โดยเกมตลอด 90 นาที มีหลายเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ทั้งการจัดทีม รวมไปถึงการเปิดซิงตุงแรกของ อาร์มันโด้ โบรย่า ซึ่งรายละเอียดต่างๆ จะเป็นอย่างไรบ้าง ขอบสนาม ของเราได้รวบรวมมาให้ทุกท่านได้ชมกันแล้ว

พ็อตเตอร์ เปลี่ยนทีม

เชื่อว่าเหล่าคอแฟนเกมแฟนตาซีน่าจะโกรธ เกรมแฮม พ็อตเตอร์ ไม่ใช่น้อย เนื่องจากเจ้าตัวเล่นเปลี่ยนโฉม 11 ตัวจริงไปจากเดิมมากถึง 7 ตำแหน่ง นักเตะคนสำคัญถูกดร็อปเป็นสำรองแทบทั้งแถบไม่ว่าจะเป็น รีซ เจมส์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง หรือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

ซึ่งเกมนี้เป็นอีกนัดที่ปรับมาใช้ปราการหลัง 3 คน ประกอบไปด้วย เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, เทรฟโวห์ ชาโลบาห์ และ คาลิดู คูลิบาลี่ ส่วนในรายของ ติอาโก้ ซิลวา มีไข้ส่งผลให้ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง

ส่วนในรายอื่นๆ ที่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงก็อย่าง คริสเตรยน พูลิซิช, คอเนอร์ กัลลาเกอร์, เมสัน เมาท์ หรือ ไค ฮาเวิร์ตซ์ 

ซึ่งสาเหตุสำคัญทำให้ พ็อตเตอร์ เปลี่ยนผู้เล่นแบบนี้เจ้าตัวบอกว่าอยากให้นักเตะหมุนเวียนลงสนาม และพักบางคนเพื่อความสดกับโปรแกรมที่ถูกอัดแน่น

ข้ามมาที่ฝั่งผู้มาเยือน ดิเอโก้ คอสต้า ได้กลับมาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้งในฐานะกองหน้าตัวจริงของทัพ "หมาป่า" ก่อนที่จะได้รับเสียงปรบมือต้อนรับจากแฟนบอลทั่วทั้งสนาม ส่วนในรายอื่นๆ อยู่กันพร้อมหน้าไม่ว่าจะเป็น อดาม่า ตราโอเร่, กอนซาโล กูเอเดส, มาเตอุส นูเนซ หรือ เจา มูตินโญ่

หลังเกม เชลซี ฟอร์มแจ่ม ไล่ต้อน หมาป่าไป 3 แผล

เปลี่ยนทีม แต่ยังแข็งแกร่ง

อย่างที่กล่าวไปว่า เชลซี ในเกมนี้มีการหมุนเวียนนักเตะหลายตำแหน่งเอามากๆ แต่ทว่าภาพรวมที่ออกมาถือว่าผลงานในสนามยอดเยี่ยมเลยทีเดียว กลายเป็นว่าทุกคนเมื่อได้รับโอกาส ก็ต่างพยายามเค้นฟอร์มเก่งของตัวเองออกมา

เกมในครึ่งแรกอาจดูฝืดไปหน่อยต้องมารอประตูปลดล็อคถึงช่วงทดเจ็บของครึ่งแรก ทว่า 45 นาทีหลังกลายเป็นหนังคนละม้วน นักเตะลงไปเล่นด้วยความกระหายที่มากขึ้น ก่อนบวกเพิ่มได้อีก 2 ประตู อีกทั้งยังเก็บคลีนชีตได้สำเร็จ ซึ่งถ้าจะบอกว่านับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมานี่คงเป็นเกมที่แฟนบอลดูแล้วไม่อึดอัดมากที่สุดเลยก็ว่าได้

สถิติหลังเกมทัพ "สิงห์บลูส์" มีโอกาสจบสกอร์มากถึง 20 ครั้ง ตรงกรอบ 7 หน แปรเปลี่ยนเป็น 3 ประตู อีกทั้งการครองบอล ครองเกม ก็เป็นพวกเขาที่ทำได้ดีว่า เรียกว่าหมดจดทุกรูปแบบ

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการให้โอกาสเหล่านักดาวรุ่งลงสนาม ซึ่งวันนี้จะเห็นได้ว่าเด็กๆ หลายคนที่ได้สัมผัสเกมเติบโตมาจากอคาเดมี่ของสโมสรไม่ว่าจะเป็น เทรฟโวห์ ชาโลบาห์, คอเนอร์ กัลลาเกอร์, เมสัน เมาท์ หรือ รูเบน ลอฟตัน ชีค แม้จะไม่ถูกจัดเป็นดาวรุ่งแต่ก็คือหนึ่งในผลผลิตของสโมสรที่เกมนี้ฝีเท้าโดดเด่นมากเหลือเกิน

แน่นอนแนวทางแบบนี้ของ พ็อตเตอร์ น่าจะทำให้ถูกใจแฟนบอลมากพอสมควร บวกกับผลการแข่งขัน และฟอร์มที่ออกมายอดเยี่ยม ไม่แปลกที่จะเป็นคำคืนที่สาวก "สิงห์บลูส์" จะยิ้มแก้มปริกับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนาม

โบรย่า เปิดซิงตุงแรก

อีกหนึ่งผลผลิตจากค็อบแฮมที่ได้รับโอกาสลงสนามกับทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลนี้ ย้อนกลับไปชื่อของ โบรย่า หัวหอกจากแอลเบเนียน่าจะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูแฟนบอลเท่าไหร่นัก เพราะด้วยการเป็นดาวรุ่ง บวกกับถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นในลีกดัตซ์กับ วิเทสส์ อาร์เน่ม ทำให้ไม่ถูกจับตามองจากสื่อ และแฟนบอลมากนัก

จนกระทั่งซีซั่นก่อนเป็น เซาแธมป์ตัน จัดการยืมตัวไป ก่อนเจ้าตัวจะตอบสนองผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ลงเล่นไป 38 เกม ทำไปได้ 9 ประตู พร้อมผลงานในสนามที่เรียกได้ว่าสอบผ่านแบบฉลุย 

ซึ่งด้วยผลงานที่จับต้องได้ทำให้ เชลซี เลือกเก็บไว้ใช้งานเองในซีซั่นนี้ แต่ทว่าด้วยการแข่งขันในทีมที่ค่อนข้างสูง บวกกับในทีมมีกองหน้ารุ่นเก๋ให้ได้เลือกใช้ ทำให้โอกาสส่วนใหญ่ของ โบรย่า คือการถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรอง 

ก่อนที่เกมล่าสุดจะจัดการเปิดซิงตุงแรกได้สำเร็จ แน่นอนเขายอมรับเลยว่ามันราวกับความฝันที่เป็นจริงในการทำประตูภายใต้ยูนิฟอร์มของทีมที่เขาเข้ามาเป็นสมาชิกตั้งแต่ 8 ขวบ

หลังจากนี้เชื่อว่าโอกาสของเขาในการลงสัมผัสเกมจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ และในสไตล์ของ พ็อตเตอร์ ใครซ้อมดี ลงเล่นแล้วมีผลงาน โอกาสก็มักจะถูกส่งมอบมาถึงตัวในไม่ช้า

หลังเกม เชลซี ฟอร์มแจ่ม ไล่ต้อน หมาป่าไป 3 แผล

พ็อตเตอร์ ดีขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากออกสตาร์ทคุมทีมเกมแรกเสมอกับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก รวมไปถึงบุกชนะ คริสตัล พาเลซ เมื่อสัปดาห์ก่อน ผลงานของ พ็อตเตอร์ ก็ถือว่ายังคงถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่เพรียงพร้ำปราชัยให้กับใคร ซึ่งเหตุผลสำคัญคือรูปแบบการเล่นที่ยังไม่ลงตัว ผลงานในสนามที่ดูหืดไปหมดไม่แปลกที่จะโดนตำหนิอยู่บ้าง

ทว่าหลังมีการปรับเปลี่ยนทีม ทำความเข้าใจกับลูกทีมถึงแท็คติกได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เราเลยได้เห็น เชลซี ในเวอร์ชั่นที่แตกต่างออกไป เกมรับมีความเหนียวแน่น เกมรุกยกระดับมาตรฐานของตัวเองขึ้นมาได้เป็นอย่างดี

2 เกมหลังสุด ถลุงไป 6 ประตู พร้อมเก็บคลีนชีตได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงนักเตะดาวรุ่งอย่าง กัลลาเกอร์ หรือ โบรย่า ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมได้แล้ว ที่สำคัญคือการกล้าเปลี่ยน กล้าลอง และกล้าโรเตชั่น ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไปของ พ็อตเตอร์

ต่อจากนี้ต้องดูว่าทีมของ พ็อตเตอร์ จะพัฒนา และต่อยอดไปได้มากขนาดไหน ซึ่งคงต้องดูกันอีกยาวๆ แต่นี่น่าจะเป็นห้วงเวลาที่แฟนบอล เชลซี พอที่จะได้หัวใจพองโตกันบ้างแล้ว

- Paolinho -
 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline