ซึ่งมันเกิดจากหลายๆ ปัจจัยมาผสมกันทั้งเรื่องของตัวนักเตะ, อาการบาดเจ็บ หรือการเติมแต่งทีม และจากเหตุที่เกิดขึ้นมันสามารถพูดได้ว่าเป็นซีซั่นที่น่าผิดหวังไม่ใช่น้อย แม้ปัจจุบันยังคงเหลือรายการ แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ได้ลุ้นอยู่ก็ตาม

ว่าแล้วสิ่งที่ ขอบสนาม จะนำเสนอในวันนี้คือเหล่าสถิติ หรือเรื่องน่าผิดหวังของพลพรรคทัพ "หงส์แดง" ในฤดูกาลนี้ ว่ามีอะไรที่ไม่น่าจดจำบ้าง

"ลิเวอร์พูล" กับความน่าผิดหวังในฤดูกาลนี้

ออกสตาร์ทสุดแย่

เริ่มต้นที่ประเด็นแรกอาจจะต้องย้อนหลังกลับไปไกลหน่อยช่วงเกิดฤดูกาล 2022-23 ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นการเปิดฉากฤดูกาลใหม่ที่ผลงานของทีมน่าผิดหวังมากพอสมควร เพราะจาก 10 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก พวกเขาเก็บได้เพียง 10 คะแนนเท่านั้น จากการชนะ 2 เสมอ 4 และ แพ้ 2

เรื่องคะแนนคือหนึ่งในหน่วยวัดที่บ่งบอกได้เป็นอย่างดี อีกอย่างคือการที่ผลงาน และมาตรฐานของสโมสรดูดร็อปลงไปมากพอสมควร ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะมีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นในบางตำแหน่งโดยเฉพาะเกมรุกที่ขาดหาย ซาดิโอ มาเน่ ไป ทว่าก็ถูกทดแทนด้วย ดาร์วิน นูนเญซ ที่ดึงเข้ามาด้วยราคาไม่เบา

ทว่าจากลุ้นแชมป์ยันนัดสุดท้ายของซีซั่นก่อนหน้า แต่ออกสตาร์ทด้วยความผิดหวังได้เพียง 10 แต้ม ทำให้เป็นสถิติย่ำแย่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2012-13 ซึ่งซีซั่นนั้นพวกเขาจบเพียงอันดับ 7 ของลีกเท่านั้น 

ส่วน 10 เกมแรกในฤดูกาลปัจจุบันมีทั้งเรื่องราวดีๆ คือการไล่ถล่ม บอร์นมัธ 9-0 หรือชนะ นิวคาสเซิ่ล แต่ส่วนใหญ่ออกแนวไม่ค่อยสบอารมณ์แฟนบอลทั้งแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด, บุกเสมอ เอฟเวอร์ตัน หรือโดน ไบร์ทตัน ไล่ตามตีเสมอ 3-3

ตกรอบบอลถ้วย 2 รายการ

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2021-22 ลิเวอร์พูล กลายเป็นเต้ยของฟุตบอลถ้วยในประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ ภายหลังยึดครองบัลลังก์ทั้งแชมป์ ลีก คัพ และ เอฟเอ คัพ มาตั้งตระหง่านที่ แอนฟิลด์ ได้ทั้งคู่ ถือว่าเป็นอีกความสำเร็จที่เกิดขึ้นในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์

ทว่ากับฤดูกาลปัจจุบันมันเกิดความแตกต่างที่มากพอสมควร ไล่เรียงมาตั้งแต่ลีก คัพ ที่จอดป้ายตั้งแต่รอบ 4 ด้วยการบุกไปพ่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-2  ส่วนในเอฟเอ คัพ ต้องบอกว่ากระท่อนกระแท่นตั้งแต่รอบแรกที่ลงสนามแข่งขัน เพราะต้องลงเล่นถึง 2 เกมกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน แม้จะผ่านด่านมาได้ ทว่าสุดท้ายก็มาโดน ไบร์ทตัน ของแสลงในช่วงหลังสอยร่วงตกรอบไป

ซึ่งถามว่าน่าเสียดายไหม ? มันก็ย่อมต้องเกิดอาการผิดหวังอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งเพราะเป็นแชมป์เก่า และเป็นความสำเร็จที่พอจะนำเข้ามาชโลมจิตใจเหล่ากองเชียร์ได้บ้าง

ฉะนั้นแล้วไม่แปลกเลยว่าการร่วงตกรอบทั้ง 2 รายการ จะเป็นอีกความผิดหวังที่แฟนบอลรับรู้ได้ในฤดูกาลนี้

"ลิเวอร์พูล" กับความน่าผิดหวังในฤดูกาลนี้

เกมเยือนน่าผิดหวัง

อีกหนึ่งความน่าผิดหวังในซีซั่นนี้ของ ลิเวอร์พูล คือเกมนอกบ้านที่มักทำคะแนนหล่นหายอยู่บ่อยครั้ง นับจนถึงตอนนี้พวกเขาลงสนามในเกมลีกในฐานะผู้มาเยือน 11 เกม และเพิ่งเก็บชัยชนะได้เพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น ที่เหลือแบ่งเป็นเสมอ 2 และแพ้มากถึง 6 เกม รั้งชาร์ตอันดับ 11 ของตาราง เป็นรองทีมท้ายตารางอย่าง เซาแธมป์ตัน หรือ เลสเตอร์ ด้วยซ้ำ 

แม้ในบอลถ้วยยุโรปจะพอบอกได้ว่ายอดเยี่ยมทั้งเกมบุกถล่ม เรนเจอร์ 1-7 หรือ ชนะ อาแจ็กซ์ 0-3 ทว่ามาตรฐานของพวกเขากลับไม่ค่อยมีเท่าไหร่นัก จนกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่พาทีมร่วงลงมามากขนาดนี้

ประเด็นต่อเนื่องเกี่ยวกับผลงานเกมเยือนในพรีเมียร์ลีก ทัพ "หงส์แดง" เพิ่งทำไปได้เพียง 13 ประตู เท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่า เลสเตอร์, ฟูแล่ม หรือ ไบร์ทตัน 

แน่นอนว่าถ้ายังไม่สามารถแก้ปัญหาจุดนี้ได้ มันอาจกลายเป็นจุดบอดที่ทำให้ทีมไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้มากกว่านี้ก็เป็นได้

โดนถลุงคา แอนฟิลด์

ไม่รู้ว่าเป็นของของแสลง หรืออย่างไรกับการดวล เรอัล มาดริด ยิ่งเกมล่าสุดเสียงวิจารณ์นั้นถาโถมมากเหลือเกินทั้งที่เป็นฝ่ายออกนำไปก่อน 0-2 ตั้งแต่ช่วงต้นเกม ทว่าหลังจากนั้นกลายเป็นหนังคนละม้วน พลพรรคทัพ "หงส์แดง" โดนเดินถลุงพร้อมเสียไปมากถึง 5 ประตู

สถิติจำนวนดังกล่าวนับเป็นครั้งที่ 3 ในศตวรรษนี้ที่ ลิเวอร์พูล เสียมากถึง 5 ประตูในถิ่น แอนฟิลด์ ก่อนหน้านี้ 2 เกมเกิดขึ้นในเกมที่ เสมอ อาร์เซน่อล 5-5 เมื่อปี 2001 และพ่ายย้ำอีกครั้งต่อทัพ "ปืนใหญ่" 3-6 เมื่อปี 2007 

นอกจากนั้นนี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พวกเขาโดนคู่แข่งบุกมายิงได้ถึง 5 ถึงรังเหย้าสำหรับการลงเล่นในรายการฟุตบอลยุโรป

แน่นอนนี่คือค่ำคืนที่ไม่น่าจดจำของทั้งเหล่าสต๊าฟฟ์โค้ช, นักเตะ และ แฟนบอล แต่มันจะถูกจารึกในหน้าประวัติลูกหนังที่จะหมุนเวียนผ่านไปตามกาลเวลา

- Paolinho -

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline