โดยเห็นสกอร์ห่างขนาดนี้ แต่กว่าจะยิงปิดกล่องได้ ต้องรอจนถึงทดเจ็บนาที 90+6 เลยทีเดียว เพราะมีช่วงที่ ปีศาจแดง โดนตามตีเสมอ 1-1 เช่นกัน

ซึ่งเกมนี้ เอริค เทน ฮาก จับ ลุค ชอว์ มายืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็กอีกครั้ง จับคู่กับ ราฟาเอล วาราน ส่วนพวก แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ นั่งสำรอง ซึ่งถึงแม้จะเสียประตู แต่พวกแนวรุกก็เอาคืนให้

โดยเฉพาะ มาร์คัส แรชฟอร์ด แนวรุกตัวจี๊ด เป็นคนสำคัญที่ช่วยพาทีมเก็บชัยชนะในนัดนี้ ด้วยการโชว์ฟอร์มทั้งยิง ทั้งจ่ายให้กับทีม แต่กระนั้นมันก็มีข้อผิดพลาดให้พูดถึงกันบ้าง โดยเฉพาะ ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตู ซึ่งมีอะไรต้องพูดถึง ไปติดตามกันเลยครับ

- แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นนำตั้งแต่ไก่โห่

การเปิดถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ เอฟเวอร์ตัน อาจจะไม่ใช่งานยากเท่าไหร่นัก เนื่องด้วยลูกทีม แฟร้งค์ แลมพาร์ด เพิ่งเสียรังวัด  จากการพ่ายคาบ้านต่อ ไบรท์ตัน มาแบบเละเทะ 1-4 ทั้งๆที่นัดก่อนหน้านี้เพิ่งทำผลงานบุกไปยันเสมอมาได้ 1-1

และ ดูเหมือนว่า เอฟเวอร์ตัน ยังคงเมาหมัด เพราะเริ่มเกมได้ไม่ถึง 5 นาที กลายเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว เป็นจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด โชว์สปีดความไว กระชากหนีกองหลัง ทอฟฟี่สีน้ำเงิน จากฝั่งซ้าย ก่อนจะปาดมาเสาไกล ให้กับ อันโตนี่ สไลด์จ่อๆเข้าประตูไปในนาทีที่ 3 ของเกม

- ความผิดพลาดของ เด เคอา

การขึ้นนำเร็วของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูเหมือนว่าจะทำให้พวกเขาเล่นกันได้อย่างสบายๆ แต่กระนั้น เอฟเวอร์ตัน ผู้มาเยือน ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ โดยพยายามหาช่อง หาจังหวะเข้าทำ จากการเล่นเกมสวนกลับ เพื่อทำประตูตีเสมอให้ได้

กระทั่งมาถึงนาทีที่ 14 ของเกม มีจังหวะที่ นีล มัวเปย์ พยายามตวัดหักข้อเข้ามา ตรงกลางกรอบเขตโทษ ซึ่งไม่มีความอันตรายเลยสักนิด เพราะเหมือนเปิดแบบแป้กๆ แต่กระนั้น ดาบิด เด เคอา นายทวาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดันสร้างเรื่อง ไปกะจังหวะพลาด ปล่อยให้บอลลอดหว่างขาไปหน้าตาเฉย ชนิดที่แฟนบอลร้อง "เหี้ยดังมาก"

ก่อนจะเป็น คอเนอร์ โคดี้ ตามมาซ้ำเข้าไปง่ายๆหน้าปากประตู เป็นลูกตีเสมอให้กับ เอฟเวอร์ตัน 1-1 นับเป็นความผิดพลาดของ เด เคอา ไปเต็มๆ พร้อมทำให้ ปีศาจแดง เสียประตูแรก ในรอบ 5 นัด เรียบร้อยแล้ว

- โคดี้ เป็นฮีโร่ และ ผู้ร้ายในเวลาเดียวกัน

คอเนอร์ โคดี้ ปราการหลังตัวเก๋า สวมบททั้งฮีโร่ และ เป็นตัวร้ายให้กับ เอฟเวอร์ตัน ในเกมนี้ เพราะอุตส่าห์ยิงตีเสมอให้ เอฟเวอร์ตัน กลับมาสู่เกมแล้วแท้ๆ และ เพื่อนๆก็ช่วยกันป้องกันไม่ให้ทีมตกเป็นฝ่ายตามหลังได้อีกในช่วงครึ่งแรก

อย่างไรก็ตาม โคดี้ กลายเป็นผู้ร้ายทันที เมื่อเขาสกัดผิดเหลี่ยม กลายเป็นเตะเข้าประตูตัวเอง จากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด คนดีคนเดิมของ แมนฯ ยูไนเต็ด กระชากลากเลื้อยทางฝั่งซ้าย ก่อนจะยึกหลอก 2-3 จังหวะ และ ปาดเข้ามาเต็มแรงในกรอบเขตโทษ ซึ่งนั่นแหละครับ ทำให้ โคดี้ ที่หวังดีจะเตะทิ้ง กลายเป็นสกัดทำเข้าประตู

ซึ่งหากดูจากภาพช้า ลูกเปิดของ แรชฟอร์ด ไปคนละช่องกับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แล้ว ถ้าผ่านเลยไป ยังมีนักเตะ เอฟเวอร์ตัน คอยยืนสกัดอีก 2-3 คน แต่นั่นแหละครับด้วยความแรงของลูกเปิด และ โคดี้ ไม่เห็นว่าใครอยู่ข้างหลัง ทำให้จังหวะเสี้ยววินาที จึงตัดสินใจจะเตะทิ้ง แต่ก็ผิดเหลี่ยมอย่างที่เห็น

- VAR ช่วยชีวิต แมนฯ ยูไนเต็ด

จริงๆแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะขุดหลุมฝังศพ เอฟเวอร์ตัน ให้ดินกลบหน้าไปได้ตั้งนานแล้ว เพราะพวกเขามีโอกาสมากมายที่จะทำประตู แต่กระนั้นก็มีหลายครั้งที่ซัดไปติดเซฟ จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวาร ทอฟฟี่สีน้ำเงิน

เมื่อทำเขาไม่ได้ ตัวเองก็ต้องโดนลงโทษ เพราะมันมีจังหวะที่ เอฟเวอร์ตัน ได้ทำเกมบุกขึ้นมาบ้าง เป็น เดมาราย เกรย์ โชว์สปีดลากบอลไปจนสุดเส้นหลัง ก่อนจะเปิดยัดเต็มแรงมาตรงเสาแรก ให้กับ โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ใช้หน้าอกกระแทกเข้าประตูไป ทำเอาแฟนบอลเจ้าบ้านไปชั่วขณะ

อย่างไรก็ตาม กองเชียร์ ทอฟฟี่ บลูส์ ต้องช็อตฟีลทันที เพราะ VAR ได้ทำการเช็คจังหวะล้ำหน้า ก่อนจะตีเส้นแดงให้เห็นว่าจังหวะที่ เดมาราย เกรย์ วิ่งไปรับบอล ก่อนจะเปิดให้กับ โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิ้น นั้น เขาอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ส่งผลให้ ปีศาจแดง รอดตัวจากการถูกตีเสมอ

- ความร้อนแรงของ มาร์คัส แรชฟอร์ด

ถ้าให้พูดถึงนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงเกินห้ามใจ ต้องมีชื่อของ มาร์คัส แรชฟอร์ด อยู่ในนั้น เพราะ 5 นัดหลังกลับมาจาก ฟุตบอลโลก 2022 เขามีส่วนร่วมในการทำประตูให้กับ ปีศาจแดง ได้ถึง 7 ลูก โดยแบ่งเป็นยิงเอง 5 ตุง และ แอสซิสต์ให้เพื่อนอีก 2 ครั้ง ขนาดโดนลงโทษเพราะมาซ้อมสาย ก็ยังยิงประตู 

และ ในเกมที่ถล่ม เอฟเวอร์ตัน 3-1 .. มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็เป็นคนสำคัญที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิงได้ทั้ง 3 ประตู .. ลูกแรกเขาแอสซิสต์ให้กับ อันโตนี่, ลูกสองปั่นป่วนแนวรับ เอฟเวอร์ตัน จน โคดี้ สกัดเข้าประตูตัวเอง

สุดท้ายลูกยิงปิดกล่อง จะได้จากจังหวะที่ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ไอ้หนูดาวรุ่งชาวอาร์เจนไตน์ กระชากไปเรียกจุดโทษให้กับ ปีศาจแดง ก่อนจะเป็น แรชฟอร์ด รับหน้าที่สังหาร วิ่งซอยขามายิงเข้าไปง่ายๆ เรียกว่าชั่วโมงนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะขาด แรชฟอร์ด ไปไม่ได้เลย เพราะเป็นหัวเรือใหญ่เรื่องการทำประตูจริงๆ .. แล้วมารอดูกันว่า เอฟเอ คัพ รอบต่อไป พวกเขาจะจับสลากไปพบกับทีมใด

ฮาย ฮาวดี้
 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline