ช่วงแรกต้องยอมรับว่าเหมือนมรสุมลูกโตออกสตาร์ทฤดูกาลด้วยผลงานที่เลวร้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้นเมื่อเขาได้เวลาในการปรับจูน และลูกทีมเข้าไปอยู่ในแนวทางการทำทีมของตัวเอง จนตอนนี้สามารถก้าวขึ้นมาสู่หัวตารางของศึกพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ และยังคงอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ทุกรายการ

จากวันแรกจนถึงวันนี้ เทน ฮาก เปลี่ยนแปลงทัพ "ปีศาจแดง" ไปหลายด้านพอสมควร ซึ่งวันนี้ ขอบสนาม ของเราจะรวบรวมสิ่งที่นายใหญ่ชาวดัตช์รายนี้เข้ามาเนรมิตให้ ยูไนเต็ด กลับมามีผลงานที่เฉิดฉายได้อีกครั้ง ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย

แก้ปัญหาในห้องแต่งตัว

ย้อนกลับไป แมนฯ ยูไนเต็ด นับตั้งแต่หมดยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หนึ่งในปัญหาที่มีข่าวออกมาอยู่แทบตลอดคือเรื่องของการปกครองห้องแต่งตัวของผู้เป็นโค้ช ไม่ว่าจะชื่อดังขนาดไหนก็โดนคลื่นใต้น้ำเล่นงานอยู่บ่อยครั้ง

ไม่เว้นแม้กระทั่งยอดโค้ชผู้ผ่านประสบการณ์คุมทีมมาอย่างโชกโชนอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ผิดใจกับนักเตะหลายคนในแคมป์จนกลายเป็นปัญหาที่ออกมาจนเห็นได้ชัด และส่งผลต่อผลงานในสนาม

หรือล่าสุดอย่าง ราล์ฟ รังนิค ก็มีข่าวออกมาในแง่ลบอยู่ประจำ และยิ่งบวกกับฟอร์มในสนามที่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่นัก ยิ่งกลายเป็นทัพ "ปีศาจแดง" ที่โดนปัญหารุมล้อมแทบทุกด้าน

จนกระทั่งมาถึงยุคของ เทน ฮาก ที่ต้องเข้ามาจัดการปัญหาทุกอย่าง แม้ช่วงแรกๆ จะมีปัญหาอยู่บ้าง โดยเฉพาะกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทว่าหลังจากเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย กลายเป็นว่าเขาสามารถซื้อใจนักเตะ และควบคุมห้องแต่งตัวได้อย่างยอดเยี่ยม 

เห็นได้ชัดเลยคือประเด็นล่าสุดที่ดร็อป มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นเพียงตัวสำรอง เพราะเรื่องที่เจ้าตัวมาประชุมทีมสาย

ซึ่งตัวนักเตะก็ออกมายอมรับแบบแมนๆ และไม่มีข้อขัดขวงใจ พร้อมก้มหน้ายอมรับกับสิ่งที่กระทำผิด อีกทั้งยังสามารถลงไปทำประตูช่วยทีมเก็บชัยชนะได้อีก

แบบนี้เรียกได้ว่า เทน ฮาก สามารถปรับเปลี่ยน และดับไฟในห้องแต่งตัวที่โดนมรสุมมานานได้ครบทุกอณู เรื่องของอนาคตจะเป็นอย่างไรไม่อาจทราบได้ ทว่ากับปัจจุบันทุกอย่างมันกำลังเดินทางไปในแง่บวกมากยิ่งขึ้น

"เทน ฮาก" เข้ามาเปลี่ยน "แมนฯ ยูไนเต็ด" อย่างไรบ้าง ?

การซื้อตัวที่ตรงจุด

ช่วงหลายซีซั่นที่ผ่านมาจุดที่ก่อความผิดพลาดให้ ยูไนเต็ด เยอะมากพอสมควรคือการเลือกซื้อตัวผู้เล่นที่หลายครั้งลงทุนไปด้วยงบมหาศาล ทว่าผลตอบแทนที่ได้รับกลับไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่นัก

ไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ปอล ป็อกบา หรือแม้แต่ เจดอน ซานโซ่ ที่ตอนนี้ยังคงไม่คุ้มค่ากับเงินจำนวน 85 ล้านยูโรที่ลงทุนไป ส่วนในยุคของ เอริค เทน ฮาก ทีมอาจจะใช้เงินในการเสริมทัพเยอะพอสมควรในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ถ้านับจนถึงตอนนี้มันอยู่ในทิศทางที่สอบผ่านเลยทีเดียว

ไทเรลล์ ลามาเซีย แบ็คซ้ายที่เขาต้องการทำตัวเข้ามา ซึ่งถึงตอนนี้อาจไม่ได้ยึดเป็นตัวจริงแบบถาวร แต่เมื่อได้รับโอกาสก็ถือว่ามีผลงานที่ไม่ได้ย่ำแย่ ส่วนในรายของ คริสเตียน อิริคเซ่น เข้ามาเติมเต็มแดนกลางได้อย่างลงตัว แถมเป็นการดึงตัวมาเสริมทัพแบบฟรีๆ อีกต่างหาก

ส่วนในรายของ อันโตนี คือนักเตะที่ เทน ฮาก อยากได้ลูกทีมเก่ามาใช้งาน เพราะรู้มือกันดี แถมผลงานก็ไม่ได้ขี้เหร่แม้จะลงทุนไปเกือบ 100 ล้านยูโร แต่ยังคงหวังเป็นอนาคตได้แบบยาวๆ เช่นเดียวกับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ ที่มาขันเกมรับให้แน่นหนายิ่งขึ้น แม่จะโดนเสียงวิจารณ์เรื่องของรูปร่าง แต่เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสอบผ่านแบบฉลุย

ปิดท้ายที่ กาเซมิโร่ ที่อาจบอกได้ว่าตอนนี้เป็นดีลที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดของพรีเมียร์ลีกเมื่อช่วงซัมเมอร์ก็ย่อมได้ มิดฟิลด์ทีมชาติบราซิลเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ทีมขาดหายไปนาน ทั้งเกมรับที่คอยตัดเกม ส่วนเกมรุกก็มีพิษสงในการโจมตีรุนแรง 

เท่ากับว่าการซื้อตัวนักเตะใหม่ของ เทน ฮาก สามารถเติมเต็มทีมได้จริงๆ และได้แข้งที่เข้ามาแล้วใช้งานได้เลย และสามารถยกระดับทีมให้เดินไปข้างหน้ามากกว่าย่ำอยู่กับที่ หรือถอยหลังนับ 1 ใหม่อยู่เรื่อยๆ

ดึงศักยภาพของนักเตะ

ประเด็นนี้นับวันยิ่งแสดงผลออกมาชัดเจนมากขึ้น เทน ฮาก ค่อยๆ เค้นศักยภาพนักเตะภายในทีมให้กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง จนกลายเป็นทีมที่ลงตัว และเข้ากับระบบฟุตบอลของเขาได้อย่างมากที่สุด

เริ่มจาก ดิโอโก้ ดาโลต์ กลายเป็นหนึ่งในฟูลแบ็คที่ครบเครื่อง เกมรับทำได้ดี เกมรุกเติมไม่พัก เช่นเดียวกับ ลุค ชอว์ ที่เหมือนได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง กับบทบาทแบ็คซ้ายมีเกมรุกสุดไฉไล ส่วนเกมรับก็เหนียวแน่น ยิ่งในการถูกขยับมาเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฮาร์ฟกลายเป็นความลงตัวที่มาแบบเซอร์ไพรส์แฟนบอลเอามากๆ

และล่าสุดในรายของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง จากกองหน้าที่ใช้โอกาสเปลือง มีจังหวะนรกหลุดเดี่ยวทำไม่ได้ การตัดสินใจเล่นในช็อตที่ยากเกินไป สู่ดาวยิงที่ครบเครื่อง ณ ชั่วโมงนี้ มีโอกาสง้างเท้าเมื่อไหร่คือไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดมือ จนกลายเป็นดาวซัลโวของทีม

อีกทั้งเรื่องของการให้โอกาสดาวรุ่งหลายๆ คนไม่ว่าจะเป็น อเลฮานโดร การ์นาโช่ ที่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว รวมไปถึงแข้งที่เพิ่งได้รับโอกาสอย่าง ฟากุนโด้ เปยิสตรี หรือ ค็อบบี้ ไมนู ที่ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงในเกมบอลถ้วยสัปดาห์ก่อน

ซึ่งทั้งนักเตะเก่าที่มีอยู่ บวกกับแข้งใหม่ที่เข้ามายกระดับของทีม รวมไปถึงเหล่าบรรดาดาวรุ่งที่ เทน ฮาก พร้อมมอบโอกาสให้นั้น กลายเป็นมวลรวมที่ส่งเสริมให้ทุกอย่างมันออกมาดูดีแบบสุดๆ ในตอนนี้

"เทน ฮาก" เข้ามาเปลี่ยน "แมนฯ ยูไนเต็ด" อย่างไรบ้าง ?

ผลงานในสนาม

ประเด็นสุดท้ายคือสิ่งที่แสดงผลออกมาได้ชัดเจนมากที่สุดคือผลงานในสนามที่ปรากฎออกมาให้แฟนบอลได้ยลโฉมกัน แม้จะออกสตาร์ทซีซั่นด้วยความน่าผิดหวังแบบขั้นสุด ทว่าหลังมีการเปลี่ยนแปลงภายในทีม ค้นหาทีมที่มีความลงตัวมากขึ้น และระบบการเล่นที่ติดตั้งให้ลูกทีมทุกอย่างมันเริ่มแสดงผล
ออกมา

การเลือก 11 ตัวจริงเลือกจากความเหมาะสม และยืดหยุ่นไปตามคู่แข่งที่ได้พบเจอ อย่างในเกมล่าสุดการปรับขยับมาใช้งานของ เฟร็ด ก็แสดงผลออกชัดเจนว่าคือสามารถตอบสนองกับแท็คติกได้มากขนาดไหน รวมไปถึงเกมรุกที่ยกระดับได้มากขึ้นเรื่อยๆ แม้ทีมจะมีปัญหาการขาดกองหน้าตัวเป้าแบบธรรมชาติอยู่แทบตลอดในช่วงที่ผ่านมา

ในเมื่อเกมรับมีความลงตัว แดนกลางมีความสมดุลมากกว่าที่ผ่านมาแบบหลายเท่าตัว แดนหน้ายกระดับมากยิ่งขึ้นมีการเข้าทำที่หลากหลาย กลายเป็นอาวุธที่พาทีมมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง

อีกอย่างคือเรื่องของความมุ่งมั่นจะสังเกตเห็นว่า เทน ฮาก เอาจริงเอาจังกับทุกรายการที่ลงสนามไม่ว่าจะบอลถ้วยรายการไหน รายชื่อ 11 ตัวจริงจะจัดหนักจัดเต็มอยู่เสมอ มีการเปลี่ยนแปลงทีมน้อยมากๆ และเลือกที่จะหมุนเวียนเพื่อความเหมาะสม เพื่อไม่ให้นักเตะช้ำจนเกินไป

ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าเขาต้องการความสำเร็จแรกกับ ยูไนเต็ด ให้ได้เร็วที่สุด โดยไม่สนว่ารายการนั้นจะเป็นอะไร เพราะสโมสรแห่งนี้ห่างหายจากโทรฟี่แชมป์มาอย่างยาวนาน

นับจนถึงตอนนี้ เทน ฮาก สามารถปลุก ยูไนเต็ด ให้กลับมาอยู่ในโมเมนตัมที่ดีเอามากๆ 

อนาคตหลังจากนี้ไม่อาจทราบได้ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน

แต่กับปัจจุบันทุกอย่างมันกำลังดำเนินไปในทิศทางที่สวยงาม และไม่มีเหตุผลไหนที่จะไปตำหนิกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาเพียง 6 เดือน เท่านั้น

- Paolinho -
 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline