หลังจากแยกทางกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อไม่นานมานี้อนาคตของ "คริสเตียโน่ โรนัลโด้" ที่เป็นเครื่องหมายคำถามก็ได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว เมื่อพี่ท่านได้ตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งกับสโมสร "อัล-นาสเซอร์" ใน ซาอุดิอาระเบีย ตามคาด ได้เซ็นสัญญาเป็นเวลา 2 ปี พร้อมกับรับค่าในจำนวนมหาศาล
ถ้าจะถามว่าทำไม เจ้าของโค้ดเนม CR7 ถึงตัดสินใจมาค้าแข้งที่นี่วันนี้ทางเรา "ขอบสนาม" มีคำตอบมาฝาก ดังนั้นไปติดตามพร้อมๆ กันเลยครับ
ความท้าทายครั้งใหม่
"วิสัยทัศน์ของ อัล-นาสเซอร์ ได้สร้างแรงบันดาลใจและความประทับใจให้กับมากๆ ผมตั้งตารอประสบการณ์จากลีกและจากประเทศที่แตกต่างไปจากเดิม ผมตื่นเต้นและอยากจะร่วมงานกับเพื่อนร่วมทีมใหม่ให้เร็วที่สุด"
"ผมโชคดีที่คว้าแชมป์ทุกรายการตามเป้าหมายที่ตั้งเป้าเอาไว้ในยุโรปมาหมดแล้ว ตอนนี้รู้สึกว่า มันถึงเวลาแล้วที่จะได้แบ่งปันประสบการณ์ในเอเชีย"
บทสัมภาษณ์ล่าสุดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เป็นตัวบ่งบอกถึงเหตุผลและการตัดสินใจที่ย้ายมาค้าแข้งใน ซาอุดิอาระเบีย หลักๆ เลยก็เป็นเรื่องของความท้าทายใหม่ๆ ไปค้าแข้งในลีกที่ต่างออกไปไม่ใช่ในยุโรป และเพื่อที่จะรับรู้และสัมผัสกับวัฒนธรรมใหม่ๆ
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดแห่งยุค เรื่องของความสำเร็จที่ผ่านๆ มาก็ถือว่าได้รับและคว้าชัยชนะมาหมดแล้วทุกรายการในทวีปยุโรปทั้งแชมป์ลีก แชมป์บอลถ้วยกับการค้าแข้งในลีกชั้นนำ 3 ประเทศไม่ว่าจะเป็นที่ อังกฤษ, สเปน หรือ อิตาลี ตลอดจนแชมป์ระดับทวีปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ดังนั้นมันก็เท่ากับว่าไม่มีอะไรที่รู้สึกค้างคาใจหรือรู้สึกเสียดายอีกต่อไป การตัดสินใจมาค้าแข้งในลีก ซาอุดิอาระเบีย ก็ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตัวเองล้วนๆ
ค่าเหนื่อยแสนแพง
จริงอยู่ที่เรื่องเงินๆ ทองๆ อาจไม่ใช่ปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ชายคนนี้ที่ชื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพราะในแต่ละปีเมื่อปีการจัดอันดับจะเห็นได้ว่านี่คือนักกีฬาที่ทำรายได้ได้สูงที่สุดเป็นเบอร์ต้นๆ ทุกปี ดูอย่างล่าสุดจากการเปิดเผยของนิตยสารชื่อดังอย่าง "ฟอร์บส์" ได้ระบุว่า เจ้าของโค้ดเนม CR7 คือนักกีฬาที่ทำได้รายได้สูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ที่ 115 ล้านเหรียญสหรัฐ
จะบอกว่าไม่มีสโมสรยุโรปทีมไหนเอาเขาก็ดูจะเป็นคำพูดที่แรงเกินไป ปัจจัยหลักๆ ก็เป็นเรื่องของค่าเหนื่อยที่แสนแพงนี่แหละ หลายๆ ทีมมองว่าด้วยอายุของเขาและค่าเหนื่อยที่เขาต้องรับมันอาจไม่คุ้มกับคำว่า "เสี่ยง" และ อัล-นาสเซอร์ ก็ดูจะเป็นสโมสรเดียวที่ตอบโจทย์และกล้าทุ่มเงินในจำนวนมหาศาลเพื่อคว้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทีม
โดยในรายละเอียดของสัญญากับ อัล-นาสเซอร์ ว่ากันว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะเซ็นสัญญา 2 ปี และรับค่าเหนื่อยในจำนวนมหาศาล บวกกับมูลค่าทางการตลาดซึ่งเฉียดๆ 200 ล้านยูโร ต่อปีซึ่งถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกฟุตบอล
ปลีกตัวจากโลก
เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดและเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกกระทำของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะเป็นจุดสนใจของคนทั่วทั้งโลก และการให้สัมภาษณ์กับ เพียร์ซ มอร์แกน ที่โจมตีและแฉทุกเบื้องลึกภายในสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำให้ เจ้าของโค้ดเนม CR7 โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในแง่ลบ
การตัดสินใจย้ายมาค้าแข้งใน ซาอุดิอาระเบีย อาจไม่ตอบสนองความต้องการของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้ถึงที่สุด แต่อย่างน้อยข้อดีก็คือการได้ปลีกตัวและเป็นการเลี่ยงภัยคุกคามของสื่อได้ ตลอดช่วง 2 ปีนับจากนี้ชื่อของเขาคงไม่ได้ปรากฏอยู่บนหน้าสื่อเหมือนกับทุกๆ วันในตลอดช่วงที่ผ่านมา
จุดบั้นปลายอาชีพ
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปรารถนาอยู่เสมอถึงการค้าแข้งในระดับสูงไปจนยุติเส้นทางอาชีพค้าแข้งซึ่งทุกๆ คนก็ทราบดีถึงเรื่องนี้ แน่นอนว่าในเรื่องศักยภาพฝีเท้านั้นไม่มีข้อกังขาใดๆ เขาคือนักเตะที่มีทั้งพรแสวงและพรสวรรค์ในระดับสูง เรื่องราวที่ผ่านๆ มาของเขาต่างก็เป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับนักเตะหลายๆ คน
แต่ถึงกระนั้นในวัย 37 ย่าง 38 มันก็เป็นสัจธรรมของนักฟุตบอลโดยทั่วไปไม่ต่างจากคนอื่นๆ เขาอาจจะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดคนหนึ่ง แต่พอช่วงชีวิตได้ก้าวผ่านจุดที่พีคสุดๆ ของอาชีพมาแล้วเมื่อถึงจุดที่เป็นบั้นปลายเหมือนกับรถไฟ ต่อให้แล่นฉิวมาด้วยความเร็วขนาดไหน พอใกล้จะถึงสถานีปลายทางก็ต้องชะลอและจอดในที่สุด ซึ่งนี่อาจจะเป็นสิ่งที่เจ้าตัวเริ่มตระหนักถึงมันได้แล้ว
ถ้าคุณจะถามว่านักเตะระดับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปค้าแข้งในลีกซาอุดิอาระเบีย ถือเป็นการลดหรือด้อยค่าตัวเองไหม ? อันนี้ก็ไม่ถูก จริงอยู่ที่การแข่งขันใน ซาอุดิอาระเบีย อาจไม่ได้อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับในยุโรป แต่ในอดีตที่ผ่านมานักฟุตบอลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานหลายๆ คนก็ผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้วทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น เปเล่ กับ นิวยอร์ค คอสมอส, ชาบี เอร์นานเดซ กับ อัล-ซาดด์ ในกาตาร์ รวมไปถึง อันเดรส อิเนียสต้า ที่ตอนนี้ก็อยู่กับ วิสเซล โกเบ ในญี่ปุ่น และอีกมากมายหลายคน
ดังนั้นการตัดสินใจย้ายมา ซาอุดิอาระเบีย ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกไปจากคนอื่นเลยสักนิด ถึงแม้มันอาจจะดูเป็นการผิดคำพูดจากที่ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อปี 2015 ที่บอกว่าจะไม่รีไทร์ที่ อเมริกา, กาตาร์ หรือ ดูไบ ก็ตาม ส่วนโอกาสที่จะกลับไปค้าแข้งที่ยุโรปในอนาคตและสร้างสถิติใหม่ๆ ดั่งที่ใจหวังนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อถึงเวลานั้นเจ้าตัวจะยังคงเลือกที่จะเตะฟุตบอลอยู่รึเปล่า ? มันเป็นเรื่องของอนาคต
HaMu Dos Santos















