ดังนั้นอาจพอบอกได้ว่า เมสซี่ น่าจะรีไทร์จากทัพ ฟ้าขาว ในช่วงอีกไม่กี่ปีถัดจากนี้ และแน่นอนมันก็ใกล้ถึงช่วงเวลาที่ อาร์เจนติน่า ต้องเตรียมการและคำนึงถึง “ตัวความหวัง” อื่น ๆ เมื่อถึงวันที่ ลูกพี่ อำลาทีมชาติอย่างโคตรตำนาน
ฉะนั้นว่าแล้ววันนี้ ขอบสนาม ของเรา จะขอพาไปพูดถึงตัวความหวังในยุคถัดไปของ อาร์เจนติน่า หลังจากหมด ลูกพี่เมส กันครับ!
ความหวังแดนหน้า : ฮูเลี่ยน อัลบาเรซ
ถามว่า อัลบาเรซ ถือเป็นตัวความหวังใหม่ไหม? ก็ต้องบอกว่าไม่ซะทีเดียว เพราะกองหน้าวัย 22 ปีกลายมาเป็นตัวจริงให้กับทีมชาติไปแล้วเรียบร้อย ตั้งแต่นัดที่ 2 ของทีม ใน บอลโลก ที่กาตาร์
และแจ้งเกิดด้วยผลงาน 4 ประตู จาก 5 นัดที่ออกสตาร์ท สร้างสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยสุดที่ทำได้ถึง 2 ประตู ในเกมรอบรองชนะเลิศนัดเดียว ต่อจาก เปเล่ ที่เคยทำไว้เมื่อปี 1958 เลย
และคุณรู้หรือไม่ ว่า อัลบาเรซ นั้นมีประสบการณ์คว้าแชมป์กับ อาร์เจนติน่า มาตั้งแต่ โคปา อเมริกา 2021 ต่อด้วย ฟินาลิสซิมา และ บอลโลก 2022 เขามีศักยภาพดีพอที่จะมาเป็นตัวความหวังแดนหน้าของชาติในอนาคต หรือในบอลโลกครั้งหน้า
แต่สิ่งแรกที่เขาต้องทำถัดจากนี้ แน่นอนก้มหน้าก้มตาทำงานหนัก และพยายามหาโอกาสลงสนามที่ต่อเนื่องกับต้นสังกัด แมนฯ ซิตี้ มากขึ้น หรือพยายามขึ้นไปเป็นกองหน้าตัวจริงคู่กับ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ให้ได้ นั่นจะเป็นผลดีต่อตัวเขาและทีมชาติ อาร์เจนติน่า อย่างแน่นอนรับ
ความหวังแดนกลาง : เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ และ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์
อัลบาเรซ, เอ็นโซ่ และ แม็ค อัลลิสเตอร์ ต่างเป็นนักเตะที่ไม่ได้ออกสตาร์ทใน บอลโลก 2022 นัดแรกกับ อาร์เจนติน่า แต่เมื่อได้รับโอกาส พวกเขาก็สามารถก้าวขึ้นมาแจ้งเกิด และเป็นหนึ่งในแกนหลักพาทีมชาติคว้าแชมป์ โดยที่ 3 หน่อนี้ ยังไม่มีใครอายุเกินเลข 23 ปีเลยด้วยซ้ำ
โดยพวกเขาจะก้าวมาเป็นตัวความหวังของ อาร์เจนติน่า ในยุคถัดไปค่อนข้างแน่นอน และถ้าถามว่าใครมีทรงดูดีสุด เราขอให้ยกให้เป็น เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มิดฟิลด์วัย 21 ปีที่มีดีกรีระดับดาวรุ่งยอดเยี่ยม บอลโลก คนล่าสุด
กองกลางที่เล่นได้โคตรนิ่งเกินวัย เล่นได้ยอดทั้งมิดฟิลด์ตัวกลาง และกลางรับ แถมจากประวัติของคนที่เคยได้รับรางวัลนี้ มักก้าวมาเป็นแข้งระดับท็อปของโลกกันทั้งนั้น และ เอ็นโซ่ ก็มีโอกาสดีที่จะเจริญรอยตามครับ
ส่วน แม็ค อัลลิสเตอร์ กองกลางวัย 23 ผู้เล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ตัวกลาง และกลางรุก ก็มองข้ามไม่ได้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งผึ้งงาน ที่สามารถรับหน้าที่ได้ดีทั้งช่วยเกมรุกและเกมรับ หรือคนที่ช่วยให้ทีมมีความสมดุล แถมเจ้าตัวก็มีฟอร์มในนัดชิงชนะเลิศที่ค่อนข้างใช้ได้เลย
และทั้ง เอ็นโซ่ และ แม็ค อัลลิสเตอร์ ตอนนี้ กำลังมีสถานการณ์ในแบบเดียวกัน คือกำลังจะได้ย้ายไปอยู่กับทีมใหญ่ในสักวันหนึ่ง หรือไม่ช้านี้ เพราะฉะนั้นการก้าวกระโดดของทั้งสอง ย่อมส่งผลดีต่ออนาคตของทีมชาติ อาร์เจนติน่า ในยุคถัดไปแน่นอนครับ
ความหวังแดนหลัง : ลิซานโดร มาร์ติเนซ
แม้ในทัวร์นาเมนต์ บอลโลก 2022 ที่จบไป เจ้าตัวจะยังไม่ได้ตัวจริงหลัก ๆ ให้กับทีมชาติ แต่ในศึกครั้งหน้าจะเป็นหน้าที่ของ ลิซานโดร แบบเต็มตัวแล้ว
เขาจะต้องขึ้นมาทดแทน นิโคลัส โอตาเมนดี้ ที่มีวัยถึง 34 ปีแล้ว ต้องมาขึ้นยืนเป็นเซ็นเตอร์ตัวจริงคู่กับ คริสเตียน โรเมโร่ และจากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วของ ลิซานโดร กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือยามได้รับโอกาสลงเล่นให้กับทีมชาติ
ต้องบอกว่าไม่แปลก หากเราจะมองว่าทั้ง ลิซานโดร จะขยับมาเป็นตัวความหวังในแดนหลัง อาร์เจนติน่า ยุคถัดไป เคียงข้างกับ โรเมโร่ และต้องบอกว่าแม้ทัพ ฟ้าขาว จะมีการผลัดเปลี่ยนใบผู้เล่นอยู่เรื่อย ๆ แต่กับผู้เล่นกองหลัง สิ่งหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแน่นอนในยุคถัดไปก็คือ “ความดุดัน” เนี่ยแหละครับ
ความหวังใหม่ : อเลฮานโดร การ์นาโช่
หากจะพูดถึงคำว่าความหวังใหม่ หรือตัวละครใหม่ ก็คงจะเป็นใครที่ยังไม่เคยติดทีมชาติชุดใหญ่ และที่ยังมีอายุไม่ถึง 20 ปี และจากที่เราดู ๆ แล้ว คนที่มีแววและมีชื่อเสียงมากที่สุดในหมู่ตัวเด็กชาว อาร์เจนติน่า ตอนนี้ คงหนีไม่พ้น การ์นาโช่
หลังจากปีกวัยเพียง 18 เริ่มแจ้งเกิดกับ แมนยู ในซีซั่นนี้ หลังจากได้ลงสนามทั้งในฐานะตัวจริงและสำรองไปแล้วถึง 13 เกมทุกรายการ มีผลงานทั้งยิงและจ่าย 3 ประตู กับ 3 แอสซิสต์
หาก การ์นาโช่ ยังคงพัฒนาตัวเอง เขาอาจจะสามารถก้าวมาเป็นหนึ่งในตัวหลักของ ยูไนเต็ด ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ และแน่นอนเขาจะมีโอกาสติดทีมชาติชุดใหญ่ อาร์เจนติน่า, จะมีโอกาสใน บอลโลก ครั้งหน้า รวม การ์นาโช่ อาจได้มีโอกาสแจ้งเกิดแบบที่พี่ ๆ เคยทำก็เป็นได้ครับ.















