เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกุนซือที่ดีที่สุดของโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน จากผลงานและความสำเร็จตลอดช่วงที่ผ่านมากับ บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค ไล่มาจนถึงกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เขาคว้าแชมป์ลีกได้ 10 ครั้งจาก 13 ฤดูกาลหลังสุด และจบอันดับรองแชมป์ 2 ครั้ง และอันดับ 3 อีก 1 ครั้งนับเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมซึ่งน้อยคนนักจะทำได้แบบนี้ อย่างไรก็ตามทาง มิเกล อาร์เตต้า ศิษย์เก่าก็มีโอกาสสร้างสถิติเป็นผู้จัดการทีมอีกคนที่สามารถพาทีมจบอันดับเหนือกว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ เพราะผลงานของ อาร์เซน่อล ในชั่วโมงนี้กำลังยอดเยี่ยมและก็มีแต้มทิ้งห่าง "เรือใบสีฟ้า" อยู่ถึง 8 คะแนน
เมื่อ มิเกล อาร์เตต้า มีโอกาสสร้างสถิติใหม่ วันนี้สิ่งที่ "ขอบสนาม" อยากนำเสนอก็คือการพาทุกท่านไปย้อนดูกันว่า ที่ผ่านมานั้นมีกุนซือกี่คน และใครบ้างที่เคยพาทีมจบอันดับเหนือกว่าชายที่ชื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ?
โชเซ่ มูรินโญ่ - เรอัล มาดริด (2011-12)
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้พาทีมรัก บาร์เซโลน่า คว้าแชมป์ 3 ปีรวดนับตั้งแต่ได้ประเดิมการคุมทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกช่วงปี 2008-2011 นับเป็นสโมสรแรกที่ทำได้ต่อจาก บาร์เซโลน่า ของ โยฮัน ครัฟฟ์ ในช่วงยุค 90 แต่ถึงกระนั้นการได้ปะมือกับ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ เป๊ป โดนขัดขวางในเรื่องของความสำเร็จ
ย้อนกลับไปสมัยคุม อินเตอร์ มิลาน อย่างที่ทุกคนทราบกันว่า โชเซ่ มูรินโญ่ เคยมีปีที่แสนวิเศษกับการพาทัพ "งูใหญ่" กวาดทริปเปิ้ลแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่และหนึ่งในเส้นทางที่ผ่านมานั้นก็คือการปราบ บาร์เซโลน่า ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ด้วยในรอบรองชนะเลิศ
ปี 2010 โชเซ่ มูรินโญ่ ได้กลายมาเป็นคู่แข่งเบอร์ 1 ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อเฮียแกได้ตัดสินใจย้ายมาคุมบัลลังก์กุนซือที่ เรอัล มาดริด ถึงแม้ปี 2011 จะเสียท่าให้กับการคู่อริตลอดกาลที่้ต้องอกหักในเวที ลา ลีกา กับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่อย่างน้อยเฮียแกก็เป็นคนพา เรอัล มาดริด คว้าชัยได้ครั้งหนึ่งในศึก เอล กลาซิโก้ โดยเฉพาะในรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอล โกปา เดล เรย์
อย่างไรก็ตามปีต่อมา โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เอาคืนได้สำเร็จด้วยการพาพลพรรค "ราชันชุดขาว" เถลิงบัลลังก์แชมป์ ลา ลีกา ด้วยการมี 100 คะแนน และซัลโวไปกระจุยถึง 121 ประตู พร้อมกับหยุด บาร์เซโลน่า ของ เป๊ป ในยุคที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอันดับ 1 สโมสรที่ดีที่สุดในโลก โดยทิ้งห่างถึง 9 คะแนนทั้งๆ ที่ปีนั้น ลิโอเนล เมสซี่ เองก็เล่นหวดไปถล่มทลายถึง 50 ประตูจาก 37 เกมใน ลา ลีกา ซึ่งถือเป็นปีที่ยิงได้มากที่สุดแล้วบนเส้นทางอาชีพค้าแข้ง
อันโตนิโอ คอนเต้ - เชลซี (2016-17)
ย้อนเวลากลับไปในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาล 2016-17 ถ้ายังจำกันได้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นถูกมองว่าเป็น 2 ตัวเต็งที่มีโอกาสคว้าแชมป์มากที่สุดจากการมาของสองยอดกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ได้โคจรมาพบเจอกันอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันนั้น อันโตนิโอ คอนเต้ ที่สร้างโปรไฟล์ไว้ได้ดีมากๆ ที่ ยูเวนตุส กับการคว้าแชมป์ลีก อิตาลี 3 สมัย ก็ได้ย้ายมาเป็นกุนซือคนใหม่ที่ เชลซี เช่นกัน
เชลซี ของ คอนเต้ เริ่มไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในช่วงต้นของซีซั่น แถมมีแพ้ ให้กับ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป นั้นส่อแววแชมป์มาเลยจากการชนะ 6 เกมแรกของซีซั่น ทว่าจากนั้นก็ดันสะดุดบ่อยจนมาตรฐาดร็อปๆ ลงไปซึ่งตรงกันข้ามกับ เชลซี ที่โดน คอนเต้ ยลโฉมใหม่หมดด้วยการปรับเปลี่ยนมาเล่นระบบหลังสาม และก็มีฟอร์มที่ดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด ก่อนจะสร้างสถิติชนะ 13 เกมรวดในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม
จากการทำนายของสื่อและเหล่าบรรดากูรูชื่อดังที่มองว่า 2 ตัวเต็งแชมป์นั้นคือ 2 ทีมจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ท้ายที่สุดแล้วได้กลายเป็น เชลซี ของ อันโตนิโอ คอนเต้ ที่เป็นฝ่ายเข้าเส้นชัยและได้ชูถ้วยแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยที่ 5 บนหน้าประวัติศาสตร์ พร้อมกับทิ้ง แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถึง 15 คะแนนด้วยกัน
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ - ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (2016-17)
เชลซี ของ อันโตนิโอ คอนเต้ ไม่ใช่แค่ทีมเดียวที่จบอันดับเหนือกว่า แมนฯ ซิตี้ ในการคุมทีมปีแรกของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โดยในฤดูกาล 2016-17 นั้นนั่นถือว่าเป็นปีแรกในเส้นทางกุนซือนายใหญ่ชาวสเปนที่จบอันดับต่ำกว่าที่ 2 และผู้ที่คว้าตำแหน่งรองแชมป์นั้นก็ได้แก่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่
ผลงานในปีนั้นของพลพรรค "ไก่เดือยทอง" จัดว่าเป็นปีที่ดีที่สุดในรอบหลายๆ ปีเลยก็ว่าได้ถ้าพูดถึงการค้าแข้งบนลีกสูงสุดของอังกฤษ เพราะนอกจากจะเก็บแต้มได้เยอะแล้วพวกเขายังสามารถทำประตูได้มากมาย โดยมี 4 แข้งที่ผลงานท็อปฟอร์มสุดๆ นั่นก็คือ แฮร์รี่ เคน, เดเล่ อัลลี, ซน ฮึง-มิน และ คริสเตียน อีริคเซ่น ที่ต่างก็มีส่วนกับประตูร่วมกันไปถึง 69 ประตูและทำไปรวมกันอีก 35 แอสซิสต์
น่าเสียดายที่ สเปอร์ส ไปไม่ถึงฝั่งฝันกับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยแรกบนหน้าประวัติศาสตร์ แต่หนึ่งในผลงานที่น่าประทับใจก็คือการเจอกับ แมนฯ ซิตี้ ที่สร้างสถิติไม่แพ้แบบ 100 เปอร์เซนต์ หลังเปิดบ้านเอาชนะไป 2-0 และบุกไปแบ่งแต้มที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ด้วยสกอร์ 2-2
เจอร์เก้น คล็อปป์ - ลิเวอร์พูล (2019-20)
สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แล้ว เจอร์เก้น คล็อปป์ ถือเป็นกุนซือที่สู้รบกันมาบ่อยที่สุดคนหนึ่งตั้งแต่สมัยอยู่ที่ เยอรมัน แต่ด้วยชื่อชั้นและองค์ประกอบ ณ ตอนนั้นค่อนข้างชัดเจนว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาตรฐานยังเป็นรอง บาเยิร์น มิวนิค อยู่ประมาณหนึ่งเลยทีเดียว
ทั้ง 2 กุนซือได้โคจรมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งบนสังเวียน พรีเมียร์ลีก โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ นั้นย้ายมาช่วง ตุลาคม ปี 2015 ก่อนที่อีก 8 เดือนต่อมา เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ย้ายมากุมบังเหียน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และต่างฝ่ายต่างก็สร้างทีมขึ้นมาใหม่จนได้รับการยกย่องว่าเป็น 2 สโมสรที่ดีที่สุดของอังกฤษในยุคนี้ โดยเฉพาะในฤดูกาล 2018-19 ซึ่งถือเป็นปีที่ทั้งคู่ขับเคี่ยวลุ้นแชมป์กันอย่างเมามันส์ และสุดท้ายก็จบลงด้วยความสำเร็จของ เรือใบสีฟ้า ซึ่งเฉือนชนะไปแค่แต้มเดียวเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้นในปีต่อมาก็ถือเป็นปีของ เจอร์เก้น คล็อปป์ บ้าง ด้วยผลงานและมาตรฐานที่แรงดีไม่มีตก เรียกได้ว่าเป็นปีที่ท็อปฟอร์มสุดๆ เขาพา ลิเวอร์พูล ทำแต้มหล่นแค่ 2 คะแนนจาก 27 เกมแรกก่อนจะพา "หงส์แดง" คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยแรกบนหน้าประวัติศาสตร์ นับเป็นแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 30 ปีได้สำเร็จ และที่พีคสุดๆ ก็คือการมีแต้มทิ้งอันดับ 2 อย่าง แมนฯ ซิตี้ อยู่ไกลถึง 18 คะแนนด้วยกัน ตลอดจนชัยชนะที่ถล่มทลาย 4-0 ถึงที่ เอติฮัด อีกต่างหาก
HaMu Dos Santos















