพวกเขายังมีอะไรอีกหลายอย่างให้ต้องพัฒนาและปรับปรุง ซึ่งก็คงจะต้องให้เวลา เอริค เทน ฮาก ได้จัดการกันต่อไป

ท้ายนี้ ก็ต้องมารอดูกันเกมถัดไป คืนวันอาทิตย์นี้ที่จะมีคิวเกม พรีเมียร์ลีก ออกเยือน เอฟเวอร์ตัน ลูกทีม ปีศาจแดง ของ เทน ฮาก จะมีผลงานเป็นอย่างไร? และจะกลับสร้างความประทับใจแบบเต็ม ๆ อีกครั้งได้เลยหรือไม่?

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline