เรื่องของการทำประตูอย่างที่เราทราบกันไปว่าแข้ง เลสเตอร์ จัดการเหมาฝ่ายเดียว 3 ประตู ทว่าจบเกมด้วยความพ่ายแพ้

โดยในเกมดังกล่าวมีประเด็นมากมายเกิดขึ้นตลอด 90 นาที ว่าแล้ว ขอบสนาม เลยจัดการรวบรวมเรื่องร้อนๆ ที่น่าสนใจมาให้ทุกท่านได้รับชมกันแล้ว ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย

การจัดทัพ

เริ่มต้นที่การจัดทัพฝั่ง "หงส์แดง" ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แทบจะยึดชุดเดิมจากเกมล่าสุดที่บุกไปเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 1-3 เปลี่ยนแปลงเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้นคือแดนกลางที่ส่ง ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ลงสนามมาแทน ฟาบินโญ่

จากการเปิดเผบระบุว่ากองกลางทีมชาติบราซิลที่ไม่มีชื่อในเกมนัดนี้เพราะภรรยาของเขาคลอดลูก ทำให้ คล็อปป์ ตัดสินใจดรอปแข้งรายนี้เพื่อให้ไปอยู่กับครอบครัว ซึ่งชาว ขอบสนาม ขอแสดงความยินดีกับ ฟาบินโญ่ ด้วยนะครับ

ส่วนในรายอื่นๆ อยู่กันพร้อมหน้าทั้ง เวอร์จิล ฟาน ไดค์, ติอาโก้ อัลคันตาร่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หรือ ดาร์วิน นูนเญซ

ข้ามมาที่ เลสเตอร์ กันบ้าง นัดนี้ ร็อดเจอร์ส ก็จัดการส่งชุดที่ดีที่สุดลงสนาม แดนกลางนำมาโดย วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ กับ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ส่วนเกมรุกฝากความหวังไว้ที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์, อโยเซ่ เปเรซ และ แพทสัน ดาก้า

หลังเกม "หงส์แดง" เปิดบ้านเฉือน "เลสเตอร์" 2-1

เลสเตอร์ เหมา 3 ลูก

ถือว่าเซอร์ไพรส์พอสมควรที่ เลสเตอร์ เป็นฝ่ายบุกมาขึ้นนำตั้งแต่ช่วง 4 นาทีแรก ซึ่งก็ต้องยกความยอดเยี่ยมให้กับ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ที่เยือกเย็นมากพอสมควรในจังหวะการจบสกอร์ 

ทว่าหลังจากนั้นก็เป็นฝั่ง ลิเวอร์พูล ที่พยายามเปิดเกมรุกบุกเข้าใส่ ทว่าก็ไม่อาจเจาะประตูผู้มาเยือนได้ ก่อนที่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็มาเกิดขึ้น เมื่อ เว้าท์ ฟาส จัดการเหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยทัพ "หงส์แดง"

ใช่ครับ! ... ฟังไม่ผิด กองหลัง เลสเตอร์ รายนี้สกัดบอลเข้าประตูตัวเอง 2 ครั้งรวดในช่วงเวลาที่ห่างกัน 7 นาที ถือว่าเป็นฝันร้ายของปราการหลังชาวเบลเยี่ยมอย่างแท้จริง จังหวะที่กล้องจับไปยังสีหน้าของเขามันบ่งบอกถึงความผิดหวังออกมาอย่างสูงสุด เหตุการณ์ร้ายๆ แบบนี้คงไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น

จากสถิติระบุว่า เว้าท์ ฟาส เป็นแข้งรายที่ 4 ของพรีเมียร์ลีกที่ทำเข้าประตูตัวเอง ต่อจาก เจมี่ คาร์ราเกอร์, ไมเคิล พรอคเตอร์ และ โจนาธาน วอลเตอร์ส

นี่คงเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนแนวรับวัย 24 ปี ไปอีกแสนนาน แต่ก็หวังว่าเขาจะหลุดพ้นจากช่วงเวลาที่เลวร้ายแบบนี้ไปให้ได้นะครับ

ตำแหน่งหน้าซ้าย ?

จาก 2 เกมล่าสุดที่ ลิเวอร์พูล ลงสนามจะสังเกตเห็นได้ว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผ่าทางตันปัญหากองหน้าทางฝั่งซ้ายด้วยการส่ง อเล็กซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน ลงสนามเป็น 11 ตัวจริง เนื่องด้วยทีมขาดทั้ง ดิเอโก้ โชต้า กับ หลุยส์ ดิอ๊าซ ที่บาดเจ็บ

ทว่าผลงานของ "ดิ อ็อกซ์" กลับไม่ค่อยไฉไลเท่าไหร่นัก จะเรียกว่าน่าผิดหวังก็คงจะไม่ได้มากจนเกินไป 

โดยเฉพาะในเกมล่าสุดที่ดวล เลสเตอร์ 62 นาทีในสนามมีโอกาสทำประตูเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และหลังจากที่ถูกถอดออกไปปรากฎว่าทีมดูดีมากขึ้น พร้อมโอกาสทำประตูที่เพิ่มอัตรามากกว่าเดิม

ฉะนั้นไม่แปลกที่ตอนนี้แฟนบอล ลิเวอร์พูล จะเฝ้ารอการลงสนามของ โคดี้ กักโป อย่างใจจดใจจ่ออยากให้ดาวเตะรายนี้ลงสนามมาเสริมอาวุธริมเส้นทางให้กับทีม เพราะปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้มันชัดเจนเหลือว่าพื้นที่ดังกล่าวมันขาดหายอาวุธหนักในการโจมตีคู่แข่งทั้งประสิทธิภาพการจบสกอร์ หรือความจี๊ดจ๊าดที่ แชมเบอร์เลน ไม่สามารถทำได้

หลังเกม "หงส์แดง" เปิดบ้านเฉือน "เลสเตอร์" 2-1

ดาร์วิน นูนเญซ

หนึ่งในสิ่งที่น่าติดตามในเกมนี้คือผลงานของ ดาร์วิน นูนเญซ ที่ก่อนหน้าโดนวิจารณ์มากพอสมควรถึงความเฉียบขาดในการจบสกอร์ ทั้งเกมที่ดวลกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในบอลถ้วย หรือพบ แอสตัน วิลล่า ที่มีโอกาสอยู่หลายครั้ง ทว่าก็พลาดไปทั้งหมด

ส่วนในเกมกับ เลสเตอร์ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยยังคงได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริง พร้อมยืนครบ 90 นาที ส่วนสถิติหลังเกมบอกว่า นูนเญซ มีโอกาสยิงประตูไปทั้งหมด 7 ครั้ง มากที่สุดในเกมนี้ แบ่งเป็น ตรงกรอบ 1 ครั้ง, หลุดกรอบ 3 ครั้ง, โดนบล็อค 2 ครั้ง และชนเสา 1 ครั้งที่กลายเป็นประตูชัยของทีม

ด้วยฟุตบอลสไตล์ของ นูนเญซ เป็นกองหน้าที่มีความเร็ว หาที่พื้นที่ หาช่องว่าง ตัวเองได้เป็นอย่างดี ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ใช้จุดเด่นตรงนี้มาตลอด เหลือเพียงลับมีดให้คบจบสกอร์ให้ได้เพียงเท่านั้น

ว่าแล้วน่าสนใจเหลือเกินว่า นูนเญซ ในมือของ คล็อปป์ จะแก้ไขปัญหานี้ได้หรือไม่ และซีซั่นแรกในอังกฤษกองหน้ารายนี้จะพาบอลไปตุงที่ก้นตาข่ายได้เท่าไหร่

- Paolinho -

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline