"อาร์เซน่อล" จะกำลังครองจ่าฝูง "พรีเมียร์ลีก" อยู่ตอนนี้ก็จริงหลังผ่านไป 21 นัด แต่สถานการณ์เริ่มไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ เพราะพวกเขามีแต้มนำ "แมนฯซิตี้" แค่ 3 คะแนนเท่านั้นถึงแม้จะแข่งน้อยกว่า 1 นัดก็ตาม
ในเกม พรีเมียร์ลีก นัดตกค้างวันพุธนี้ (15 ก.พ.) ถ้าเกิดพวกเขาเกิดแพ้คาบ้านที่ เอมิเรตส์ ขึ้นจะทำให้เสียตำแหน่งจ่าฝูงทันที ถึงแม้จะแข่งน้อยกว่า 1 นัด แต่อาจจะส่งผลถึงเรื่องความมั่นใจก็เป็นได้
ดังนั้น อาร์เซน่อล จำเป็นต้องเก็บชัยชนะให้ได้ หรืออย่างน้อยก็คือแบ่งแต้มกันไป และนี่ก็คือ 7 สิ่งที่ต้องทำเพื่อโค่น แมนฯ ซิตี้
ซาลิบา ปะทะ ฮาแลนด์
เรียกได้ว่าแทบไม่ต้องปรับตัวอะไรเลยในการค้าแข้งบนสังเวียน พรีเมียร์ลีก ปีแรกสำหรับ วิลเลี่ยม ซาลิบา เพราะผลงานที่เข้าตาและได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในแผงกองหลังของ อาร์เซน่อล สิ่งที่เขาพิสูจน์ให้เห็นไม่ต่างจากกองหลังที่โลดแล่นที่นี่มานานและแทบจะไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ อีกทั้งยังสามารถรับมือได้ดียามเจอกับแนวรุกเก่งๆ ของคู่แข่ง
แต่ช่วงหลังๆ ฟอร์มส่วนตัวเริ่มดร็อปๆ ลงไปแบบเห็นได้ชัด หลายๆ คนให้ความเห็นว่าเป็นเพราะขาดความต่อเนื่องจากศึก ฟุตบอลโลก 2022 กับ ฝรั่งเศส เพราะพี่แกได้ลงเล่นไปแค่ 27 นาทีเท่านั้น
ดูอย่างเกมล่าสุดที่เจอกับ เบรนท์ฟอร์ด เห็นได้ชัดว่าเขาต้องเจอปัญหาใหญ่ในการรับมือกับ ไอแวน โทนี่ย์ ไม่ว่าจะเป็นลูกภาคพื้นดินหรือลูกกลางอากาศก็แทบจะเสร็จดาวเตะชาวผู้ดีไปเสียหมด
ในเกมวันพุธนี้ วิลเลี่ยม ซาลิบา ต้องเผชิญหน้ากับอีกหนึ่งกองหน้าที่มีประสิทธิภาพทางกายภาพที่สูงมากๆ อย่าง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ แถมยังมีความโหดและความอันตรายที่มากกว่าเพราะนี่คือนักเตะที่มีสถิติการระเบิดสกอร์ที่โหดมากๆ
ไม่รู้ว่า ซาลิบา จะสูญเสียความมั่นใจรึเปล่าจากการดวลและเสียท่าให้กับ ไอแวน โทนี่ย์ แต่ก่อนหน้านี้ใน เอฟเอ คัพ ทั้งสองคนนี้ได้ดวลกันมาแล้วซึ่งทาง ซาลิบา ก็รับมือได้ดีทีเดียว ดังนั้นถ้าเกิดเจ้าตัวสามารถขัดขวางไม่ให้ ฮาแลนด์ เล่นออกได้ก็นับว่ามีโอกาสเลยที่ อาร์เซน่อล จะเก็บแต้มได้
ทำลายเกมริมเส้นของ ซิตี้
ทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล ต่างก็มีความคล้ายคลึงกันในเรื่องการโจมตีศัตรูโดยอาศัยเกมจากริมเส้นเป็นหลัก มีความเป็นไปได้ว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะเลือกส่ง ริยาด มาห์เรซ ที่ฟอร์มกำลังเข้าตา รวมไปถึง แจ็ค กรีลิช ที่มีทักษะและพรสวรรค์ในการดวลหนึ่งต่อหนึ่งและพลิกแพลงหาจังหวะได้ดีลงประจำการในเกมวันพุธนี้
ถ้า อาร์เซน่อล สามารถหยุดและปิดพื้นที่ไม่ให้แนวรุกริมเส้นของ แมนฯ ซิตี้ เล่นได้ง่าย โดยบีบให้พวกเขาอยู่แค่ตรงกลาง มันก็เป็นเรื่องยากที่คู่แข่งจะหาช่องหรือหาโอกาสทำเกมได้ และนี่ก็คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาสามารถเก็บผลที่ต้องการได้ยามเจอเกมใหญ่ๆ ในซีซั่นนี้
บูกาโย ซาก้า ต้องเฉิดฉาย
ในเมื่อ อาร์เซน่อล เป็นทีมที่เปิดหน้าโจมตีใส่คู่แข่งจากริมเส้นดังนั้นในเกมๆ นี้คนที่ต้องเฉิดฉายและมีส่วนร่วมกับเกมให้มากที่สุดก็คือ บูกาโย ซาก้า อย่าให้เหมือนกับเกมที่เจอกับ เบรนท์ฟอร์ด ที่พี่แกเจอรับมือได้แบบอยู่หมัด ถึงแม้จะทำได้ 1 แอสซิสต์ให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ ซัลโวได้ แต่จากนั้นก็แทบสร้างความอันตรายใดๆ ไม่ได้เลย
มันอาจจะเดาได้ยากว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะส่งใครลงสนามเพื่อรับมือกับ บูกาโย ซาก้า แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็น นาธาน อาเก้ เพราะตอนเจอกันใน เอฟเอ รอบ 4 นี่คือนักเตะที่แทบจะทำให้ ซาก้า แทบจะหายไปจากเกมเลยจริงๆ แถมยังยิงประตูชัยเขี่ย "ปืนใหญ่" ตกรอบอีกต่างหาก
ถึงแม้หลายๆ เกมอาจจะดูเงียบๆ ไปแต่ บูกาโย ซาก้า ก็เป็นนักเตะที่มีของและสามารถสร้างความแตกต่างได้ ดังนั้นการทำให้เขามีส่วนกับเกมมากที่สุดน่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเกมรุกของ อาร์เซน่อล
หยุด เควิน เดอ บรอยน์
โธมัส ปาร์เตย์ ถือเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของ อาร์เซน่อล ทั้งการกำหนดจังหวะเกมและทำลายระบบเกมของคู่แข่ง แน่นอนว่าถ้า ดาวเตะทีมชาติกาน่า ทำผลงานได้ดี อาร์เซน่อล ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีตามไปด้วย
มิเกล อาร์เตต้า รู้ดีว่า โธมัส ปาร์เตย์ จำเป็นต้องงัดฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาให้ได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ เควิน เดอ บรอยน์ ผู้เล่นที่เป็นเหมือนมันสมองของ แมนฯ ซิตี้ ที่คอยขับเคลื่อนและบัญชาเกมจากกลางทะลวงขึ้นไปข้างหน้า แน่นอนว่าถ้าพี่แกมีพื้นที่ มีจังหวะถ่ายบอลและสร้างสรรค์โอกาสได้ตามใจมันจะเป็นภัยต่อทีมแน่ 100 เปอร์เซนต์
แต่มันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ปาร์เตย์ แค่ขึ้นเดียวแต่รวมไปถึงผู้เล่นคนอื่นๆ อีกที่ต้องช่วยกันจับตาย เควิน เดอ บรอยน์ จริงอยู่ที่มันอาจจะเป็นโจทย์ที่ยาก แต่ถ้า มิเกล อาร์เตต้า สามารถแก้ไข และถ้าบอลไปถึงแข้งแนวรุกของ แมนฯ ซิตี้ ได้น้อยที่สุดเท่าไหร่มันก็มีโอกาสที่พวกเขาจะเก็บผลที่ต้องการได้สูงเลยทีเดียว
ตั้งตัวให้ไว
ความสำเร็จส่วนใหญ่ของ อาร์เซน่อล ในฤดูกาลนี้มาจากการที่พวกเขาตั้งหลักและเริ่มเล่นเกมของตัวเองได้ไว จึงนำมาซึ่งชัยชนะหลายต่อหลายนัด แต่ช่วงหลังๆ มานี้มีอยู่หลายครั้งที่พวกเขากลับตกเป็นฝ่ายดิ้นรนและโดนคู่แข่งกุมความได้เปรียบเอาไว้มากกว่า และแน่นอนว่าการยิงประตูในครึ่งแรกไม่ได้เลยตลอด 3 จาก 5 เกมหลังสุดเป็นสัญญาณที่เตือนว่านี่คือสิ่งที่้ต้องแก้ไขให้ได้ในเกมวันพุธนี้
ในการฟาดฟันกับ แมนฯ ซิตี้ ตลอดช่วงที่ผ่านมามันมีอยู่แค่เกมเดียวที่ อาร์เซน่อล มีช่วง 45 นาทีที่เฟอร์เฟคนั่นก็คือช่วงปีใหม่ของปีที่แล้ว พวกเขาเป็นฝ่ายคุมเกมได้ทั้งหมดและเปิดหน้าโจมตีใส่ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทุกทิศทางอย่างต่อเนื่องซึ่งมันก็คู่ควรแล้วที่ "ไอ้ปืนใหญ่" เป็นฝ่ายขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก
ก่อนที่สถานการณ์ของเกมจะมาเปลี่ยนในช่วงครึ่งแรกที่ กาเบรียล มากัลเญส โดนใบแดง และข้อโต้แย้งเรื่องลูกจุดโทษ ดังนั้นสิ่งที่ อาร์เซน่อล ต้องทำให้ได้ในเกมวันพุธนี้ก็คือการโชว์ศักยภาพในครึ่งแรกให้ได้เหมือนกับเกมๆ นั้น เพื่อเริ่มต้นเล่นเกมของตัวเองให้ได้ที่สุดให้ไม่ใช่ แมนฯ ซิตี้ สามารถตั้งหลักได้
อาร์เตต้า ปะทะ เป๊ป
มิเกล อาร์เตต้า ยังไม่เคยเอาชนะ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้เลยในเกม พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่แยกทางมารับงานคุม อาร์เซน่อล จะมีแค่เกม เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศเท่านั้นที่ลูกศิษย์คนนี้สามารถเอาชนะอาจารย์ได้ นอกนั้นอีก 5 ครั้งในลีก เขาแพ้หมดทุกนัด
ทั้ง อาร์เตต้า และ เป๊ป รู้จักและสนิทสนมกันเป็นอย่างดี ดังนั้นต่างฝ่ายต่างต้องทำการคาดเดาว่าอีกฝ่ายนั้นจะมาไม้ไหน และวางแผนมาอย่างไร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ยากในการรับมือกับ เป๊ป ที่ได้ชื่อว่าเป็นจอมแท็คติกและมีแผนการอยู่ในหัวเต็มไปหมด ถ้าเกิด อาร์เตต้า สามารถคว้าชัยได้ในเกมนี้ก็น่าจะได้ความมั่นใจกลับมาไม่น้อยกับโอกาสการเถลิงบัลลังก์แชมป์ พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 19 ปี
บรรยากาศในรังเหย้า
สิ่งสุดท้ายก็คือการพึ่งบรรยากาศในสนามที่คุ้นเคยอย่าง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เพราะคอนเน็คชั่นระหว่างทีมของ มิเกล อาร์เตต้า และแฟนๆ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะพา อาร์เซน่อล ไปถึงฝั่งฝันในการเถลิงบัลลังก์แชมป์ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นนี้ โดยเฉพาะปีนี้ 10 เกมที่ เอมิเรตส์ พวกเขาไม่พบความปราชัยเลยแม้แต่นัดเดียว และเอาชนะได้ถึง 8 นัดด้วยกัน
พวกเอาเอาชนะได้ทั้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และไม่แพ้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ได้ชื่อว่าเป็นทีมม้ามืดในปีนี้ ถ้าพวกเขาสามารถใส่ชื่อ แมนฯ ซิตี้ เข้าไปในลิสต์เหยื่อที่ถูกเชือดที่นี่ได้ก็น่าจะสร้างความมั่นใจให้กับทีมในการสู้ตลอดช่วงเกมที่เหลือได้เป็นอย่างดี
อาร์เซน่อล ได้บทเรียนจากฤดูกาลที่แล้วในการดวลกับ แมนฯ ซิตี้ ที่นี่ เมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อนแต่กลับมาเสียเปรียบที่เหลือผู้เล่น 10 คนและแพ้ไป 1-2 ในท้ายที่สุดหลังโดนประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ดังนั้นครั้งนี้จำเป็นต้องรัดกุมและเล่นให้ชัวร์ขึ้นกว่าเดิม ทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด, เพื่อเป็นการยืดสถิติอันยอดเยี่ยมนี้ต่อไปเช่นเดียวกับการครองตำแหน่งจ่าฝูงและรักษาระยะห่างเอาไว้เท่าเดิมหรือมากขึ้นกว่าเดิม
HaMu Dos Santos















