ตามรายงานข่าวล่าสุดระบุว่าทีมดังจากเอชียอย่าง อัล นาสเซอร์ ได้ยื่นข้อเสนอมาให้ซูเปอร์สตาร์รายนี้พิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นตัวเลขก้อนโตที่จะทำให้ โรนัลโด้ กลายเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังได้เลย
ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราในวันนี้จะพาไปส่องแง่มุมดีๆ ที่จะเกิดขึ้นในกรณีที่ชายวัย 37 ปี เลือกทางเดินใหม่กับการออกไปค้าแข้งในดินแดนเอเชียตะวันออกกลาง ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย
โกยเงินก้อนโต
ประเด็นเริ่มแรกที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเรื่องของตัวเงินที่ทางฝั่ง อัล นาสเซอร์ พร้อมทุ่มแบบสุดตัวในการคว้าซุปเปอร์สตาร์รายนี้มาครอง โดยตัวเลขที่ทางสื่อรายงานออกมาระบุว่าทีมจาก ซาอุฯ พร้อมประเคนตัวเลข 200 ล้านยูโร ต่อปีให้กับดาวเตะรายนี้
แน่นอนว่าตัวเองดังกล่าวมันมากพอที่จะสถาปนา โรนัลโด้ ให้กลายเป็นนักฟุตบอลที่ได้รับค่าเหนื่อยแพงที่สุดในโลกทันที และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ 5-10 ปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย เขาจะยังคงรักษาสถิติเรื่องนี้เอาไว้ได้ เพราะตัวเลขดังกล่าวนั้นถือว่าสูงเกินกว่าที่สโมสรทั่วไปจะยอมจ่ายออกไปได้
แม้ในยุโรปเราจะเห็นทีมบุญทุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด หรือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต่างมอบค่าเหนื่อยสูงๆ ให้กับแข้งเบอร์ต้นของทีม แต่มันก็ยังไม่อาจสูง หรือแม้แต่ขยับเข้าใกล้ตัวเลขที่ อัล นาสเซอร์ พร้อมจ่ายให้กับสตาร์ทีมชาติโปรตุเกสรายนี้แม้แต่นิดเดียว
มองในแง่ของตัวเลขแน่นอนว่ามันยากที่จะปฏิเสธได้ บวกกับอายุของ โรนัลโด้ ที่ 37 ปีแล้ว แม้ที่ผ่านมาตลอด 20 กว่าปีของเขาจะโกยเงินจนชีวิตนี้ไม่อาจใช้ได้หมดแล้วก็ตาม มันก็ย่อมเป็นสิ่งที่หอมหวานในการยั่วยวนให้เขามาเริ่มนับหนึ่งกับฟุตบอลอาชีพในเอเชียเป็นครั้งแรกในบันปลายของการค้าแข้ง
สร้างสถิติ
นอกจากเรื่องสถิติการได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดในโลกแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจในการไล่ล่าตามประสาคนชอบล้มสถิติอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือการทำประตู, ความสำเร็จ และรางวัลในแง่มุมต่างๆ
ลองไปไล่เรียงค้นประวัติของ อัล นาสเซอร์ พบว่าเจ้าของสถิติทำประตูสูงสุดให้กับสโมสร ณ ตอนนี้คือ อับเดอร์ราซัค ฮัมดัลลา ที่จำนวน 112 ประตู ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นตัวเลขที่สูงเกินไปในการที่จะให้ โรนัลโด้ ไต่ระดับไปถึงจุดดังกล่าว
ทว่ากับชาร์ตดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของสโมสร โรนัลโด้ สามารถมองไปถึงขั้นติดท็อปทรีได้แบบสบายๆ เพราะในตอนนี้อันดับ 3 ครอบครองโดย จูเลียโน่ ที่จำนวนเพียง 31 ตุงเท่านั้น ซึ่งกับกำแพงตรงนี้ดาวเตะที่ชื่นชอบสะสมหลักไมล์สถิติน่าจะก้าวขึ้นมาท้าทายได้แบบไม่ยากเย็นมากนัก
ทั้งระดับฝีเท้าของตัวเอง แม้อายุที่เข้าสู่วัย 37 ย่าง 38 แล้ว ทว่ากับเกรดฟุตบอลที่ต่ำลงมา เชื่อว่า โรนัลโด้ สามารถรังสรรค์ผลงานสถิติใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นแบบไม่ยากเย็นนัก
หรือมองกันในแง่ของความสำเร็จ อัล นาสเซอร์ พวกเขายังไม่เคยเอื้อมมือไปคว้าตำแหน่งแชมป์ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เลย เคยไปไกลสุดคือรองแชมป์เมื่อปี 1995 ซึ่งถ้า โรนัลโด้ เข้ามา และสามารถพลิกโฉมประวัติศาสตร์ของสโมสรได้
แน่นอนว่าเขาจะถูกจารึกชื่อเป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าจดจำในเรื่องของความสำเร็จอีกด้วย
ประสบการณ์ใหม่ๆ
อย่างที่เราทราบกันว่าเส้นทางอาชีพการค้าแข้งของ โรนัลโด้ คือการลงเล่นกับฟุตบอลในระดับสูงมาโดยตลอดทั้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด หรือ ยูเวนตุส โดยเฉพาะในเวที แชมเปี้ยนส์ลีก จนถึงขั้นถูกขนานนามว่าเป็น มิสเตอร์ แชมเปี้ยนส์ลีก ไปโดยปริยาย จากสถิติ หรือความสำเร็จที่เจ้าตัวทำได้
และยิ่งกับข่าวก่อนหน้านี้ที่มีออกมาว่า โรนัลโด้ ต้องการย้ายไปสู่สโมสรที่ได้เล่นในเวที แชมเปี้ยนส์ลีก ยิ่งเป็นการตอกย่ำให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าเขายังคงต้องการมีชื่อ และเดินหน้าล่าสถิติต่างๆ ต่อไปกับฟุตบอลหัวแถวของยุโรป
ทว่ากับข่าวที่มันเกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้กับ อัล นาสเซอร์ ซึ่งถ้าทุกอย่างมันลงเอยด้วยการที่เจ้าตัวเลือกมาหาความท้าทายใหม่ๆ มันคงเป็นกระแสที่ยังไงเสียทุกแสงสปอร์ตไลท์ย่อมส่องมาหาที่ตัวเขา แบบไม่ได้นัดหมาย
จากนักเตะที่โลดแล่นในยุโรปมาตลอด 20 กว่าปี โยกย้ายมาวาดลวดลายในเวทีเอเชีย แน่นอนสิ่งที่เขาจะได้รับจะเปลี่ยนจากเดิมไปในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม, สไตล์ฟุตบอล และความแปลกใหม่ของการแข่งขันที่เขาเองไม่เคยพบเจอ
มองในมุมนั้นมันก็มีความน่าสนุกปะปนอยู่ อีกทั้งยังเป็นการออกจากเซฟโซนของตัวเองที่ปักธงเล่นในยุโรปมาตลอด
ทว่าในอีกเหลี่ยมมุมมันก็อาจไม่ต่างอะไรจากที่เขากลืนน้ำลายตัวเองด้วยการหันหลังให้ฟุตบอลระดับสูง สู่เส้นทางใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมแบบสุดขั้ว
ปลุกกระแสบอลตะวันออกกลาง
ถ้าจะให้เรานึกถึงฟุตบอลในทวีปเอเชียส่วนใหญ่คงมุ่งเป้าไปที่ เจลีก ญี่ปุ่น หรือไชนีช ซูเปอร์ลีก ที่ก่อนหน้านี้มีแข้งดังๆ พาเหรดกันไปค้าแข้งโกยเงินหยวนกันหลายราย
ซึ่งนักเตะดังๆ ส่วนใหญ่ที่ไปเล่นในญี่ปุ่นก็เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยบั้นปลายอาชีพไม่ว่าจะเป็น อันเดรส อิเนียสต้า, ลูคัส โพดอลสกี้, ดาบิด บีย่า หรือ เฟร์นานโด ตอร์เรส
ส่วนฝั่งเมืองจีนปัจจัยสำคัญคงเป็นเรื่องเงินที่ดึงดูดเหล่ายอดแข้งให้ไหลไปรวมที่นั่นไล่เรียงมาพอหอมปากหอมคอก็อย่าง ออสก้าร์, รามิเรส, เปาลินโญ่ หรือ คาร์ลอส เตเบซ
ทว่ากับฝั่งตะวันออกกลางมันแทบจะน้อยครั้งที่นักฟุตบอลดังๆ จะโยกย้ายไปเล่น ซึ่งถ้าจะเอาในช่วงเร็วๆ นี้คงจะเป็น ชาบี เอร์นาเดซ กับ อัล ซาดด์ หรือ มิราเลม ปานิช ที่ย้ายซบ ชาร์จาห์ เอฟซี
แน่นอนว่าถ้า อัล นาสเซอร์ ได้ตัว โรนัลโด้ ไปร่วมทีมจริงคงเป็นเหมือนเป็นการจุดกระแสความฟีเวอต์ของแฟนบอลให้ร้อนแรงมากไปกว่าเดิม ความคึกคักของฟุตบอลในดินแดน ซาอุดิอาระเบีย คงระอุมากกว่าเดิมหลายร้อยเท่าตัว คราวนี้แฟนบอลคงอัดแน่นเดินเข้าสนาม เมอร์ซูล พาร์ค แบบเต็มความจุ 25,000 ที่นั่ง ชนิดแย่งกันซื้อตั๋วเพื่อมาชมลีลาแบบสุดๆ จาก โรนัลโด้
นอกจากนั้นการมาของ โรนัลโด้ คงเหมือนใบเบิกทางที่ช่วยให้นักเตะดังๆ อีกหลายคนตบเท้าอยากจะย้ายมาโชว์เพลงแข้งที่ดินแดนแห่งนี้ กลายเป็นอีกทางเลือกที่ยอดเยี่ยมไม่ใช่มีเพียง เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ เท่านั้นในการดูดแข้งดังในบั้นปลายไปโชว์ผลงาน
และนี่คือทั้งหมดเรื่องราวแง่บวกในกรณีที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตัดสินใจโยกย้ายมาหาประสบการณ์ใหม่ๆ กับ อัล นาสเซอร์
ซึ่งอนาคตอันใกล้นี้เราคงจะได้คำตอบกันว่า "พี่โด้" จะบินข้ามน้ำข้ามทะเลสู่อีกหนึ่งบทบาทใหม่ในฟุตบอลเอเชียหรือไม่
- Paolinho -















