ช่วงสัปดาห์ก่อนมีข่าวว่าพวกเขาสามารถปิดดีล ดาวิด ดาโทร โฟฟาน่า หัวหอกดาวรุ่งวัย 20 ปี จาก  โมลด์ ได้แล้ว รวมไปถึงอยู่ในขั้นตอนเจรจาขั้นสุดท้ายกับมิดฟิลด์ดาวรุ่งจาก วาสโก ดา กาม่า อย่าง อันเดรย์ ซานโตส

จนกระทั่งล่าสุดทัพ "สิงห์บลูส์" มีข่าวว่ากำลังให้ความสนใจ เบอร์นัว บาดิชิล เซ็นเตอร์ฮาร์ฟอายุเพียง 21 ปี จาก โมนาโก ซึ่งตามข่าวเด็กหนุ่มคนนี้มีค่าตัวที่สูงถึง 31 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราจะพาไปรู้จักเจ้าหนู เบอร์นัว บาดิชิล ให้มากขึ้นว่าไทม์ไลน์ลูกหนังก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร และทำไม เชลซี ถึงต้องการปราการหลังรายนี้มาเสริมแกร่งในแนวรับ

จุดเริ่มต้น

เบอร์นัว บาดิชิล ทักทายโลกใบใหญ่เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2011 ที่ประเทศฝรั่งเศส ก่อนที่จะเริ่มเดินทางในสายนักฟุตบอลตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ จากการเข้าร่วมสโมสรในท้องถิ่นของตัวเองที่ชื่อ ลิโมจส์ จากนั้นอีก 2 ปีก็โยกย้ายไปอยู่กับทีมใหม่อย่าง มาเลเชอร์เบส ซึ่งกับสถานที่แห่งนี้เจ้าตัวใช้เวลาฝึกปรือลูกหนังอยู่นานกว่า 8 ปี ในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างๆ

จนกระทั่งช่วงกุมภาพันธ์ 2018 เจ้าตัวได้รับสัญญาอาชีพฉบับแรก ซึ่งเกิดขึ้นกับทีมหัวแถวในบ้านเกิดอย่าง โมนาโก โดยตอนนั้นเจ้าตัวมีอายุครบ 17 ปี เป็นที่เรียบร้อย และอย่างที่เราทราบกันดีว่าถ้าเด็กมันมีฝีเท้า โอกาสก็พร้อมเปิดกว้างในการพิสูจน์ตัวเอง

11 พฤศจิกายน 2018 คงเป็นหนึ่งในวันที่ บาดิชิล คงจะไม่ลืมอย่างแน่นอน นั้นก็คือการได้โอกาสลงประเดิมสนามนัดแรกให้กับทีมชุดใหญ่ของ โมนาโก อีกทั้งยังเป็นการออกสตาร์ทตั้งแต่นาทีแรก ซึ่งคนที่มอบความไว้ใจให้ก็คือ เธียร์รี่ อองรี ที่เข้ามาคุมทีมในช่วงเวลาดังกล่าว 

แม้ผลการแข่งขันทีมจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปถึง 0-4 ทว่ามันคงเป็นค่ำคืนที่เขาคงไม่อาจลืมไปจากสมองได้อย่างเด็ดขาด

ซึ่งจากวันนั้นกลายเป็นการปลดล็อคทุกอย่าง เพราะเขาได้รับโอกาสจากกุนซือลงเล่นในซีซั่น 2018-19 ไปมากถึง 20 เกม ทั้งที่มีการปรับเปลี่ยนกุนซือระหว่างซีซั่นจาก อองรี กลับไปอยู่ในมือของ เลโอนาร์โด ยาร์ดิม ก็ตาม

ทำความรู้จัก "เบอร์นัว บาดิชิล" ดาวรุ่งที่ "เชลซี" สนใจคว้าตัว

ตัวหลักของ โมนาโก

หลังได้โอกาสลงประเดิมนัดแรกจากนั้น เบอร์นัว บาดิชิล กลายเป็นหนึ่งในขุมกำลังหลักของทีมมาโดยตลอด ซีซั่นถัดมาเจ้าตัวได้รับโอกาสลงสนามไปอีก 16 นัด ซึ่งอาจเป็นตัวเลขที่ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่กับเด็กวัย 18 ที่เพิ่งได้รับโอกาสกับทีมชุดใหญ่ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าเหลือเชื่อพอสมควร

จากนั้นชื่อของ บาดิชิล กลายเป็นแนวรับตัวหลักของทีมทันที โดยความยอดเยี่ยม และคงวามสม่ำเสมอของเขาเริ่มต้นขึ้นในซีซั่น 2020-21 เจ้าตัวถูกส่งลงสนามในทุกรายการไปมากถึง 39 เกม พร้อมเติมขึ้นไปทำได้ถึง 2 ประตู 

จากนั้นเขาเองกลายเป็นขาประจำ และกำแพงตัวหลักของ โมนาโก มาตลอดไม่ว่าจะเป็นเปลี่ยนกุนซือมาแล้วกี่คน ทว่าก็ต้องย่อมมี บอร์นัว บาดิชิล เฝ้าเกมรับ พร้อมเป็นนักเตะที่ได้รับความไว้วางใจอยู่เสมอ

อองรี ผู้ให้โอกาส

อย่างที่กล่าวไปว่าผู้ที่ให้โอกาส เบอร์นัว บาดิชิล ลงเปิดซิงเกมแรกกับทีมชุดใหญ่ของ โมนาโก ก็คือ เธี่ยร์รี่ อองรี แม้ตลอดช่วงเวลากับทีมอดีตกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสอาจไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่กับแนวรับเลยนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากหนึ่งในสมบัติที่เขาได้มอบไว้ให้กับสโมสร

ซึ่ง บาดิชิล ได้กล่าวถึงอดีตนานใหญ่รายนี้ที่มอบวิชา และการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ให้กับเขา แม้จะมีเวลาร่วมงานกันไม่นานว่า

"เขาทำให้ผมก้าวหน้าขึ้นมากทั้งใน และนอกสนาม เขาส่งต่อสิ่งง่ายๆ ให้กับผม รายละเอียดที่ทำให้คุณเดินหน้าต่อไปได้ เขาให้คำแนะนำมากมาย"

"เขาอธิบายวิธีจัดการกับเกมรุกของคู่แข่งให้ผมได้ฟัง เขาเป็นอดีตกองหน้าที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าเขากำลังพูดถึงอะไร"

จากคำสัมภาษณ์ของแนวรับรายนี้ทำให้นึกย้อนไปถึงความเนี๊ยบ และเรื่องราวนอกสนามที่เขามอบให้นักเตะคนนี้ จากเกม แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ทั้งคู่ได้ออกงานสัมภาษณ์กับสื่อพร้อมๆ กัน หลังภารกิจเสร็จสิ้นกำลังเดินออกจากห้องแถลงข่าว บาดิชิล ก็ได้ลุกออกไปหน้าตาเฉย

ทว่าด้วยความเป็นเจ้านายที่อยากจะสอนทุกเรื่องราวให้ลูกทีม อองรี ได้เรียกลูกทีมรายนี้ให้กลับมาเก็บเก้าอี้ให้เข้าที่อย่างเรียบร้อย จนเกิดเป็นกระแสข่าวดังในช่วงเวลาดังกล่าว

นี่แหละคือหนึ่งในตัวอย่างที่ เบอร์นัว บาดิชิล ได้เรียนรู้เรื่อนอกสนามจากอดีตโค้ช แม้เป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็ไม่อาจมองข้ามมันไปได้

ทำความรู้จัก "เบอร์นัว บาดิชิล" ดาวรุ่งที่ "เชลซี" สนใจคว้าตัว

สไตล์การเล่น

จุดเด่นของ เบอร์นัว บาดิชิล คงเป็นเรื่องของส่วนตัวที่มากถึง 194 เซนติเมตร แน่นอนว่าเรื่องลูกกลางอากาศย่อมเป็นจุดเด่นในการเป็นปราการหลังตัวกลางทั้งการเป็นฝ่ายตั้งรับ หรือเติมขึ้นไปหวังทำประตูให้ทีม

สถิติชัดเจนในฤดูกาลนี้เจ้าตัวดวลลูกกลางอากาศกับคู่แข่งไปแล้วทั้งหมด 28 ครั้ง และเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ถึง 21 ครั้ง ซึ่งมีโอกาสเอาชนะได้มากถึง 75% เลยทีเดียว

อีกประเด็นคือความแม่นยำในการตัดบอลที่มีอัตราความดุดันมากพอสมควร แต่ก็เต็มไปด้วยความแม่นยำที่จะใช้ขายาวๆ ในการเบียดแย่ง หรือเข้าปะทะกับคู่แข่ง ถือว่าเป็นปราการหลังที่อายุน้อย แต่สามารถยังคงพัฒนาไปข้างหน้าได้อีกหลายขั้น และเพียงอายุเท่านี้แต่มาตรฐานถือว่าสูงเลยทีเดียว

ด้วยผลงานแบบนี้ และกับการผ่านเวทีลีกใหญ่มาแล้วถึง 4 ฤดูกาลครึ่ง ถือว่าสอบผ่านเลยทีเดียวกับลีก เอิง ฝรั่งเศส และจากการลงเล่นให้ โมนาโก ไปแล้วถึง 135 นัด เป็นเครื่องเครื่องการันตีถึงความยอดเยี่ยมของเด็กหนุ่มรายนี้

ในนามทีมชาติ

ลองไปไล่เรียงสถิติของแนวรับรายนี้ในนามทีมชาติฝรั่งเศส จะเห็นได้เลยว่าเขาไดรับความไว้วางใจมาตั้งแต่อายุยังน้อย ติดทัพ "ตราไก่" มาแล้วแทบทุกชุด

ไล่มาตั้งแต่ชุดยู-16 ปี ไล่มาเรื่อยๆ ทั้ง 17 ปี, 18 ปี, 19 ปี หรือ 21 ปี จนกระทั่งถูกเรียกไปติดทีมชาติชุดใหญ่เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาพร้อมได้รับโอกาสจาก ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ลงสนามในศึกเนชั่นส์ ถึง 2 เกมด้วยกัน อีกทั้งการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงยืนครบ 90 นาที ทั้งเกมชนะ ออสเตรีย 2-0 และ พ่าย เดนมาร์ก 0-2

แน่นอนว่า เบอร์นัว บาดิชิล คือหนึ่งในปราการหลังอนาคตไกลที่ทีมชาติฝรั่งเศสสามารถฝากความหวังเอาไว้ได้แน่

จากนี้น่าสนใจว่าแข้งวัย 21 ปี รายนี้จะยกระดับตัวเองไปได้มากขนาดไหน 

- Paolinho -

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline