โดยสถานการณ์ล่าสุดของพวกเขาคือการร่วงไปเล่นในศึกยูโรปาลีก อีกครั้ง ภายหลังผลงานในถ้วยใหญ่ลงสนามไป 5 นัด เก็บไปได้เพียง 4 คะแนนเท่านั้น เป็นอันว่าทีมของ ชาบี หยุดเส้นทางไว้เพียงเท่านี้ และกลายเป็นการฉายภาพซ้ำจากเมื่อปีก่อน
ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2021-22 บาร์เซโลน่า เกิดปัญหามากมาย โดยเฉพาะผลงานในสนามภายใต้การคุมทีมของ โรนัลด์ คูมัน ซึ่งถ้ามองแค่ในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก กลายเป็นความน่าผิดหวังอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับพวกเขาทั้งที่ถูกจับฉลากมาอยู่ในกลุ่มที่ก็ไม่ได้หินจนเกินไปประกอบไปด้วย บาเยิร์น มิวนิค, เบนฟิก้า และ ดิมาโม เคียฟ
ทว่าด้วยการออกสตาร์ท 2 เกมแรกด้วยการพ่ายรวด แม้จะพยายามมาเร่งเครื่องในช่วงหลัง อีกทั้งมีการเปลี่ยนมือกุนซือจาก คูมัน มาเป็น ชาบี ก็ไม่อาจกู้สถานการณ์ได้เป็นอันตกรอบแบ่งกลุ่มครั้งแรกนับตั้งแต่ซีซั่น 2000-2001
เฉกเช่นเดียวกับฤดูกาลนี้ โอเคแหละครับว่าอาจเป็นเรื่องของโชค หรือดวงด้วยส่วนหนึ่งที่จับฉลากมาอยู่ในกลุ่มที่แข็งที่สุดประกอบไปด้วย บาเยิร์น มิวนิค, อินเตอร์ มิลาน และ วิคตอเรีย เพลเซ่น ทว่าภาพที่ออกมามันดูไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่นัก ตัดเกมที่ดวล วิคตอเรีย เพลเซ่น ออกไป เพราะด้วยชื่อชั้นนักเตะห่างชั้นกันมากเหลือเกิน
การดวลกับทีมในระดับใกล้เคียงกันทั้ง "เสือใต้" และ "งูใหญ่" พวกเขาสอบตกเป็นอย่างมาก นับจนถึงตอนนี้การดวลกับ บาเยิร์น 2 เกมแพ้รวดชนิดทำประตูไม่ได้ และโดนถลุงไปถึง 5 ตุง หรือเกมดวล อินเตอร์ ที่เก็บได้เพียงแต้มเดียว ชนิดที่กระเสือกกระสนพอสมควร ฉะนั้นแล้วจึงเป็นที่มาของความล้มเหลวตกรอบแบ่งกลุ่ม 2 ซีซั่นติดต่อกัน
โดยเหตุการณ์ตกรอบ 2 ฤดูกาลติดต่อกันนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี ซึ่งครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นต้องย้อนไปในยุค 90 ช่วงซีซั่น 1997-98 กับ1998-99 ตอนนั้นกุนซือที่กุมบังเหียนมีนามว่า หลุยส์ ฟาน กัล
วกกลับมาที่ผลงานในฤดูกาลนี้ของ บาร์เซโลน่า ซึ่งที่เราเห็นได้ชัดเลยคือปัญหาเกมรับที่เสียไปมากถึง 10 ประตู จาก 5 เกม รวมไปถึงระบบทีมต่างๆ เมื่อมาเจอสโมสรที่เขี้ยวลากดิน มีระบบการเล่นที่ชัดเจน กลายเป็นว่าพวกเขาโดนโหมกระหน่ำอย่างหนัก
อย่างที่ ชาบี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่โดน บาเยิร์น ถลุงล่าสุดว่าทีมของเขายังมีอีกหลายจุดมากๆ ที่ต้องแก้ไข แม้จะมีการนำเรื่องผลงานดีในเกมที่บุกไปเยือน มิวนิค มาพูด แต่ทว่าท้ายที่สุดเกมฟุตบอลนับกันที่การทำประตู ต่อให้รูปแบบในสนามจะสวยงามขนาดไหน แต่เจาะตาข่ายไม่ได้ก็เท่านั้น ไม่มีใครจดจำความสวยงามของผู้แพ้ได้ดีเท้าคนที่ถูกยกมือเป็นฝ่ายชนะ
ส่วน เปดรี้ ยกเรื่องของประสบการณ์มาพูดถึงว่านักเตะในทีมต่างมีประสบการณ์กันน้อย ซึ่งมันย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจในสนาม สุดท้ายมันเลยกลายเป็นภาพที่สรุปได้ง่ายๆ ว่า บาร์เซโลน่า ในตอนนี้ยังดีไม่พอในรับมือกับเหล่าทีมเขี้ยวลากดินต่างๆ
แม้ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาจะมีการเสริมอาวุธหนักอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หรือแข้งรายอื่นๆ เข้ามา แต่ทว่ามวลรวมทั้งหมดทั้งเรื่องของการจับฉลาก และผลงานในสนามมันไม่เป็นดั่งหวัง ฟอร์มร้อนแรงในลีกกับบอลถ้วยมันแตกต่างกันสิ้นเชิง ฉะนั้นแล้วมันก็พอจะบอกว่าได้ระดับของทีมในตอนนี้ยืนอยู่ ณ จุดไหน
แน่นอนการว่าร่วงตกรอบแบ่งกลุ่มในครั้งนี้ย่อมส่งผลในหลายๆ ด้าน ที่สำคัญไม่แพ้ความสำเร็จที่ทีมอยากจะคว้ามาครองคือเรื่องของตัวเงินที่มีการเปิดเผยออกมาว่าทีมจะ สูญเสียรายได้ไปมากถึง 20 ล้านยูโร และแน่นอนว่าต่อให้คว้ายูโรปา ลีก มาครองก็ยังไม่อาจเทียบเท่าได้ในเรื่องของตัวเลขขาเข้า แต่ในอีกมุมมันก็เป็นการทดแทน และมอบรางวัลบางอย่างให้แฟนบอลที่จงรักภักดีต่อทีม
จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับ บาร์เซโลน่า ย่อมเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์พอสมควรกับแชมป์เก่า 5 สมัย เพราะถ้าย้อนกลับไปช่วงหลายปีหลังรอบ 8 ทีมสุดท้ายคือต้องมีชื่อของพวกเขาไปปรากฎอยู่เสมอมา พร้อมถูกมอบเป็นหนึ่งในตัวเต็งมาทุกครั้งในการเอื้อมมือไปคว้าโทรฟี่ ทว่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกลายเป็นภาพที่แตกต่างออกไป
อย่างไรก็ตามด้วยความเป็น บาร์เซโลน่า เชื่อว่าเหล่าผู้บริหารคงจะไม่ให้ทีมเหยียบย่ำอยู่กับที่แบบนี้ต่อไปอีกแน่ ซึ่งทีมเองคงต้องทำอะไรสักอย่างให้กลับไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง
ส่วนอนาคตของ ชาบี เอร์นานเดซ แม่้จะทำทีมร่วงตกรอบ แชมเปี้ยนส์ลีก แบบสร้างความผิดหวังยกใหญ่ให้กับแฟนบอล แต่ในเรื่องของความมั่นคงสำหรับตัวเขากับเก้าอี้กุนซือของทีมยังคงแข็งแกร่งไม่ถูกปลดออกจากตำแหน่งง่ายๆ แน่
เหตุผลสำคัญคือระบบแบบแผนที่ตอนนี้กำลังดำเนินไปในทิศทางของตัวเอง รวมไปถึงนักเตะที่ดึงเข้าสู่ทีมกำลังอยู่ในกระบวนการพัฒนาแบบต่อเนื่องทั้ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, ฟร้อง เคสซิเย่, ฌูลส์ กุนเด้ หรือ มาร์กอส อลอนโซ่
ส่วนอีกประการคือผลงานในลาลีกา สเปน ที่ต้องบอกว่าร้อนแรงมากพอสมควร แม้จะรั้งอันดับ 2 ของตาราง แต่ทว่าผลงานที่เจ้าตัวรังสรรค์ออกมาถือว่ายอดเยี่ยมกวาดไปถึง 28 คะแนน จากการลงสนาม 11 นัด ตามหลัง เรอัล มาดริด เพียง 3 คะแนน เท่านั้น และถ้ายังคงความร้อนแรงไว้ได้ก็มีโอกาสแซงได้ทุกเมื่อเช่นกัน
ทางฝั่ง โจน ลาปอร์ต้า เองก็ยังคงหนุนหลัง ชาบี แบบเต็มที่ตามคำให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่า "เรารู้ดีว่ามันเป็นในช่วงของการสร้างทีม มันย่อมต้องเจอกับช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน แต่สิ่งที่เราอยากบอกแฟนๆ ก็คือการมองไปยังข้างหน้า ชาบี จะทำให้เด็กหนุ่มทุกคนที่เล่นในทีมเติบโตขึ้นไปอีก"
จากนี้ทัพ "อาซูลกราน่า" คงมุ่งเน้นไปที่เวทีลาลีกา เป็นใหญ่อย่างแน่นอน แต่ทว่าในยูโรปา ลีก เองพวกเขาก็คงไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ เพราะอย่างน้อยก็เป็นหนึ่งในความสำเร็จให้ ชาบี ไล่ล่านับหนึ่งในการคว้าโทรฟี่แรกกับทีมในฐานะกุนซือ
แต่อย่างไรก็ตามการร่วงตกรอบแบ่งกลุ่ม แชมเปี้ยนส์ลีก แบบ 2 ฤดูกาลติดต่อกัน ย่อมเป็นเครื่องเร่งด่วนให้ทีมต้องตามแก้ไข เพื่อไม่ให้ทุกอย่างมันซ้ำรอยจนเกิดเป็นครั้งที่ 3 ในฤดูกาลหน้า
ทว่าจะแก้ไขไปในทิศทางไหน จะดึงใครเข้ามาเสริม จะแต่งเติมทีมอย่างไร บาร์เซโลน่า ในอนาคตอันใกล้คงน่าสนใจไม่น้อย
แต่ตอนนี้โฟกัสทุกอย่างกำลังกลับไปที่การไล่ล่าบัลลังก์แชมป์ลาลีกา ให้กลับมาอยู่ในการครอบครองของพวกเขาอีกครั้ง
- Paolinho -















