อีกทั้งยังมีปัญหากับการรับมือกับพวกลูกเตะมุม และ ลูกกลางอากาศด้วย .. การพ่ายแพ้นัดนี้ มันมีประเด็นอะไรต้องพูดถึงกันบ้าง ไปติดตามกันเลยครับ

- หงส์แดง จบไม่คมทำพ่ายแพ้

ช่วง 10 นาทีแรก มีโอกาสที่ ลิเวอร์พูล จะขึ้นนำแบบสุดๆ จากช็อตที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จ่ายทะลุช่องให้กับ ดาร์วิน นูนเญซ วิ่งหลุดกับดักล้ำหน้า ก่อนจะแตะหลบ ดาบิด ราย่า ได้แล้ว เหลือเพียงส่งบอลเข้าไปซุกตาข่าย แต่ดันยิงไปติด เบน มี ที่วิ่งมาดักสกัดบนเส้น 

นอกจากนี้ยังมีช็อตที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ไขว้จ่ายมาให้กับ คอสตาส ซิมิกาส ได้ยิงแบบโล่งๆแบบไม่มีตัวประกบในกรอบเขตโทษ เพื่อจะตามตีเสมอ 1-1 แต่ซัดด้วยซ้ายยัดเสาแรก ไปติดเซฟ ดาบิด ราย่า อีกหน

ครึ่งหลังถึงแม้ว่า ลิเวอร์พูล จะตามตีไข่แตกได้จากลูกโขกของ แชมเบอร์เลน แต่กระนั้นในเวลาที่เหลือพวกเขากลับยิงทิ้งยิงขว้าง ทั้งโอกาสของ นูนเญซ ที่ยิงแบบเสียของ หลุดออกนอกกรอบไปไกลโพ้น หรือจะเป็นลูกโขกของ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ก็หลุดเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

- โกนาเต้ จัด 2 ดอก ทำ ลิเวอร์พูล เสียประตู

กลับมาลงสนามนัดแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ของ อิบราฮิม่า โกนาเต้ กองหลังรองแชมป์ ฟุตบอลโลก 2022 ดูเหมือนว่าจะเป็นการประเดิมไม่ค่อยดีนัก เพราะ 2 ประตูที่ หงส์แดง เสียในเกมนี้ เขามีส่วนผิดพลาดเต็มๆ

โดยลูกแรกที่ เบรนท์ฟอร์ด ได้ประตูขึ้นนำจากเตะมุม บอลมันไปแฉลบขาของ โกนาเต้ กระดอนข้ามเส้นไป เท่านั้นยังไม่พอ ช่วงท้ายเกมที่ ลิเวอร์พูล พยายามทำประตูตามตีเสมอให้ได้ มันมีช็อตที่ โกนาเต้ กำลังเบียดแย่งบอลกับ บริย็อง เอ็มเบวโม่ ซึ่งจู่ๆ โกนาเต้ ก็ขาอ่อนล้มลงไป กลายเป็นแจกของขวัญปีใหม่ให้กับ เอ็มเบวโม่ ยิงปิดกล่องเอาชนะไป 3-1

- เติร์ด ไทม์ ลัคกี้ ของ โยอัน วิสซ่า

หลังนำ 1-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ โกนาเต้ .. เบรนท์ฟอร์ด ก็ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นได้ดีเหมือนเดิม ต่อให้ถอยไปเล่นรับ แต่ก็ช่วยกันอย่างมีระเบียบ และ เมื่อตัดบอลได้ จะใช้วิธีโต้กลับเร็วแบบคมๆเล่นงานแนวรับ ลิเวอร์พูล อยู่เสมอ รวมถึงลูกเตะมุมก็เป็นอีกหนึ่งทีเด็ด ที่สร้างความอันตรายได้อยู่ตลอด

ซึ่ง โยอัน วิสซ่า กองหน้าของ เบรนท์ฟอร์ด คือคนที่ทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล ต้องก้มหน้าด้วยความผิดหวังถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นลูกขลุกขลิกหน้าปากประตู ก่อนจะเป็น วิสซ่า ยิงจ่อๆเข้าไปประตูไป แต่กระนั้น หงส์แดง ยังโชคดี เพราะไลน์แมนยกธงว่าเป็นลูกล้ำหน้า

ครั้งที่ 2 ช็อตจากลูกเตะมุมเช่นเดิม วิสซ่า พักอกเอี่ยวตัววอลเล่ย์ บอลติดแฉลบ พุ่งเข้าไปซุกตาข่ายอีกครั้ง แต่คราวนี้ อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายทวาร ลิเวอร์พูล ไปฟ้องผู้ตัดสินว่า ลูกบอลมันไปแฉลบ เบน มี ก่อนเข้าประตู ก่อนที่ VAR จะเช็คว่าลูกยิงของ วิสซ่า ไปแฉลบ เบน มี ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าจริงๆ ดังนั้นประตูที่ 2 ของ เบรนท์ฟอร์ด ยังไม่มา

อย่างไรก็ตาม เติร์ด ไทม์ ลัคกี้ ของ โยอัน วิสซ่า มาประสบความสำเร็จจนได้ จากการครอสทางฝั่งขวา มาเข้าหัว โยอัน วิสซ่า ได้สะบัดหัวโขกเต็มๆ ถึงแม้ อลิสซอน จะปัดออกมาได้ แต่ โกล ไลน์ ฟ้องว่า บอลข้ามเส้นไปแล้ว คราวนี้ไม่มีใครมาปฏิเสธได้อีก กลายเป็นประตูขึ้นนำ 2-0 ชอง เบรนท์ฟอร์ด

- เบรนท์ฟอร์ด จอมปราบยักษ์ใหญ่

ถึงแม้ เบรนท์ฟอร์ด จะเป็นสโมสรเล็กๆในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่ผลงานของพวกเขาไม่ได้เล็กตามไปด้วย เพราะพวกเขาไม่แพ้ใครมาแล้ว 6 นัดติดต่อกัน ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถมขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ตามหลัง ลิเวอร์พูล อยู่แค่ 2 คะแนน เท่านั้น

การเปิดบ้านเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในแมตช์นี้ เป็นการตอกย้ำว่าเวลาเจอพวกทีมยักษ์ใหญ่ แล้วไม่ค่อยแพ้ ไม่ใช่เรื่องฟลุ๊คแต่อย่างใด เพราะก่อนหน้านี้มีทั้งเสมอ 0-0 กับ เชลซี, เสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-0 โดยเคยถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ บุกไปเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงถิ่นมาแล้ว 2-1 เป็นฟอร์มระดับมาสเตอร์พีซจริงๆ 

ดังนั้นหมายความว่าการเล่นในบ้านของ เบรนท์ฟอร์ด ตลอด 9 นัดซีซั่นนี้ พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับทีมเดียวคือ อาร์เซน่อล 0-3 โดยชนะถึง 4 นัด และ 4 นัด เรียกว่ามีโอกาสลุ้นไปเวทีคว้าตั๋วยุโรปถ้วยเล็กได้เหมือนกัน

- สังเวย ฟาน ไดค์

การพ่ายแพ้ว่าแย่แล้ว แต่ ลิเวอร์พูล เจอข่าวร้ายยิ่งกว่า นั่นคือการต้องเสีย เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังเบอร์ 1 ของทีมไปด้วย ซึ่งเกมนั้น พี่เบิ้ม โดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วงพักครึ่ง สร้างความสงสัยให้กับสาวก เดอะ ค็อป ว่าทำไมจู่ๆถึงเปลี่ยน ฟาน ไดค์ ทั้งๆที่ตามหลังอยู่ 2 ลูก เป็นเพราะฟอร์มการเล่น หรือ อาการบาดเจ็บ

ล่าสุด มีการคอนเฟิร์มแล้วว่า ฟาน ไดค์ บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ต้องใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 3 สัปดาห์ นับเป็นข่าวร้ายสำหรับ ลิเวอร์พูล จริงๆ แต่ในความโชคร้าย ยังมีความโชคดีเล็กๆ เพราะสุดสัปดาห์นี้ จะเป็น เอฟเอ คัพ อังกฤษ ดังนั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ จะสามารถพักตัวหลักได้บ้าง เพื่อไม่ให้มีใครเจ็บเพิ่ม

- ลิเวอร์พูล ไม่สามารถคว้าโอกาสไล่จี้ท็อปโฟร์

จากชัยชนะ 2 นัดก่อนหน้านี้ ที่ ลิเวอร์พูล คว้าชัยเหนือ แอสตัน วิลล่า กับ เลสเตอร์ ซิตี้ เหมือนจะไร้ค่าไปเลย เพราะการบุกมาแพ้ เบรนท์ฟอร์ด 1-3 ทำให้ หงส์แดง ไม่สามารถคว้าโอกาสในการขยับเข้าใกล้ท็อปโฟร์ไปมากกว่านี้ ทั้งๆที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก็มาสะดุดพลาดให้แล้ว

ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล หยุดอยู่กับที่ รั้งอันดับ 6 ของตาราง แข่ง 17 นัด มีอยู่ 28 คะแนน ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 4 อยู่ 4 คะแนน และ ไล่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ถึง 6 แต้ม กลายเป็นว่าพวกเขาก็มีโอกาสโดนทำแต้มฉีกหนีไปอีก

นับเป็นการเริ่มต้นปี 2023 ได้อย่างน่าผิดหวังจริงๆสำหรับ ลิเวอร์พูล หวังว่านัดต่อไปที่จะเจอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ในศึก เอฟเอ คัพ พวกเขาจะได้ โคดี้ กัคโป พร้อมลงสนามอย่างเป็นทางการ และ กลับมาคว้าชัยชนะได้อย่างที่หวังอีกครั้ง

ฮาย ฮาวดี้-

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline