เปเล่ ผู้ที่เคยพา บราซิล คว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 3 สมัย ยิงประตูมากกว่า 1,000 ลูก บนเส้นทางลูกหนัง

หรือ จะเป็นตำนาน แฮน ออฟ ก็อด และ ลูกโซโล่เลี้ยงเดี่ยวของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ยังถูกกล่าวขานมาให้ลูกหลานได้ฟังจนถึงวันนี้

แต่ไม่มีใครหนีความจริงที่ว่า สังขารไม่เที่ยง ได้เลย 

เพราะคลื่นลูกเก่าหมดไป ก็กลายเป็นคลื่นลูกใหม่ซัดเข้ามา

ซึ่งคลื่นเก่าที่ว่านั้น ก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ สองซูเปอร์สตาร์แห่งยุค ที่ยืนระยะสร้างความสำเร็จมาอย่างยาวนาน 15-16 ปี

โดยเฉพาะ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ตอนนี้กำลังถูกกล่าวขาน และ ยกย่อง ไปทั่วทุกสารทิศ เพราะแฟนบอลหลายๆคน ต้องการให้ คิง เลโอ จบชีวิตค้าแข้ง ด้วยความยิ่งใหญ่ นั่นคือการคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก ที่เขาตามหามาทั้งชีวิตให้ได้

เพราะในนามสโมสร เมสซี่ ไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นอีกแล้ว ทั้งสมัยอยู่กับ บาร์เซโลน่า และ ปัจจุบันกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 

แชมป์ ลา ลีกา สเปน 10 สมัย
แชมป์ ลีก เอิง ฝรั่งเศส 1 สมัย
แชมป์ โกปา เดล เรย์ 7 สมัย
แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย
แชมป์ สโมสรโลก อีก 3 สมัย

นี่แค่โทรฟี่ คว้าแชมป์ คร่าวๆของ เมสซี่ ฟังแล้วยังดูเหนื่อย ยิ่งเกียรติประวัติส่วนตัวไม่ต้องพูดถึง

บัลลง ดอร์ : 7 ครั้ง
ยิงประตูมากสุดตลอดกาลของ บาร์ซ่า : 672 นัด
ลงเล่นให้ บาร์ซ่า มากสุดตลอดกาล : 778 นัด
ทำประตูมากกว่า เปเล่ และ โรนัลโด้ แบบไม่นับจุดโทษ

ไหนจะมีรางวัล และ สถิติอื่นๆอีกเพียบที่ไม่ยกขึ้นมาให้เห็น เพราพูดกัน 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่ครบ 

หรือ ต่อให้พูดทั้งหมด ก็คงจะเสียเวลา เพราะทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว 

จากเด็กวัยรุ่นนรกแตก ลากเลี้ยงกินตัวคู่แข่งเป็นว่าเล่น สู่ชายวัยกลางคน อายุ 35 ปี ที่ปรับบทบาทมาเป็นเหมือนเพลย์เมกเกอร์ 

แต่ต้องปรบมือพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ เมสซี่ ที่ยังสามารถรักษาฟอร์มได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง และ มาตรฐานยังสูงเสมอ

ปกติในวัย 35 ปี ควรจะต้องเข้าสู่ขาลงแล้ว แต่สำหรับ เมสซี่ เขาได้แหกทฤษฎีนั้นไปเรียบร้อย

เพราะ ฟุตบอลโลก 2022 ประเทศกาตาร์ .. เมสซี่ งัดร่างเทพอีกครั้ง จากเกมแพ้ ซาอุดิอาระเบีย 0-1 สู่การระเบิดฟอร์ม ชนะรวด จนผ่านมาถึงรอบชิงชนะเลิศ รอพบกับทีมชาติฝรั่งเศส 

เมสซี่ ไม่ใช่แค่งัดฟอร์มเทพ แต่มันคือ ร่างทอง ที่เป็น เดอะ แบก ของ อาร์เจนติน่า ด้วยผลงานดังนี้

-  คว้า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ได้มากถึง 4 เกม
-  ซัดไปแล้ว 5 ประตู บนเวที เวิลด์ คัพ 2022
-  ผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทั้งยิงและแอสซิสต์ในฟุตบอลโลก ภายในหนึ่งเกม ได้ถึง 4 ครั้ง นับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติเมื่อปี 1966 

- เป็นดาวซัลโวสูงสุดของ อาร์เจนติน่า ในศึก ฟุตบอลโลก ทำ 11 ประตู แซงหน้า กาเบรียล บาติสตูต้า ที่เคยทำไป 10 ลูก
-  ลงสนามในศึกฟุตบอลโลกเทียบเท่า โลธาร์ มัทเธอุส 25 เกม

เหมือนทุกอย่าง จะเข้าทาง และ ปูพรมแดงให้กับ เมสซี่ พา อาร์เจนติน่า คว้าแชมป์แบบยิ่งใหญ่ใช่ไหมล่ะครับ

แต่กระนั้น ทางฝั่งคู่แข่งอย่าง ฝรั่งเศส ไม่มียอมแน่นอน โดยเฉพาะ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ ที่พร้อมประกาศศักดา ว่าโลกฟุตบอลยุคใหม่ กำลังจะก้าวขึ้นมาแทนที่อย่างเต็มตัวแล้ว

เพราะ เอ็มบัปเป้ ก็โชว์ฟอร์มไม่ได้ด้อยไปกว่า ลิโอเนล เมสซี่ เลยสักนิด ในศึก ฟุตบอลโลก 2022 การที่ทีมชาติฝรั่งเศส ผ่านเข้ามาป้องกันแชมป์ ก็มีเขานี่แหละที่เป็น เดอะ แบก ทั้งยิงไปแล้ว 5 ประตู นำเป็นดาวซัลโวร่วมกับ เมสซี่ ทั้งแอสซิสต์ให้กับเพื่อน และ เป็นคนสำคัญที่ทำให้ทีมได้ประตูอยู่เสมอ

ให้รางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ที่ได้ทั้งหมด 3 ครั้ง เป็นคำตอบ ว่าเขาเก่งกาจขนาดไหน

ตำนานหลายๆคน ต้องใช้เวลา ฟุตบอลโลก มากกว่า 3 ครั้ง ถึงจะยิงประตูได้เกิน 10 ลูก แต่กับ เอ็มบัปเป้ เขาลงเล่น เวิลด์ คัพ แค่ 2 หน แต่กระซวกไส้คู่แข่งไปแล้ว 9 ตุง กับอายุเพียงแค่ 23 ปี เท่านั้น

ไม่ใช่แค่จะยิงเกิน 10 ประตู แต่ น้องเป้ ยังลุ้นทำลายสถิติดาวซัลโวสูงสุดของ ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานหัวหอกทีมชาติเยอรมัน เคยทำเอาไว้ที่ 16 ลูก เลยด้วยซ้ำ เพราะถ้าไม่เจ็บ ไม่ป่วย เอ็มบัปเป้ ยังสามารถมาโลดแล่นบนเวที เวิลด์ คัพ ได้อีกอย่างน้อยๆ 2 สมัย

ดังนั้น ฟุตบอลโลก หนนี้ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ ก็หมายมั่นปั้นจะพา ฝรั่งเศส สร้างประวัติศาสตร์เป็นชาติแรก ที่สามารถป้องกันแชมป์ ฟุตบอลโลก ได้สำเร็จ ต่อจาก บราซิล ชุดตำนานที่คว้าแชมป์ 2 ครั้งซ้อน เมื่อปี 1958 และ 1962

เพราะ น้องเป้ ก็อยากจะจารึกตัวเอง เป็นหนุ่มวัย 23 ปี ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของโลก เนื่องจากเขาคว้ารางวัลมาเกือบจะครบแล้ว ไม่ว่าจะเป็น

แชมป์ ลีก เอิง ฝรั่งเศส 5 สมัย
แชมป์ เฟร้นช์ คัพ 4 สมัย
แชมป์ เฟร้นช์ ลีก คัพ 4 สมัย
และ แชมป์ ฟุตบอลโลก 1 สมัย 

ขาดเพียงแค่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้น แต่ถ้า ฝรั่งเศส สามารถป้องกันแชมป์ได้ล่ะก็ มันจะเป็นโทรฟี่ ที่ชะโลมแทนหัวใจของ เอ็มบัปเป้ ได้เป็นอย่างดี และ ที่สำคัญมันอาจทำให้เขาคั่วรางวัล บัลลง ดอร์ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของ เมสซี่ ถึง 7 สมัย ก็ได้

แต่ก็นั่นแหละครับ เพราะคู่แข่งคือ อาร์เจนติน่า ที่ เมสซี่ ก็ต้องการแชมป์นี้มากที่สุดในชีวิต

บางทีการเดิมพันระหว่าง อาร์เจนติน่า กับ ฝรั่งเศส มันไม่ใช่แค่ว่าใครแชมป์หรอกว่า เพราะมันอาจจะเป็นการดวลกันให้รู้แล้ว รู้รอดไปเลยว่า ยุคเก๋าที่ยืนหยัดมา 15 ปี กับ ยุคใหม่ ที่จะก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่ ใครมันจะประสบความสำเร็จ

ที่สำคัญมันคือการดวลกองหน้าระหว่างยุคใหม่ กับ ยุคเก๋า แห่ง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ใครจะเข้าวินไปแชมป์ไปครอง วันอาทิตย์นี้รู้กัน

ฮาย ฮาวดี้

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline