และ เขาเองก็มีส่วนสำคัญช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ แอสตัน วิลล่า 3-1 ถึงแม้ไม่มีชื่อแอสซิสต์ หรือ ทำประตูก็ตาม
การนำ 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก ทำให้ เป๊ป เลือกพักตัวหลักอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ และ รูเบน ดิอาส ซึ่งมันก็เกือบสร้างหายนะให้กับ เรือใบสีฟ้า เช่นกัน เอาเป็นว่ามีประเด็นอะไรน่าสนใจตลอด 90 นาที ไปติดตามกันครับ
- นำ 1-0 ตั้งแต่ไก่โห่
เกมนี้ที่ทำให้ แมนฯ ซิตี้ เล่นได้อย่างสบายใจ และ ไม่ต้องเจอกับภาวะกดดันมากนัก เป็นเพราะพวกเขาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ยังไม่ถึง 5 นาทีแรกของเกม จากจังหวะโขกเล่นมุมของ โรดรี้ ในนาทีที่ 4
หลังจากนั้น เรือใบสีฟ้า ก็บุกเป็นพายุ มีโอกาสมากมายนับไม่ถ้วนที่จะขึ้นนำ 2-0 แต่ก็ยังเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา กระทั่งความผิดพลาดของนักเตะ วิลล่า บังเกิด .. คัลลั่ม แชมเบอร์ส โหม่งพลาด ไม่ยอมปล่อยไปถึงมือ เอมี่ มาร์ติเนซ ก่อนที่ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ จะวิ่งตามไปเก็บตก พร้อมโยกหลอก 1 ที ปาดไปให้ อิลคาย กุนโดกัน ตรงเสาสอง ยิงเข้าไปง่ายๆ
และ ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ก็มาได้จุดโทษ หลัง แจ็ค กรีลิช โดนสะกิดขา โดย ริยาด มาห์เรซ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ซัด 1 จ่าย 1 ให้ทีมขึ้นนำ วิลล่า 3-0
- เปลี่ยนตัวเร็วของ เป๊ป เกือบสร้างปัญหา
การออกนำ 3-0 ตั้งแต่จบครึ่งแรก เรียกว่าเรียบร้อยช้อยเก็บฉาก ไม่มีอะไรให้ต้องลุ้น ต้องเสียวกันแล้ว ทำให้ เป๊ป เลือกที่จะพัก 2 ตัวหลักอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ กับ รูเบน ดิอาส และ ส่ง ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ กับ มานูเอล อคานยี่ ลงมาแทน
ซึ่งการเปลี่ยนตัว ใช่ว่าเกมรุกของ แมนฯ ซิตี้ จะด้อยค่าไป แต่ว่าการจบสกอร์ ก็ลดความเฉียบคมไปด้วย มีโอกาสที่จะยิงปิดเกมแต่ก็ทำไม่ได้ รวมถึงเกมรับที่ก็เกือบโดน แอสตัน วิลล่า ยิงลูก 2 อยู่หลายครั้ง หลังถูกตีไข่แตก จากการจ่ายบอลพลาด และ เป็น โอลลี่ วัตกิ้นส์ ยิงเข้าไป โชคดีที่ วิลล่า ยิงลูก 2 ไม่ได้ มีทั้งติดเซฟ เอแดร์ซอน และ มีคานช่วยชีวิตเอาไว้ แต่สุดท้าย แมนฯ ซิตี้ ก็เก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ
ซึ่งสาเหตุที่ เป๊ป รีบถอดตัวหลักออกจากสนาม เชื่อว่าคงหวั่นกลัวอาการบาดเจ็บเล่นงาน เพราะว่ากลางสัปดาห์มีศึกสำคัญต้องออกไปเยือน อาร์เซน่อล และ ต่อจากบุกไปเยือน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ช่วงสุดสัปดาห์ การไม่เสี่ยงให้เล่นครบ 90 นาที คือสิ่งที่ดีที่สุด
- อูไน เอเมรี่ เสียสถิติเกมเยือน
นับตั้งแต่ อูไน เอเมรี่ เข้ามารับหน้าที่กุนซือ แอสตัน วิลล่า เขามีสถิติเกมเยือนอันน่าเหลือเชื่อ เพราะเวลาบุกไปถิ่นใครในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สามารถหยิบ 3 คะแนน ออกมาเชยชมได้อยู่ตลอด ประกอบด้วยชนะ ไบรท์ตัน 2-1, ชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-0 และ เฉือน เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างต้องมีครั้งแรกเสมอ และ ในที่สุด เอเมรี่ ก็โดนเปิดซิงจนได้ เมื่อต้องมาแพ้ให้กับ แมนฯ ซิตี้ ถูกหยุดสถิติชนะเกมเยือน 3 นัดรวดลงเป็นที่เรียบร้อย และ ที่สำคัญ เมื่อใดก็ตามที่ วิลล่า ต้องบุกมาเยือนถิ่น เรือใบสีฟ้า บนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พวกเขาแพ้กลับไปทั้งสิ้น 13 ครั้ง เรียกว่ามาเยือนเมื่อใด เสียน้ำตากลับไปทุกครั้ง
- ชนะนัดหน้าขึ้นจ่าฝูง
ชัยชนะในแมตช์นี้ช่างสำคัญกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากเหลือเกิน เพราะนอกจากเป็นชียขนะนัดที่ 184 จากการคุมทึมครบ 250 นัด ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอ ยังทำให้พวกเขาไล่จี้ อาร์เซน่อล จ่าฝูงเหลือเพียงแค่ 3 คะแนน เท่านั้น โดยสัปดาห์ก่อน ดันปล่อยโอกาสให้หลุดมือ จากการบุกไปพ่าย ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทั้งๆที่ ไอ้ปืนใหญ่ ก็แพ้ เอฟเวอร์ตัน มาเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม คราวนี้ เรือใบสีฟ้า ไม่ปล่อยโอกาสให้มันหลุดมืออีกแล้ว หลังจากที่ อาร์เซน่อล ยังสะดุดต่อเนื่อง ล่าสุดทำได้เพียงเสมอกับ เบรนท์ฟอร์ด 1-1 นั่นหมายความว่านัดต่อไปจะเป็นศึกชิงเก้าอี้จ่าฝูงเต็มตัว เพราะ แมนฯ ซิตี้ จะบุกไปเยือนถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รังเหย้า ไอ้ปืนใหญ่
ตอนนี้ แมนฯ ซิตี้ มี 58 คะแนน แข่งมากกว่า อาร์เซน่อล อยู่ 1 นัด แต่กระนั้นลูกได้-เสีย เรือใบสีฟ้า ดีกว่าอยู่ถึง 6 ลูก เท่ากับว่าถ้าหากลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สามารถบุกเอาชนะอดีตลูกศิษย์อย่าง มิเกล อาร์เตต้า ได้อีกครั้งล่ะก็ จะทะยานขึ้นไปเป็นจ่าฝูงทันที ดังนั้นซูเปอร์บิ๊กแมตช์นี้ สนุกแน่นอน
ฮาย ฮาวดี้















