ซึ่งถือว่าเป็นอีกเกมที่พลพรรคทัพ "ปืนใหญ่" ทำผลงานกันได้แบบสุดไฉไลดีเหลือเกิน แม้จะเป็นฝ่ายตามหลังไปก่อน ทว่าก็มารัวยิงประตูคืนในช่วงครึ่งหลังพร้อมนั่งแท่นจ่าฝูงต่อไป
ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราจะพาไปเก็บตกไฮไลท์หลังเกม ลอนดอน ดาร์บี้ นัดนี้กันว่ามีประเด็นไหนบ้างที่น่าสนใจ ไปติดตามกันได้เลย
การจัดทัพ
เริ่มต้นที่รูปแบบการจัดทัพของทั้งสองฝั่ง ซึ่งก่อนเกมอย่างที่แฟนบอลทราบกันว่าข่าวร้ายของ อาร์เซน่อล คือการขาด กาเบรียล เชซุส กองหน้าคนสำคัญที่ได้รับบาดเจ็บพักยาวไป ทำให้ มิเกล อาร์เตต้า เหลือกองหน้าตัวเป้าให้ใช้งานเพียงแค่คนเดียวคือ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียร์ ซึ่งจำเป็นต้องส่งลงเพื่อล่าตาข่ายของคู่แข่ง
ส่วนในรายอื่นๆ ยังคงอยู่ในพร้อมหน้าแผงเกมรุกนำมาโดย บูกาโย่ ซาก้า, มาร์ติน โอเดการ์ด และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ พร้อมหน่วยสนับสนุนทั้ง กรานิต ชาก้า และ โธมัส ปาร์เตย์ แผนกเกมรับอยู่กันพร้อมหน้าทั้ง คีแรน เทียร์นี่ย์, วิลเลียม ซาลิบา, กาเยรียล มากัญเญซ และ เบน ไวท์
ข้ามที่ฝั่งทัพ "ขุนค้อน" เกมนี้ มิคาเอล อันโตนิโอ เช็คความฟิตผ่านได้โอกาสออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง เล่นเกมรุกร่วมกับ จาร็อด โบเว่น, ลูคัส ปาเกต้า และ ซาอิด เบนราห์ม่า
ค้อนลูบคมปืน
เกมที่ออกสตาร์ทต้องบอกว่าเป็น อาร์เซน่อล ที่ดูดีกว่าชัดเจน แถมมีช็อตที่พาบอลไปซุกก้นตาข่ายได้แล้ว ทว่าโดนริบกลับไป ซึ่งหลังจากนั้นก็เป็นเจ้าบ้านที่ครองบอลเปิดเกมรุกพยายามตามหาประตูแรก
ทว่าจุดเปลี่ยนมาอยู่ตรงที่ เวสต์แฮม มาได้จุดโทษ ก่อนเป็น โบเว่น สังหารเข้าไปพาทัพ "ขุนค้อน" ขึ้นนำไปก่อน ก่อนที่ในช่วงครึ่งหลังเหมือนปืนที่ถูกค้อนมาแหย่รัง ลงมาเล่นใน 45 นาทีหลังด้วยความเกรี้ยวกราด และดุดันดีเหลือเกิน ก่อนมารัว 3 ประตูเอาคืนแบบทบต้นทบดอกจาก ซาก้า, มาร์ติเนลลี่ และ เอ็นเคเทียร์
ซึ่งต้องบอกว่าทั้ง 3 ประตูของ "ปืนใหญ่" เป็นจังหวะสุดสวยแทบทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นการหลอกยิงมุมแคบของ มาร์ติเนลลี่ ที่เลือกเล่นช็อตที่ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ ปิดเสาแรกไม่ดีพอ หรือประตูตอกฝาโลงของ เอ็นเคเทียร์ ก็ถือว่าระดับ 5 ดาวไม่แตกต่างกัน
อองเคเทียร์ !
อย่างที่ได้กล่าวไปว่า กาเบรียล เชซุส หัวหอกผลงานแรงของ อาร์เซน่อล ต้องเข้าโรงหมอรักษาอาการบาดเจ็บ บวกกับทีมยังคงไม่สามารถแต่งเติมเสริมเกมรุกได้ในตอนนี้ ฉะนั้นตัวเลือกเดียวอย่าง เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียร์ คงดูดีที่สุดแล้วในชั่วโมงนี้
ด้วยผลงานที่ผ่านมาแฟนบอลอาจตั้งข้อสงสัยในตัวของแข้งรายนี้ว่าจะสามารถทดแทนการขาดหายไปของ เชซุส ได้หรือไม่ เพราะว่ากันตามตรงว่าเรื่องของฝีเท้า กองหน้าวัย 23 ปี ยังคงต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมากเหลือเกิน
ทว่าในเกมกับ เวสต์แฮม ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ผลงานของ เอ็นเคเทียร์ ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวมีโอกาสทำประตูไปทั้งหมด 4 ครั้ง อีกทั้งจ่ายบอลสำเร็จมากถึง 92%
และแน่นอนว่าไฮไลท์คงอยู่ที่ประตูปิดท้าย 3-1 ที่ทำได้ พลางทำให้นึกย้อนไปถึงอดีตกองหน้าตำนานของ อาร์เซน่อล อย่าง เธียร์รี่ อองรี ที่ใช้ตัวบังคู่แข่ง ก่อนหมุนไปเล่นบอลพร้อมการจบสกอร์ที่เฉียบขาด ถือว่าเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่สวยงามสำหรับเขา
สถิติที่น่าสนใจระบุว่า เอ็นเคเทียร์ ทำไปได้ถึง 11 ประตู จากการลงสนามเป็นตัวจริง 11 เกมล่าสุดในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม อีกทั้งจากจำนวนดังกล่าวมาจากโอกาสยิงเข้ากรอบเพียง 16 ครั้ง เท่านั้น
ครองจ่าฝูงถึงปีใหม่
ก่อนที่ฤดูกาลนี้จะเริ่มต้นขึ้นถ้าจะบอกว่า อาร์เซน่อล จะยึดครองจ่าฝูงพร้อมมีคะแนนทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงวันบ็อกซิ่ง เดย์ ต่อด้วยคืนข้ามปีใหม่ คงจะเป็นเรื่องจินตนาการไม่ใช่น้อย
ทว่ากับความยอดเยี่ยมของพวกเขามันส่งผลให้ได้เห็นแล้วว่าทัพ "ปืนใหญ่" มีความสม่ำเสมอเป็นอย่างมาก อีกทั้งยึดหัวหาดนั่งแท่นจ่าฝูงได้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งผลจากการเอาชนะ เวสต์แฮม ทำให้ตอนนี้พวกทำคะแนนหนีห่าง แมนฯ ซิตี้ ไปไกลถึง 8 คะแนนเต็ม แม้จะลงสนามมากกว่าอยู่ 1 เกม ก็ตาม
ฉะนั้นแล้วส่งผลให้ อาร์เซน่อล จะยึดครองจ่าฝูงอย่างน้อยๆ ก็คือการข้ามผ่านปี 2022 ไปได้อย่างแน่นอน แม้จะมีโปรแกรมลงสนามในปีนี้อีก 1 เกมคือการบุกไปเยือน ไบร์ทตัน ก็ตาม
ซึ่งจะว่าไปนี่คงเป็นเหมือนของขวัญที่ มิเกล อาร์เตต้า และนักเตะมามอบให้กับแฟนบอลทุกคน แม้จะเพิ่งผ่านมายังไม่ถึงครึ่งทางดี แต่อย่างน้อยทิศทางทุกอย่างมันย่อมชวนนึกฝันถึงความสำเร็จได้อยู่บ้าง
เวนเกอร์ คัมแบ็ค
นอกจากชัยชนะแบบสุดสวยหรู บวกกับครองจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น อีกหนึ่งเรื่องไฮไลท์ของเกมนี้คือการกลับเข้ามาชมเกมของ อาร์เซน่อล แบบสดๆ ในสนามครั้งแรกนับตั้งแต่อำลาทีมไปของ อาร์แซน เวนเกอร์
โดย เวนเกอร์ โบกมือลาทัพ "ปืนใหญ่" ไปตั้งแต่ปี 2018 หลังคุมทีมมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี ทว่าหลังจากนั้นเจ้าตัวยังไม่มีโอกาสเข้ามาขมเกมในสนามเลยสักครั้งเดียว จนกระทั่งในเกมล่าสุดก็ได้ปรากฎกายที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดียม เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี
ซึ่งอดีตกุนซือวัย 73 ปี คือกุนซือคนสุดท้ายของ อาร์เซน่อล ที่พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครอง พร้อมสถิติไร้พ่ายเมื่อฤดูกาล 2004 จากนั้นทีมก็ไม่ได้สัมผัสโทรฟี่แชมป์นี้อีกเลย
และกับสถานการณ์ล่าสุดอดีตลูกศิษย์อย่าง มิเกล อาร์เตต้า กำลังสานต่อตำนานด้วยการคั่วลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว แบบนี้จะมีหรือที่ เวนเกอร์ จะพลาดเข้ามาส่งกำลังใจให้เด็กๆ ถึงขอบสนาม
- Paolinho -















